คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

ฟิล์มติดรถยนต์

ติดฟิล์มรถยนต์ รับหน้าร้อน เลือกแบบไหนให้โดนใจสุด ๆ

ประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว ยิ่งมาถึงช่วงเวลาของหน้าร้อนเข้าไปอีก ยิ่งทวีความฮอตปรอทแตกให้กับอากาศในบ้านเรา ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน ก็หลีกเลี่ยงที่จะเจอกับความร้อนระอุและแสงแดดจ้า ที่แบกเอาความเสี่ยงอันตรายจากรังสี UV มาฝากคุณด้วย

หลายคนที่ต้องขับรถหน้าร้อนแบบนี้ ก็คงต้องเคยประสบปัญหารถยนต์ร้อน หรือแสงแดดจ้าที่รบกวนสายตาตอนขับรถ ทั้งแสบตา แสบผิว และรู้สึกรำคาญใจใช่ไหมล่ะ?

เจอแบบนี้ต้องขอแนะนำให้ติดฟิล์มรถยนต์กันดีกว่า หลายคนอาจมองว่าฟิล์มแผ่นบาง ๆ จะช่วยได้ดีแค่ไหนกันเชียว แต่ต้องบอกเลยว่านวัตกรรมสมัยนี้เจ๋งมาก ๆ เพราะมีการพัฒนาฟิล์มติดรถยนต์ออกมาหลายรูปแบบ มีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันได้ดี มีคุณภาพสูง และราคาไม่แพงด้วย ถ้าเลือกติดฟิล์มให้เหมาะสมกับการใช้งานรถยนต์ ก็ถือว่าช่วยได้มากอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว บทความนี้จะขอพาคุณมารู้จักกับฟิล์มติดรถยนต์และแนะนำการติดฟิล์มที่เวิร์ก โดนใจคนใช้รถยนต์

ฟิล์มติดรถยนต์

เลือกฟิล์มติดรถยนต์แบบไหน ให้รถดูดี พร้อมช่วยปกป้องแสงแดดได้ดี

จะติดฟิล์มรถยนต์ทั้งที ก็ต้องเลือกแบบที่ดี ๆ กันหน่อย แต่จะเลือกแบบไหนให้เข้ากับรถยนต์ของคุณที่สุด ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับฟิล์มแต่ละประเภทกันก่อนเลย

ฟิล์มกรองแสงแบบย้อมสี

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์แบบย้อมสี เป็นฟิล์มธรรมดาที่ถูกนำไปย้อมสีให้เข้มขึ้น เมื่อนำมาใช้งานก็จะช่วยในการกรองแสงที่จะผ่านเข้ามาให้อ่อนลง หรือลดความเข้มข้นของแสงลง แต่ไม่มีการป้องกันรังสี UV หรือลดความร้อนลง กล่าวคือฟิล์มชนิดนี้ไม่ได้มีคุณสมบัติในการป้องกันอันตรายจากแสงแดด ทำได้เพียงแค่ลดความแรงของแสงแดดที่ส่องเข้ามาเท่านั้น ตัวเนื้อฟิล์มจะเสื่อมสภาพและกลายเป็นสีม่วงเร็ว ยิ่งถ้าต้องขับรถหรือจอดรถกลางแดดบ่อย ๆ ก็จะยิ่งทำให้ฟิล์มชนิดนี้มีอายุการใช้งานที่สั้นลงไปอีก แต่ข้อดีก็คือเป็นฟิล์มติดรถยนต์ที่มีราคาถูก ใช้งบประมาณไม่สูงก็สามารถติดได้รอบคันรถ เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อย แต่ต้องการติดฟิล์มเพื่อพรางตาไม่ให้คนภายนอกมองเห็นภายในรถชัดมากจนเกินไป เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนในรถได้

ฟิล์มกรองแสงลดความร้อน

ฟิล์มติดรถยนต์ชนิดนี้จะแตกต่างจากแบบแรก โดยจะมีการผสมสารป้องกันรังสี UV และสารอันตรายอื่น ๆ ที่มากับแสงแดด กระบวนการผลิตจะเพิ่มรายละเอียดมากขึ้น เพราะมีการเคลือบสารโลหะชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสีและป้องกันความร้อน โดยจะแบ่งออกมาเป็นหลายรูปแบบ เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ดังต่อไปนี้

ฟิล์มปรอท

ฟิล์มปรอท หรือเรียกอีกอย่างว่าฟิล์มเคลือบโลหะ เป็นฟิล์มที่โดดเด่นเรื่องการช่วยลดความร้อนที่จะเข้าภายในรถยนต์ ลักษณะของกระจกรถที่ติดฟิล์มปรอท คือจะมีเงาสะท้อนคล้าย ๆ แสงสีรุ้ง แต่มองไม่เห็นภายในห้องโดยสารของรถเลย

ฟิล์มรถยนต์แบบนิรภัย

เป็นฟิล์มที่เน้นติดเพื่อป้องกันการแตกของกระจก มีทั้งแบบที่สามารถทนความร้อนได้ และแบบไม่ทนความร้อน เนื้อฟิล์มมีความหนาและเหนียว เพื่อช่วยยึดเกาะตัวกระจกไม่ให้แตกร้าวได้ง่าย และช่วยยึดกระจกไม่ให้เกิดเป็นเกล้ดกระจกเล็ก ๆ กระจายออกมาทำอันตรายกับคนที่อยู่รอบ ๆ ด้วย

ฟิล์มอินฟราเรด

ฟิล์มที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ตัวฟิล์มจะช่วยตัดรังสีอินฟราเรดที่จะเข้ามาเพิ่มความร้อน จึงช่วยให้ภายในรถเย็นขึ้น ส่วนเรื่องของราคาฟิล์มก็ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบบอื่น ๆ

ฟิล์มนาโน

ฟิล์มติดกระจกรถยนต์ที่มีเนื้อใส ไม่ทึบแสง แต่มีคุณสมบัติที่ช่วยลดความร้อนในห้องโดยสารได้ดี พร้อมทั้งช่วยป้องกันรังสี UV อีกด้วย เป็นฟิล์มที่ไม่ทำให้เกิดเงาสะท้อนจะแสงแดด แต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ฟิล์มเซรามิก

เป็นฟิล์มที่ใช้อนุภาคนาโนเคลือบบนผิวฟิล์มแทนการเคลือบด้วยโลหะหรือการย้อมสี ซึ่งวิธีการเคลือบด้วยอนุภาคนาโนจะทำให้ได้เนื้อฟิล์มที่คุณภาพเยี่ยม คมชัด ไม่สะท้อนแสงให้รำคาญใจ มองจากภายนอกจะเป็นสีดำสนิท ไม่เห็นด้านน ส่วนมุมมองด้านในนั้นจะมีความสว่างชัดเจน ไม่ทำให้รถมืด และที่สำคัญยังมีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและรังสี UV ได้ดีเยี่ยม ใช้งานได้ดีทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เป็นฟิล์มที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบัน เพราะมีคุณภาพที่ดีสมกับราคา

ฟิล์มติดรถยนต์

ติดฟิล์มรถยนต์ยังไงให้ดีงาม โดนใจ ใช้ได้นาน

เลือกฟิล์มติดรถยนต์

ก่อนที่จะติดฟิล์ม ควรประเมินความต้องการของผู้ใช้งานรถยนต์ดูก่อน ว่ารถยนต์คันนี้เหมาะกับฟิล์มติดรถยนต์รูปแบบไหนมากที่สุด และพิจารณาคุณสมบัติจากเปอร์เซ็นในการช่วยลดความร้อน, เปอร์เซ็นการลดรังสียูวี, เปอร์เซ็นที่ชวยลดการสะท้อนแสง และคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ระบุไว้กับตัวฟิล์มแต่ละชนิด โดยจะมีเปอร์เซ็นที่สูง-ต่ำ และราคาติดฟิล์มรถยนต์ที่ต่างกันออกไป พิจารณาได้ตามความเหมาะสมเลย

การรับประกันสินค้า

คงไม่มีใครอยากจะเสียเวลามาติดฟิล์มรถยนต์กันบ่อย ๆ เพราะฉะนั้น การเลือกฟิล์มที่มีคุรภาพดีไปเลยตั้งแต่แรกก็จะช่วยได้ โดยเลือกพิจารณาจากการรับประกันคุณภาพสินค้าของฟิล์มแต่ละชนิด โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 7-10 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน

ช่างติดฟิล์มฝีมือดี

ต่อให้ได้ฟิล์มคุณภาพดีแค่ไหน แต่ถ้ามาเจอกับช่างติดฟิล์มที่ฝีมือไม่เนี้ยบ ก็อาจจะเกิดปัญหาในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟองอากาศในฟิล์ม รอยขีดข่วนบนกระจก หรือการติดไปเต็มแผ่น มีรอยรั่ว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณต้องเสียเวลามากขึ้นกับการแก้ไข เพราะฉะนั้น ควรเลือกร้านติดฟิล์มรถยนต์ที่เชื่อถือได้ โดยค้นดูจากรีวิวในอินเทอร์เน็ต หรือลองสอบถามกับคนใกล้ตัว เพื่อให้ได้ช่างติดฟิล์มที่มีความชำนาญ และติดฟิล์มให้กับรถยนต์ของคุณได้อย่างน่าพึงพอใจที่สุด


ฟิล์มติดรถยนต์เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ เพื่อให้การขับขี่ดำเนินไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการเช็กสภาพรถยนต์สม่ำเสมอ, เคารพกฎจราจร และอย่าลืมต่อประกันรถยนต์ ให้พร้อมดูแลทุกคนบนรถอยู่เสมอ

IN-Wsible
IN-Wsible
Previous
Next

บทความแนะนำ​

ประกันสุขภาพเด็ก
ประกันสุขภาพ

เด็กเล็กอายุไม่ถึง 5 ปี มีโรคอะไรบ้างที่ต้องระวัง ?

สุขภาพ อาการเจ็บป่วย ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงวัยอายุไม่ถึง 5 ปี นั้น อาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายยังไม่แข็งแรงเทียบเท่ากับผู้ใหญ่ จึงไม่แปลก …

สินเชื่อส่วนบุคคล-สินเชื่อเงินด่วนอนุมัติเร็ว
สินเชื่อส่วนบุคคล

เคล็ดลับขอสินเชื่อส่วนบุคคล ให้ได้วงเงินสูง กู้ง่ายผ่านฉลุย

เมื่อต้องการเงินสักก้อนมาช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การขอสินเชื่อส่วนบุคคล ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นถือว่าเป็นสินเชื่อที่เรียกได้ว่ามีเงื่อนไขการขอกู้ยืมที่เข้าใจง่าย หลายธนาคารเปิดให้กู้ได้โดยไม่ต้องใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน พร้อมทั้งข้อเสนอที่น่าพึงพอใจ อนุมัติสินเชื่อเร็ว แต่สำหรับหลาย ๆ ท่านที่ยังไม่สันทัดเรื่องการขอสินเชื่อ …

เปิดร้านกาแฟ-ธุรกิจส่วนตัว
สินเชื่อส่วนบุคคล

เริ่มต้นธุรกิจเปิดร้านกาแฟ เตรียมตัวอย่างไร ให้ได้กำไรปัง ๆ

สมัยนี้เราจะได้เห็นเรื่องราวของเหล่าเศรษฐีอายุน้อยร้อยล้านกันมากขึ้น จึงเป็น 1 ในแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ อาจเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจ SME ขนาดเล็ก แล้วค่อย ๆ กู้สินเชื่อธุรกิจมาต่อยอดแล้วขยับขยายไปเรื่อย …