ประมงไทยยิ้มออก! เมียนมาตกลงส่งแรงงานเข้าไทย แก้ปัญหาขาดแคลน

posted: 1 ปีที่แล้ว
ประมงไทยยิ้มออก! เมียนมาตกลงส่งแรงงานเข้าไทย แก้ปัญหาขาดแคลน

comments

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน และนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าร่วมหารือ กับ นายเต็ง ส่วย (H.E.U Thein Swe) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจคนเข้าเมืองประชากร สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในเรื่องของการนำเข้าแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมาเข้ามาในกิจการประมงทะเลไทย เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน


ขาดแคลนแรงงาน 1
(cr.) www.thairath.co.th

ปัญหาการประมงทะเลไทย ขาดแคลนแรงงาน กว่า 6 หมื่นราย

สำหรับประเทศไทย ที่เป็น ประเทศติดทะเล  อุตสาหกรรมประมงถือเป็นหนึ่งในรายได้ทางเศรษฐกิจที่สำคัญกับประเทศอย่างมาก ซึ่งสินค้าหลักที่ทำรายได้ให้กับการประมงไทย นอกจากเรื่องของการท่องเที่ยวแล้ว ได้แก่ อาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป รวมถึงเครื่องมือประมงอื่นๆด้วย

อุตสาหกรรมประมงของประเทศไทย มีศักยภาพในการผลิตได้ถึง 3 ล้านเมตริกตันต่อปี มีมูลค่าส่งออกอยู่ที่  8.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตลาดที่สำคัญกับการประมงไทยมากที่สุด คือ ตลาดยุโรป

ในปัจจุบัน ประเทศไทยถือว่าอยู่ในช่วงวิกฤตที่ขาดแคลนแรงงานประมงทะเลอย่างมาก โดยปัจจุบันประเทศไทยต้องการแรงงานประมงมากถึง 110,000 คน แต่กลับมีแรงงานในระบบเพียง 60,000 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังขาดแคลนอีกกว่า 50,000 คน


(cr.) Chairat Phanthang

ขยายเวลาต่ออายุแรงงานพม่า ตาม พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. 2558

เพื่อแก้ไข ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ในครั้งนี้ ประเทศไทยจึงได้ทำการตกลงกับทางเมียนมา เพื่อขยายเวลาการต่ออายุแรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมาตรา 83 แห่ง พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว จำนวนประมาณ 11,000 คน ให้สามารถทำงานได้เพิ่มออกไปอีก 2 ปี ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยจะอนุญาตคราวละ 1 ปี ตามที่แรงงานต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจ้างแรงงานต่างด้าวได้ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 30 กันยายน 2561 ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล


นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า

ขณะนี้ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จใน 22 จังหวัด มีความพร้อมในการเปิดต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานประมงที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานตามมาตรา 83 พ.ร.ก. การประมง พ.ศ.2558 กว่า 1 หมื่นคน ที่ใบอนุญาตจะหมดอายุวันที่ 30 ก.ย. 2561 นี้ ขอให้มาดำเนินการในระยะเวลาที่กำหนด เพราะหากไม่มาจะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ไม่สามารถทำงานต่อไปได้

นอกจากนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน  ยังได้มีการประสานงานไปยัง กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้อำนาจตามมาตรา 17 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง เพื่อให้ แรงงานต่างด้าว ที่มีเอกสาร เช่น หนังสือเดินทางชั่วคราว หรือ เอกสารรับรองบุคคล มารายงานตัวขออนุญาตทำงานในภาคประมงตามมาตรา 83 พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. 2558 โดยกระทรวงแรงงานจะออกใบอนุญาตทำงานและเอกสารจำเป็นต่างๆให้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ก่อนวันที่ 15 พฤศจิกายน นี้อีกด้วย


ขาดแคลนแรงงาน 2
(cr.) transbordernews.in.th

เมียนมาได้ประโยชน์อะไรจากข้อตกลงนี้?

ข้อมูล ณ เดือน มีนาคม 2561 ระบุว่า ประเทศไทย มีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ เมียนมา ลาวและกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตทำงานตาม มาตรา 59 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,953,385 คน ซึ่งทำงานอยู่ใน กิจการเกษตรและปศุสัตว์ จำนวน 171,878 คน

ซึ่งหลังจากมีประเด็นเรื่องบทลงโทษที่รุนแรงของ พระราชกำหนดการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เมื่อปี 2560 เกิดขึ้น แรงงานต่างด้าวหลายสัญชาติ ได้ ทยอยเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายข้อนี้ รวมถึงแรงงานชาวเมียนมาด้วย ทำให้ไทยเริ่มประสบปัญหา ขาดแรงงานในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแรงงานระดับล่าง ที่ต้องการแรงงานที่ทำงานหนักแต่มีค่าจ้างที่ถูกนั่นเอง

ขาดแคลนแรงงาน 3
(cr.) www.thaigov.go.th

สำหรับฝ่ายเมียนมาเอง ที่ยอมตกลงส่งคนมาทำประมงในประเทศไทยนั้น มีเหตุผลใหญ่ๆ เนื่องจาก เมียนมาค่อนข้างมั่นใจในสภาพการจ้างงานของประเทศไทย ที่กำลังเริ่มมีสิทธิประโยชน์ต่างๆเพิ่มขึ้นที่ละขั้น เช่น ค่าจ้างแรงงานใหม่ ที่จะเริ่มที่ 10,000 บาท แต่ถ้ามีประสบการณ์หรือคามสามารถเฉพาะทาง จะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นค่าจ้างที่สูงสำหรับแรงงานระดับล่างอย่างมาก

โดยในการหารือกับไทยครั้งนี้ ทางเมียนมาแจ้งว่า มีความยินดีที่จะส่งแรงงาน จำนวน 42,000 คน เข้ามาทำงานประมงเพิ่มในไทย ภายในเดือนธันวาคม 2561 นี้ โดยจะมีการอบรมให้ความรู้กับแรงงานเมียนมา เกี่ยวกับกฎหมาย วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยก่อนที่จะส่งคนเข้ามาทำงาน เพื่อที่จะป้องกันการเข้าใจผิดต่างๆที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนั้นยังได้มีข้อเรียกร้องเพิ่มเติม ให้ไทยแบ่งส่วนแบ่งตามมูลค่าของสัตว์น้ำที่จับได้ และขอให้แรงงานพม่าเข้าสู่ระบบ ประกันสังคม ด้วย ซึ่งในข้อนี้ทางไทยอาจจะมีการจัดการเรื่อง ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุให้แทน

สำหรับปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงของไทยนั้น คงต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหากันต่อไป แต่อย่างน้อยจากการหารือกับเมียนมาในครั้งนี้ ก็คงจะช่วยให้วิกฤตแรงงานในไทยบรรเทาลงได้มากเลยทีเดียว


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
Related stories
loading icon