ปัดทุกข้อสงสัย ประกันรถจักรยานยนต์ มีแบบไหนบ้าง?

posted: 1 year ago
9,062 views
ปัดทุกข้อสงสัย ประกันรถจักรยานยนต์ มีแบบไหนบ้าง?

comments

แม้ว่าประกันภัยรถยนต์จะเป็นสินค้าหลักของ rabbit finance แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจักรยานยนต์จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราไม่สนใจแต่อย่างใด หลายๆคนที่เป็นผู้ขับขี่รถยนต์อาจไม่คุ้นเคยกับคอนเซปต์ของประกันจักรยานยนต์เหมือนกับประกันรถยนต์ เพราะแม้จะมีรายละเอียดใกล้เคียงกัน แต่ตัวเลือกกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งราคาและเงื่อนไข

ประกันรถจักรยานยนต์นั้นแบ่งออกได้เป็นชั้น 1,2+,3+ และ 3 เหมือนกับประกันภัยรถยนต์ แถมยังบวกด้วยประกันรถหายพิเศษอีกด้วย เอาไว้คุ้มครองเรื่องโจรกรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งแต่ละบริษัทมักจะมีข้อเสนอแตกต่างกรมธรรม์กันไป เช่นบางเจ้าจะขายแต่ชั้น 1 ในขณะที่บางบริษัทก็ขายเพียง 2+ และ 3+ เท่านั้น เพราะแต่ละชนิดของกรมธรรม์มีความแตกต่างกัน เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ชัดเจน


ประกันชั้น 1 ของจักรยานยนต์

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าความคุ้มครองของทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ค่อนข้างคล้ายกัน ขอบเขตคุ้มครองจะเหมือนกัน รถคันเอาประกัน คู่กรณี แผลไฟไหม้ ต่างๆ แต่ข้อแตกต่างระหว่างทั้งสองยานยนต์อยู่ที่เงื่อนไขการทำมากกว่า รถยนต์ที่จะทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้จำเป็นจะต้องเป็นรถยนต์ที่มีอายุ 1-7 ปี หรือ 1-10 ปี ตามแต่ข้อกำหนดของแต่ละบริษัทประกันภัย ในขณะที่ประกันชั้น 1 ของจักรยานยนต์นั้นมีเงื่อนไขรายละเอียดที่คลุมเครือกว่ามาก

ขอบคุณภาพจาก http://www.thailandmotorcycletour.com/

ทั้งนี้ก็เป็นเพราะประกันชั้นหนึ่งของจักรยานยนต์เป็นรูปแบบกรมธรรม์ที่บริษัทไม่อยากทำหรือไม่ค่อยรับทำเท่าไหร่ จะไม่มีการโฆษณาหรือโปรโมชั่นเหมือนกับรูปแบบอื่นหรือประกันรถยนต์เลย เพราะจักรยานยนต์คันเล็กก็ไม่มีใครสนใจจะทำ ส่วนจักรยานยนต์คันใหญ่หรือ บิ๊กไบค์(Big Bike) ก็มีอะไหล่ ค่าซ่อมแซมแพงหูฉีก

ปรกติแล้ว แม้บริษัทประกันจะไม่ค่อยรับทำ แต่หากคุยกับทางสาขาโดยตรงก็จะสามารถยื่นเงื่อนไขกันได้ โดยก่อนหน้านี้ วิริยะประกันภัย ก็เคยยื่นข้อเสนอให้ประกันชั้น 1 กับสาวกบิ๊กไบค์ทั้งหลาย แม้ว่าจะเพียงบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้เดียวที่ทำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประสบความสำเร็จถล่มทลาย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะราคาเบี้ยประกันบวกด้วยค่าเสียหายส่วนแรกที่สูงสุดๆนั่นแหละ


ประกันชั้น 2+ และ 3+ ของจักรยานยนต์

ในขณะที่ประกันชั้น 1 หายากชนิดจับต้องไม่ได้ แต่ 2+ และ 3+ ที่เป็นกรมธรรม์ราคาสูงสำหรับรถยนต์กลับกลายมาเป็นประกันภัยสุดประหยัดของจักรยานยนต์ไปแทน ความคุ้มครองยังคงเหมือนกับประกันรถยนต์ปรกติ ทั้ง 2+ และ 3+ แต่แตกต่างกันที่ราคาอย่างมาก

