[Movie Review] Alice Through the Looking Glass อดีตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

posted: 2 years ago
2,206 views
[Movie Review] Alice Through the Looking Glass อดีตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

comments

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ดูเหมือนว่าจะมีภาพยนตร์ใหม่ๆ เข้าฉายเยอะทีเดียว แถมแต่ละเรื่องก็ค่อนข้างจะน่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น Alice Through the Looking Glass และ Train To Busan (ซึ่งเรื่องหลังนี่ผมแนะนำจริงๆ ครับสนุกครบรสสุดๆ) อย่างไรก็ตามสำหรับตอนนี้เรามาพูดถึงเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง Alice กันดีกว่าครับซึ่งผมว่าเป็นหนังที่สนุกใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าคุณไม่กลัวแสบตาจากสีสันที่จัดจ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปซะแล้ว

การเดินทางกลับสู่ Wonderland

เรื่องราวในภาคนี้จะเกิดหลังจาก Alice In Wonderland เป็นเวลาหลายปีเลยล่ะครับ ถ้าหากใครที่ติดตามหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกจะรู้สึกได้ว่าในช่วงแรกนั้น Alice ไม่ใช่เด็กที่กล้าแกร่งอะไรนัก จนกระทั่งได้ไปเผชิญหน้ากับเรื่องประหลาดๆ ในดินแดนมหัศจรรย์อย่าง Wonderland จึงทำให้เธอนั้นกลายเป็นผู้หญิงที่กล้าจะทำอะไรต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนิสัยนั้นก็ส่งผลกระทบมาถึงในภาคนี้ด้วย ดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่เปิดเรื่องมาเธอก็กลายเป็นกัปตันเรือสินค้าของพ่อตัวเองแล้ว แถมยังสามารถพาเรือหนีจากโจรสลัดได้ด้วยตัวเองอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเก่งสุดๆ สำหรับผู้หญิงธรรมดาๆ จากภาคที่แล้ว (ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ขอแนะนำว่าให้ไปดูต่อในโรงภาพยนตร์นะครับ ขืนผมเล่าหมดเดี๋ยวไม่สนุกพอดี จริงไหมครับ)

เรื่องราวในภาคนี้ Alice (Mia Wasikowska) จะต้องเดินทางกลับไปยังดินแดนมหัศจรรย์อย่าง Wonderland อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเธออย่าง Madhatter (Johnny Depp) ช่างทำหมวกสติหลุด จากอาการป่วยลึกลับของเขา โดยเธอต้องเดินทางเข้าไปยังอาณาจักรแห่งเวลาเพื่อขอร้องให้เจ้าแห่งกาลเวลาช่วยหลือเพื่อนของเธอให้ได้ ไม่ว่าเธอจะต้องทำอย่างไรก็ตาม

สำหรับ Alice Through the Looking Glass นั้นจากที่ผมได้เอาตัวเรื่องและบทวิเคราะห์มาวิเคราะห์ดูแล้ว ประเด็นที่ชอบที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกับเรื่องของกาลเวลานี่แหละครับ ดังจะเห็นได้ว่าตัวของ Alice เองต้องการที่จะย้อนเวลากลับไปยังอดีตเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของ Madhatter ให้ได้ แต่ยิ่งย้อนเวลากลับไปมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งเห็นอดีตที่เกิดขึ้นกับผู้คนรอบตัวมากเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง Red Queen และ White Queen สองศรีพี่น้องที่ตีกันมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว โดยในภาคนี้เราจะได้เห็นปมปัญหาที่เป็นเหมือนชนวนให้ทั้งสองเป็นอริกัน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Madhatter กับคนในครอบครัวที่พ่อของเขาต้องการจะให้ตัวของ Hatter เองเนี่ยเป็นช่างทำหมวกที่ยอดเยี่ยมจึงพยายามทำทุกวิธีเพื่อส่งเสริมเขาให้กลายเป็นช่างทำหมวกที่สมบูรณ์แบบจึงส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกแย่ลง จนกลายเป็นปัญหาให้ Alice ต้องตามไปแก้ไขเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของตัวเองซึ่งตัวหนังสามารถสื่อสารเอาประเด็นนี้ออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว

ทางด้านนักแสดงนั้นตัวละครเก่าหลายๆ ตัวยังคงกลับมาอย่างครบครันแต่ที่เห็นจะเด่นที่สุดนอกจากนางเอกของเรื่องแล้วเห็นจะเป็น Time (Sacha Baron Cohen) นี่แหละครับ ที่เรียกได้ว่าเด่นตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลย เพราะเขาต้องออกตามล่าหาตัว Alice ไปเกือบจะทุกที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่ค่อนข้างจะเด่นเลยทีเดียว นอกจากนี้อีกหนึ่งตัวละครที่เด่นไม่แพ้กัน ซึ่งผมค่อนข้างจะชอบท่าทางการเคลื่อนไหวของตัวละครตัวนี้ไม่ใช่น้อยก็คือ The White Queen ครับ (ผมดูจบแล้วแทบจะเดินลอยแบบเธอเลยทีเดียว) เพราะท่าท่างของเธอและลักษณะการพูดของเธอเนี่ยแหละที่เรียกได้ว่าแสดงออกมาได้ดีสุดๆ

ยังมีออกทะเลอยู่บ้าง

สำหรับข้อเสียของหนังเรื่องนี้ผมมองว่ามีบางช่วงที่ตัวหนังค่อนข้างจะออกทะเลไปในบ้างพอสมควรเลยล่ะครับ ซึ่งฉากที่ว่านี้อาจจะเป็นการสปอยด์ผู้อ่านพอสมควรเพราะฉะนั้นผมจึงไม่ขอพูดถึงนะครับเพื่อป้องกันการเสียอรรถรสในการรับชม

ปังหรือแป้ก

สำหรับเรื่องนี้จากความคิดเห็นของผมส่วนตัวแล้วเนี่ยคิดว่ามันเป็นหนังอีกเรื่องที่สามารถดูได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่แพ้กันกับภาพยนตร์เรื่องไหนของค่าย Walt Disney เลย ที่สำคัญตัวหนังยังให้ข้อคิดที่ดีกับคนที่ดูอีกด้วยโดยเฉพาะในเรื่องของเวลาในแต่ละวินาทีเพียงแค่คุณใช้มันอย่างคุ้มค่า เท่านี้ก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจแล้วล่ะครับ

ปัง 8.5/10

ขอขอบคุณคลิปจาก : KinoCheck


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon