เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ Swiss Re นำร่องโรคเรื้อรัง

posted: 5 months ago
เมืองไทยประกันชีวิต จับมือ Swiss Re นำร่องโรคเรื้อรัง

comments

เมืองไทยประกันชีวิต กับ Swiss Reinsurance ได้ทำการทดสอบแผนประกันสุขภาพรูปแบบใหม่สำหรับโรคป่วยเรื้อรังในไทย โดยใช้เครื่องมือดิจิตอลมาช่วยในการพัฒนาแผนธุรกิจใหม่นี้

มีการใช้แอปพลิเคชั่นจับอาการป่วยจากใบหน้าของลูกค้า ที่ออกแบบโดย Prenetics สตาร์ทอัพด้านไบโอเทคจากฮ่องกง เพื่อให้บริษัทสามารถเป็นฝ่ายเข้าหาลูกค้าได้ แทนที่จะรอให้ลูกค้าติดต่อเข้ามาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ไปจนถึงการช่วยให้ความช่วยเหลือลูกค้า จนลดความต้องการในการเรียกค่าสินไหมทดแทน


เมืองไทยประกันชีวิต

นาเดีย สุทธิกุลพาณิชย์ Head of Fuchsia กล่าวว่า   

“ธุรกิจประกันภัย เป็นธุรกิจที่มีความห่างเหินกับลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง สำหรับลูกค้าแล้ว ธุรกิจประกันภัยไม่เคยอยู่เคียงข้างในเวลาที่จำเป็นจริงๆ กลุ่มคนที่ได้รับความสนใจจากธุรกิจประกันภัยน้อยที่สุด คือ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งมักถูกปฏิเสธจากการทำประกันภัยแบบธรรมดา

เนื่องจากเงื่อนไขสุขภาพที่มีมาอยู่ก่อนแล้ว และถูกบังคับให้ทำประกันภัยเฉพาะประเภทที่ได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุรุนแรงจากโรคที่เป็นอยู่แล้วเท่านั้น (เช่น พิการหรือตาบอด) ซึ่งมีค่าเบี้ยประกันที่สูงมาก”

Fuschia เลือกที่จะเริ่มทดลองรูปแบบประกันภัยรูปแบบใหม่นี้ในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานก่อน ซึ่งในไทยมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี จากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป


การป้องกันดีกว่าการรักษา

โรคเบาหวานนั้น หากไม่ได้รับการรักษา จะส่งผลที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก แต่การกินอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้อย่างปกติ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ยังสามารถวัดค่าได้อย่างแม่นยำจากระดับน้ำตาลในเลือด

ทาง Fuschia จึงเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่จะแนะนำบริการทางดิจิตอลสู่ตลาด โดยให้ เมืองไทย คอยดูแลลูกค้าในระยะยาว ด้วยการช่วยเหลือให้ลูกค้ากลุ่มนี้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ เพื่อแลกกับค่าเบี้ยประกันที่ถูกลง หากสามารถทำได้สำเร็จ ก็จะสามารถช่วยลดการเรียกค่าทดแทนสินไหมจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงจากอาการป่วยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับ เมืองไทย และปัญหาด้านสุขภาพไปพร้อมกัน

เมืองไทยประกันชีวิต

เสาะหาความร่วมมือ

Sohila Kwan Director, Head of Health & Medical Solutions, Asia at Swiss Re กล่าวว่า

“แต่เดิมนั้น ผู้ให้บริการประกันภัย ต้องประสบกับปัญหาในการออกแบบประกันสุขภาพให้มีราคาที่ขายได้ กฎหมายในหลายประเทศ ทำให้ผู้ให้บริการประกันภัยไม่สามารถคิดค่าใช้จ่ายเท่ากับค่ารักษาพยาบาลได้ ทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าทดแทนเป็นจำนวนมาก

แต่ด้วยความต้องการมอบสิ่งที่ดีกว่าให้กับลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลแบบรายบุคคล รวมไปถึงการเพิ่มของโรคจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เบาหวาน ทำให้เกิดตลาดใหม่ ที่ธุรกิจประกันภัยเห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ”

โรคเรื้อรังคือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ที่ผู้ให้บริการประกันภัยดั้งเดิมต้องการหาทางออก แต่ไม่มีข้อมูลอยู่เลย

 

บริการนี้ ได้เริ่มเปิดขายในไทยมาตั้งแต่เดือนเมษายน ในฐานะสินค้าทดลอง โดยหวังว่าจะมาสามารถขายกรมธรรม์นี้ได้ 1000 ฉบับ โดยทางเมืองไทยได้เสนอสัญญา 2 ปี สำหรับโรคเบาหวานประเภทที่ 2 เมื่อเริ่มทำกรมธรรม์ ลูกค้าจะต้องเข้ารับการตรวจเลือด และสนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น เบี้ยประกันในรอบต่อไปก็จะลดลง

เพื่อให้กรมธรรม์นี้เข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้ เมืองไทย และ Swiss Re ได้ดึงเอา Prenetics สตาร์ทอัพด้านการทดสอบด้านพันธุกรรมจากฮ่องกง ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Alibaba Hong Kong Entrepreneurs Fund and Beyond Ventures มาเข้าร่วมด้วย

ทาง Prenetics ได้ออกแบบแอปพลิเคชั่นที่ช่วยเตือน กระตุ้น และสนับสนุนผู้ใช้ให้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยนำเสนอในภาษาไทย พร้อมด้วยความเข้าใจในเมนูอาหารท้องถิ่น ข้อมูลที่ได้ จะเป็นทรัพย์สินของเมืองไทยซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

เมืองไทยยังอยู่ระหว่างการทดลองว่า จะดำเนินการเรื่องการเรียกค่าสินไหมทดแทนสำหรับสินค้าตัวนี้อย่างไร และได้ติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลและคลินิกต่างๆ ในไทย เพื่อให้ผู้ซื้อกรมธรรม์สามารถเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างสม่ำเสมอ

ขีดจำกัดใหม่

ระดับผู้บริหารปฏิเสธที่จะเทียบราคาของสินค้าใหม่นี้กับสินค้าอื่นๆ โดยแจ้งว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการให้ความคุ้มครองโรคเรื้อรังในประเทศไทย ตัวกรมธรรม์จะคุ้มครองตั้งแต่ผลกระทบร้ายแรงจากโรค หากโรคมีอาการที่รุนแรงขึ้น และยังมอบประกันสุขภาพมาตรฐาน สำหรับอาการป่วยทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคอีกด้วย

หากกรมธรรม์นี้ประสบความสำเร็จ Swiss Re ก็ต้องการจัดจำหน่ายสินค้าตัวเดียวกันนี้ที่อื่นด้วย เพราะผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนทั่วโลกเป็น โรคเบาหวาน โดยอยู่ในเอเชียถึง 60% แต่แผนธุรกิจนี้ ก็จำเป็นต้องมีพาร์ทเนอร์ด้านการรักษาพยาบาลในท้องที่ รวมถึงแอปพลิเคชั่นที่ให้การสนับสนุนด้านการกินอาหารและการออกกำลังกาย ที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย คอนเซ็ปต์นี้จะถูกนำไปใช้ในโรคเรื้อรังอื่นๆ ด้วย เช่น โรคหัวใจ

ผู้ให้บริการประกันภัยกล่าวว่า ตัวชี้วัดของโปรเจคนี้อยู่ที่ว่า จะสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้จริงหรือไม่ คนจะใช้แอปพลิเคชั่นหรือไม่? และจะสามารถช่วยปรับปรุงรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าได้หรือไม่

หากสำเร็จตามนี้ สินค้าตัวนี้จึงจะถือว่าเป็นสินค้าที่สร้างรายได้จริง แต่สำหรับในตอนนี้นั้น สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากการทดลอง โดยหวังว่า มันจะเป็นไปได้ด้วยดี และช่วยให้ธุรกิจเติบโตขึ้นไปได้


avatar
by >Choco-M<

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon