คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

ขับรถลุยน้ำท่วม

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้รถเสียหายน้อยที่สุด

ลำพังการขับรถยนต์ในสภาวะปกติธรรมดาเราต้องใช้ความระมัดระมังในการขับรถมากพออยู่แล้ว แต่หากเราต้องเจอกับสถานการณ์น้ำรอการระบายอยู่นั้นย่อมไม่เป็นผลดีแก่เราและรถสุดที่รักของเราแน่นอน

ดังนั้น การเตรียมตัวสำหรับการ ขับรถยนต์ในสภาวะน้ำท่วม จึงถือเป็นเรื่องที่คนใช้รถยนต์ทุกคนควรเรียนรู้ไว้ เพื่อที่จะได้ขับรถลุยน้ำท่วมได้อย่างสบายใจ และทำให้รถของเราเสียหายน้อยที่สุดนั่นเองค่ะ


 

ชับรถลุยน้ำท่วม

 

ควรขับรถลุยน้ำท่วมหรือไม่?

ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะถ้าจะว่ากันตามหลักความจริงแล้วการขับรถลุยน้ำท่วมถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด แต่หากมีความจำเป็นที่ต้องขับรถลุยน้ำท่วมจริงๆก็แนะนำให้ประเมินความสูงของน้ำก่อนว่า ความสูงของน้ำในระดับนั้นเราสามารถขับรถลุยน้ำท่วมฝ่าไปได้หรือไม่

ซึ่งการประเมินความสูงของน้ำนั้นก็สามารถประเมินได้จากรถยนต์คันที่ขับอยู่ข้างหน้าได้เลยค่ะ และแนะนำให้หลีกเลี่ยงหากน้ำมีความสูงกว่า 25 cm สำหรับรถเก๋ง 40 cm สำหรับรถกระบะ และ 50 cm สำหรับรถ 4WD ค่ะ

 


 

ขับรถลุยน้ำท่วม

 

ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไร ไม่ให้รถพัง

 

1.ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะขับรถลุยน้ำท่วมแล้วล่ะก็ อย่างแรกที่คุณควรทำคือ ปิดแอร์ภายในรถยนต์ของคุณก่อนค่ะ เพราะในขณะที่เราเปิดแอร์ พัดลมมีการทำงานอยู่ และ หากคุณเปิดแอร์ในขณะที่ขับรถลุยน้ำท่วมอยู่นั้น พัดลมจะพัดน้ำเข้าห้องเครื่องและเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดับ นั่นเองค่ะ

2.ใช้เกียร์ต่ำ

หากรถยนต์ของคุณเป็นรถยนต์ที่ใช้เกียร์ธรรมดา และนำให้ใช้เกียร์ 2 ในการขับรถลุยน้ำท่วม และสำหรับรถยนต์เกียร์ออโต้ แนะนำให้ปรับไปที่เกียร์ L นอกจากปรับเกียร์ให้ต่ำแล้ว การขับขี่ก็ควรใช้ความเร็วต่ำเช่นกัน และ ควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ ห้ามเร่งความเร็วขึ้น หรือลดความเร็วลงเด็ดขาด

 

3.อย่าเร่งเครื่องยนต์

หลายๆคนมีความคิดที่ว่า การเร่งเครื่องในขณะที่ขับรถลุยน้ำท่วมอยู่นั้นจะเป็นการช่วยดันน้ำออกจากท่อไอเสียขณะที่กำลังขับรถลุยน้ำอยู่ ซึ่งในความจริงแล้วการเร่งเครื่องขณะที่รถกำลังลุยน้ำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

เพราะการเร่งเครื่องนั้นจะทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เป็นการเร่งให้ใบพัดระบายความร้อนจะทำงานมากขึ้น และเมื่อใบพัดระบายความร้อนมีการทำงานจะยิ่งทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์มากขึ้นนั่นเองค่ะ  

4.ลดความเร็วลงเมื่อต้องขับรถสวนกับรถคันอื่น

การลดความเร็วของรถลงในขณะที่ต้องขับรถสวนกับรถยนต์คันอื่นถือจะเป็นการช่วยลดความสูงของคลื่นที่เกิดจากแรงปะทะได้ เพราะหากยิ่งขับรถเร็วมากเท่าไหร่ คลื่นที่เกิดจากแรงปะทะก็จะสูงมากเท่านั้น และยิ่งคลื่นสูงมากก็จะยิ่งทำให้น้ำกระเด็นเข้าสู่เครื่องยนต์ได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ

5.เมื่อลุยน้ำจนถึงปลายทางแล้ว

หลังจากที่คุณขับรถลุยน้ำมาจนถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการแล้ว อย่าเพิ่งดับเครื่องยนต์เป็นอันขาด ควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ซักระยะก่อนเพื่อไล่ความชื้นในห้องเครื่อง และไล่น้ำออกจากหม้อพักและท่อไอเสียให้หมดก่อนนั่นเองค่ะ

นอกจากการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้แล้ว สิ่งที่คุณควรทำอีกหนึ่งอย่างคือ พยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ เพราะหลังจากที่ขับรถลุยน้ำมาเบรกอาจจะเกิดอาการติดขัดและเบรกไม่อยู่ได้ ซึ่งการย้ำเบรกนั้นก็ทำได้โดยการ ขับรถเดินหน้าซักหน่อยแล้วเหยียบเบรกแรงๆ 1 ครั้ง จากนั้นขับรถถอยหลังอีกเล็กน้อย และ เหยียบเบรกแรงๆอีก 1 ครั้ง

แต่หากทำตามที่เราแนะนำแล้วอาการติดขัดของเบรกไม่หายไป ก็แนะนำให้นำแจ้ง บริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่คุณใช้บริการอยู่ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อที่คุณจะได้นำรถเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมเพื่อเช็คสภาพโดยทันที

แม้ว่าจะมีวิธีการขับรถลุยน้ำท่วมแบบที่ไม่ทำให้รถยนต์เสียหาย หรือ แม้ว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 ของคุณจะให้ความคุ้มครองในส่วนนี้ด้วย แต่หากเป็นไปได้ เราแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำท่วมจะเป็นสิ่งที่ดีและปลอดภัยที่สุดค่ะ

 


สนใจทำประกันรถยนต์ ราคาประหยัด กดเลย!

HamsterB
HamsterB
Previous
Next

บทความแนะนำ​

รถมือสอง
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

หลังซื้อรถมือสอง มีอะไรต้องเปลี่ยนบ้าง ?

เมื่อเราซื้อรถยนต์มือสองแล้ว ถึงแม้จะตรวจเช็กเป็นอย่างดี แต่รถมือสอง ก็ยังเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ดังนั้นการดูแลรักษาในช่วงแรกหลักจากที่ได้รถมาจึงต้องดูแลเยอะเป็นพิเศษกว่ารถป้ายแดง มาดูกันสิว่า  ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไรนะ หลังซื้อรถมือสอง มีอะไรต้องเปลี่ยนบ้าง ?  …

รถยนต์
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

ส่องศึกรถ PPV ระหว่าง FORTUNER Vs. MU-X

ตลาดรถอเนกประสงค์ หรือ PPV กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่เปิดตัว ทั้ง Toyota Fortuner 2020  และ …

รถจักรยานยนต์
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

เท่าไหร่ถึงพอ? กับ ค่าโดยสารมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ชีวิตคนเมืองที่มีแต่ความเร่งรีบ การเดินทางถึงแม้จะมีตัวเลือกมากมาย ทั้งรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ รถไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกอันดับต้นๆ ในการเดินทาง แล้วค่าโดยสารเท่าไหร่กัน ถึงเรียกได้ว่าไม่เสียเปรียบกันนะ …