คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

เกียร์ออโต้

วิธีใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ ฉบับนักขับมือใหม่

อย่างที่นักขับทุกท่านทราบกันดีว่ารถยนต์ที่วางจำหน่ายในประเทศเราตอนนี้มีทั้งแบบเกียร์กระปุก และแบบเกียร์ออโต้ แต่ผู้ขับขี่ยานยนต์ที่เป็นคนยุคใหม่นั้นก็นิยมเลือกใช้งานรถยนต์ที่เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าเกียร์ออโต้ ซึ่งเกียร์ออโต้นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ ด้วยวิธีการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับเกียร์กระปุก

ถึงแม้จะบอกว่าใช้งานง่าย แต่ก็อย่าประมาทในการใช้งานเชียวนะ โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับที่เพิ่งจะได้ลองจับพวงมาลัยมาเป็นเวลาไม่นาน ควรมาทำความเข้าใจกับการใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้กันสักหน่อย เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และรักษาสภาพของเครื่องยนต์เอาไว้ได้นาน ต้องทำยังไงบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย

เกียร์ออโต้

ใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้ให้ปลอดภัย ฉบับมือใหม่หัดขับ

สำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ที่มีระบบเกียร์ออโต้นั้น หากผ่านการใช้งานเกียร์กระปุกมาก่อนก็พอจะมีพื้นฐานเรื่องจังหวะการควบคุมเกียร์มาบ้าง แต่กับเพื่อน ๆ นักขับมือใหม่นั้นอาจจะต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจสัญลักษณ์ของตำแหน่งเกียร์รถยนต์เพิ่มเติมกันสักหน่อย ดังต่อไปนี้

ตำแหน่งของเกียร์ออโต้

  • เกียร์ตำแหน่ง P – ใช้งานเมื่อต้องการจอดรถยนต์ในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางรถยนต์คันอื่น ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนรถยนต์ หรือใช้งานเมื่อมีการจอดรถยนต์ในบริเวณที่ลาดชันเสี่ยงรถไหล
  • เกียร์ตำแหน่ง R – ใช้งานเมื่อต้องการถอยรถ แนะนำให้เหยียบเบรกทุกครั้งที่มีการเข้าเกียร์นี้ เพื่อควบคุมรถยนต์ให้ถอยหลังอย่างช้า ๆ เนื่องจากการถอยรถค่อนข้างเสี่ยงอันตราย
  • เกียร์ตำแหน่ง N – หรือที่เรียกกันว่า “เกียร์ว่าง” ใช้งานเมื่อต้องการหยุดรถยนต์แบบชั่วคราว หรือจอดรถในตำแหน่งมีการกีดขวาง เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ในการเปิดทางให้รถยนต์คันอื่น ๆ ได้
  • เกียร์ตำแหน่ง D – ใช้งานในขณะที่กำลังขับขี่รถยนต์ตามปกติ
  • เกียร์ตำแหน่ง 2 – ใช้งานในขณะที่ขับขี่รถยนต์ในเส้นทางที่มีความลาดชัน แต่ไม่สูงมาก และยังสามารถใช้ความเร็วได้พอสมควร
  • เกียร์ตำแหน่ง L – ใช้งานสำหรับเส้นทางที่มีความลาดชันสูง และต้องใช้ความเร็วต่ำในการขับขี่

 

คำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดขับรถยนต์เกียร์ออโต้

การใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้นั้น หากผู้ขับมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ ก็จะช่วยให้การขับขี่ในทุก ๆ เส้นทางนั้นง่ายขึ้น และยังช่วยยืดอายุของเครื่องยนต์ให้คงประสิทธิภาพได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย เพราะชิ้นส่วนอะไหล่ของเกียร์ออโต้นั้นถือว่ามีราคาสูงทีเดียว คงไม่คุ้มนักที่จะเปลี่ยนบ่อย ๆ ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงควรทราบข้อมูลเหล่านี้

เมื่อสตาร์ทรถยนต์ ให้เข้าเกียร์ P

เมื่อต้องการสตาร์ทรถยนต์ การเข้าเกียร์ในตำแหน่ง P เอาไว้เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสตาร์ทรถ เป็นเกียร์ที่ทำให้รถยนต์เกิดการสั่นสะเทือนหรือเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพราะฉะนั้น การเข้าเกียร์ P จึงปลอดภัยที่สุด แต่ผู้ขับก็ต้องระมัดระวังการเข้าเกียร์ อย่าให้อยู่ในจุดที่คร่อมระหว่างเกียร์ P และ เกียร์ตำแหน่ง R เพราะถ้าเกิดมีการเคลื่อนไปที่เกียร์ R ขณะที่สตาร์ทรถยนต์ ก็อาจส่งผลให้รถยนต์พุ่งถอยหลัง จนเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อสิ่งรอบข้างได้

เหยียบเบรกก่อนเปลี่ยนเกียร์

ในการขับขี่รถยนต์นั้น ผู้ขับจะต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ไปตามลักษณะของเส้นทาง เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด โดยในขณะที่จะเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์นั้น รถยนต์จะมีการกระตุกหรือมีแรงกระชากเล็กน้อยจากการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้รถยนต์และผู้ขับเกิดอาการเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนเกียร์จึงควรทำให้ขณะที่รถหยุดนิ่ง อีกวิธีหนึ่งก็คือผู้ขับควรเหยียบเบรกก่อนเปลี่ยนเกียร์เสมอ เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

เปลี่ยนเกียร์ D และ เกียร์ R เมื่อรถหยุด

เกียร์ D และ เกียร์ R เป็นเกียร์ที่ใช้บ่อยในการขับขี่ยานยนต์บนเส้นทางปกติ แต่เมื่อต้องการที่จะสลับเกียร์รถยนต์ 2 เกียร์ดังกล่าว ควรกระทำก็ต่อเมื่อรถยนต์จอดนิ่งแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับอะไหล่เกียร์นั่นเอง

เกียร์ P และ เกียร์ N สำหรับการจอดรถ

ในกรณีที่ต้องการจอดรถยนต์นั้น ผู้ขับควรสังเกตลักษณะโดยรอบของพื้นที่จอดรถ เพราะเกียร์ N และ P ใช้ในการจอดรถ แต่จะถูกใช้ในกรณีที่แตกต่างกัน หากจอดรถยนต์ในพื้นที่ส่วนตัว ที่สามารถจอดสนิทได้ หรือบนทางลาดชันที่ไม่ต้องการให้รถไหล ให้ใช้เกียร์ P แต่ถ้าจอดรถในพื้นที่สาธารณะ หรือจำเป็นต้องจอดซ้อนกับรถยนต์คันอื่น ๆ ให้ใช้เกียร์ N เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ได้ ในกรณีที่รถยนต์คันด้านในต้องการเคลื่อนรถเพื่อขับออกไปก่อน จะได้สะดวกขึ้น

ไม่ควรคิกดาวน์โดยไม่จำเป็น

การคิกดาวน์เป็นการกระทำที่เหมาะกับการที่ผู้ขับต้องการเร่งแซงเมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ควรทำบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เกียร์ทำงานหนักมากเกินไป จนส่งผลให้เกียร์สึกหรอได้เร็วขึ้น หากต้องการถนอมเกียร์ออโต้ แนะนำว่าอย่าคิกดาวน์บ่อยเกินไปจะดีกว่า

เปลี่ยนน้ำมันเกียร์

เหมือนกับรถยนต์ที่ต้องมีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดี น้ำมันเกียร์เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยในการหล่อลื่นและลดความร้อนในชุดเกียร์ ให้เกียร์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุก ๆ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเกียร์


นอกเหนือจากการใช้งานเกียร์ออโต้แล้ว ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ศึกษาคู่มือการใช้รถยนต์อย่างละเอียด และทำประกันรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้รถยนต์ ด้วยความปรารถนาดี

IN-Wsible
IN-Wsible
Previous
Next

บทความแนะนำ​

รถยนต์ไฟฟ้า
ประกันรถยนต์

“รถยนต์ไฟฟ้า” นวัตกรรมยานยนต์แห่งโลกยุคใหม่

ชีวิตของคนยุคใหม่นั้นถือได้ว่าเป็นชีวิตที่สะดวกสบาย เพราะมีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาช่วยให้การดำเนินชีวิตง่ายมากยิ่งขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในยุคที่หลาย ๆ คนเริ่มหันมาตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและปัญหาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น บวกกับเรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงที่เหลือน้อยลงและมีราคาสูงขึ้น การเลือกใช้สิ่งของที่ช่วยลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด เพื่อเซฟทั้งเงินและเซฟโลกของเรา จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยได้ …

ประหยัดไฟฟ้า
สินเชื่อส่วนบุคคล

จัดบ้านรับหน้าร้อนอย่างไร ให้ประหยัดค่าไฟฟ้า

เข้าสู่เมษาหน้าร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งบ้านเรานั้นอย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า อุณหภูมิในช่วงนี้ร้อนตับแตกขนาดไหน ในบางวันความร้อนระอุทะลุไปถึง 40 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ทำให้ค่าไฟที่บ้านก็วิ่งทะยานขึ้นไปด้วยจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวนั่นเอง และวันนี้ …

ออมเงิน
ประกันชีวิตออมทรัพย์และการลงทุน

พ่อแม่มือใหม่ บริหารการเงินอย่างไรให้รุ่งเงินไม่ช็อต

วางแผนออมเงินให้ลูกแบบไหนดี  การวางแผนการเงินให้แก่ลูกน้อยนั้นถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ เช่น เริ่มตั้งแต่ลูกจะเริ่มเรียนอนุบาลที่โรงเรียนอะไร ต้องใช้เงินจำนวนเท่าไร ในระหว่างทางจะต้องประสบกับค่าใช้จ่ายอะไร ฉะนั้นแล้วควรเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ ไปจนถึงระดับปริญญาตรี …