ด้วยราคาที่ประหยัด ผู้คนที่ขับมอเตอร์ไซค์ขนาดปรกติหรือสกู๊ตเตอร์ก็หันมาใช้ประกันสองรูปแบบนี้มากกว่า เพราะนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังจ่ายค่าสินไหมให้สำหรับรถคันเอาประกันด้วย แม้จะไม่มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับซ่อมแซมจักรยานยนต์คันเล็กๆคันหนึ่ง

การจะหาผู้รับทำประกันรูปแบบนี้ก็ไม่ยากเลย เพราะสำหรับบริษัทที่เปิดตลาดของประกันจักรยานยนต์นั้น การขายกรมธรรม์นี้ถือเป็นสินค้าหลักอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอเชียประกันภัยหรือวิริยะประกันภัยก็ดีทั้งนั้น


ประกันชั้น 3 ของจักรยานยนต์

รูปแบบที่ประหยัดที่สุดในหมู่ประกันของหมวดหมู่รถยนต์ก็มีในจักรยานยนต์เช่นเดียวกัน แต่กลับมีวงจรชีวิตคล้ายกับประกันชั้น 2 เพราะเป็นรูปแบบที่กำลังสูญพันธุ์ลงไปช้าๆ ด้วยราคาและความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันอื่นมากเกินไป จนทำให้ผู้บริโภคเลือกทางอื่นมากกว่า


ขอบคุณภาพจาก https://www.17h43.com/

ประกันชั้นสามของมอเตอร์ไซค์มีราคาประหยัดกว่าประกันชั้นสามพลัสเกือบเท่าตัว แต่แม้ว่าจะประหยัดกว่ามาก ประกันสามพลัสก็ยังมีราคาที่ต่ำมาก ประมาณ 1,5xx บาทต่อปี แถมยังมีความคุ้มครองให้รถคันเอาประกัน แบบที่ประกันชั้นสามปรกติไม่มี จึงไม่แปลกที่ลูกค้าเลิกเลือกใช้ประกันชั้น 3 ของจักรยานยนต์ไป


ประกันรถสูญหาย

กรมธรรม์แบบเฉพาะของจักรยานยนต์ เนื่องจากมีอัตราโจรกรรมสูงกว่ารถยนต์มาก นิยมทำควบคู่กับกรมธรรม์ภาคสมัครใจอื่นๆไปเป็นแพ็คเกจด้วยก็มี โดยจะมีรายละเอียดดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ถูกโจรกรรมโดยการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์
  • รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายในสภาพสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุการใช้รถ

และมีเงื่อนไขในการทำคล้ายกับประกันรถยนต์ด้วย ตัวอย่างเช่น

  • รถป้ายแดง มีทุนประกันประมาณ 80% ของราคารถยนต์ รับทำบิ๊กไบค์ที่จดทะเบียนถูกต้องและผลิตในไทย
  • รถ 1-3 ปี จะมีทุนลดลงต่อปี (ทีละ 10%) ไม่รับทำกับบิ๊กไบค์ และมีทุนประกันไม่เกิน 50,000 บาท
  • รถ 4-9 ปี จะมีทุนเหลือเพียง 10,000 บาทจนถึง 6,000 บาทเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก วิริยะ และ  smokybike.com


ขอบคุณภาพจาก https://www.tokopedia.com/

เพราะปรกติ จักรยานยนต์เป็นยานยนต์เล็กที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ ทำให้ผู้ครอบครองโดยมากเลือกที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย แล้วตัดเรื่องประกันภัยออกไป ซึ่งจริงๆแล้วเป็นคิดที่ผิดมหันต์ เพราะมอเตอร์ไซค์นี่แหล่ะ ที่มียอดประสบอุบัติเหตุสูงตลอดทุกปี นอกจากจะมีความเสี่ยงสูงแล้ว ยังมีความปลอดภัยที่ต่ำกว่าด้วยเมื่อเทียบกับผู้ขับขี่รถยนต์

ดังนั้น จะถูกหรือแพงก็ควรจะมีหลักประกันป้องกันตัวเองไว้บ้าง อย่างน้อยที่สุด ก็ถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ใช้ท้องถนนคนอื่นนะครับ


สำหรับใครที่สนใจทำประกันภัยรถยนต์ ไปต่อที่นี่เลย


avatar
by Smallville

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon