คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ก.คลังคอนเฟิร์ม! คืน VAT 7% ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • ประชาชนใช้สิทธิจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่าน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  ในช่วงระยะเวลา 11 เดือนที่ผ่านมา จำนวน  128 ล้านครั้ง เป็นเงิน 3.81 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 99% ของจำนวนเงินการใช้สิทธิทั้งสิ้น 3.85 หมื่นล้านบาท
  • กรมบัญชีกลางมีมาตรการคืนเงินให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 11.5 ล้านคน รายละไม่เกิน 500 บาท/เดือน  โดยใช้ข้อมูลจากจำนวน VAT 7% เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ขอบคุณรูปภาพจาก www.thairath.co.th

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จากข้อมูลการใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตรจากร้านธงฟ้าประชารัฐ ในช่วงระยะเวลา 11 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 2560-ส.ค. 2561) พบว่า

มีการใช้สิทธิจำนวน  128 ล้านครั้ง เป็นเงิน 3.81 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 99% ของจำนวนเงินการใช้สิทธิทั้งสิ้น 3.85 หมื่นล้านบาท ซึ่งการคืนเงินภาษีจะเกิดการกระตุ้นนำเงินที่ได้คืนไปใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

แต่ก่อนที่จะไปรู้จักกับมาตรการคืนVAT คนจนเราลองมาดูกันก่อนว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นมีสิทธิอย่างไร ช่วยเหลือในเรื่องใดกันบ้าง เผื่อใครที่ยังไม่รู้จะได้เข้าใจ ในบัตรนี้กันมากขึ้น

สิทธิตามรายได้

  • กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี จะได้รับเงิน 300 บาทต่อเดือน (หรือ 3,600 บาท/ปี)
  • กลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี จะได้รับเงิน 200 บาท/เดือน (หรือ 2,400 บาทต่อปี)

เงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ

  • จับจ่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน อาทิ สบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก และยารักษาโรค
  • นำไปซื้อสินค้าเพื่อการศึกษา เช่น หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน และชุดนักเรียน
  • ซื้อสินค้าเพื่อการเกษตร เช่น เมล็ดพันธุ์พืช ต้นกล้า ปุ๋ย และอุปกรณ์เกษตร
  • นอกจากนี้ ยังมีเงินสำหรับซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนดอีกคนละ 45 บาท ต่อ 3 เดือนด้วย

เงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

  • ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า จำนวน 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket)
  • ค่าโดยสารรถ บขส. วงเงินไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน
  • ค่าโดยสารรถไฟ วงเงินไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน

เงินสนับสนุนจากภาครัฐใน 3 หมวดนี้จะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ไม่ได้นำมารวมกัน

[rabbitads slug=full-screen]


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ขอบคุณรูปภาพจาก www.indiatvnews.com

มาตรการคืน VAT ให้ผู้ถือบัตรคนจน

จากมาตรการชดเชยเงินให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  โดยใช้ข้อมูลจาก จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% ให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย จำนวน 11.5 ล้านคน รายละไม่เกิน 500 บาท/เดือน โดยใช้เงินในการดำเนินการ 5,000 ล้านบาท

สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้เปิดเผยว่า มาตรการชดเชยเงินนี้ ได้มีการออกแบบให้ได้รับประโยชน์ทั้งการลดค่าครองชีพในครัวเรือน กระตุ้นการใช้จ่ายเศรษฐกิจ อีกทั้งฐานรากของมาตรการยังส่งเสริมให้เกิดการออมเงินในผู้ที่มีรายได้น้อย ให้มีเงินสำรองไว้ใช้ในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ยังถือเป็นการส่งเสริม และจูงใจให้ร้านค้าผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษี VAT เพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนให้กับประเทศ โดยมาตรการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2561 – 30 เม.ย. 2562

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.thaigov.go.th

ขอ VAT คืนอย่างไร?

สำหรับการคืนเงินนี้ รัฐบาลจะคงเงินที่จ่ายเป็นภาษี VAT ไว้  1% ก่อน เพื่อให้ผู้มีรายได้รู้ ว่ายังมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้กับประเทศ และในส่วนที่เหลือ 6% จะจำแนกข้อมูลเป็น 2 ส่วน

  • ส่วนที่ 1 

5% เพื่อการใช้จ่าย เงินในส่วนนี้จะโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ซึ่งในการใช้จ่ายซื้อของในร้านธงฟ้าที่อยู่ในระบบภาษีVAT และมีการติดตั้งเครื่อง(EDC) และเครื่องพีโอเอส(POS)

โดยมีร้านธงฟ้า 3.5 หมื่อนแห่ง อยู่ในระบบภาษีVAT 13%  หรือจำนวนร้าน 3,800 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 3,000 แห่งที่เป็นร้านขนาดเล็ก ทางรัฐบาลจึงได้มีการสนับสนุนการติดตั้งเครื่องพีโอเอส(POS) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนในร้านใหญ่หากต้องการเข้าระบบติดตั้งเครื่องพีโอเอส(POS) จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ประมาณ 3 หมื่นบาท

และในส่วนของร้านธงฟ้าที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีVAT อีก 3 หมื่นแห่ง ก็ยังสามารถเข้ามาระบบภาษีVAT ได้ และขอติดตั้งเครื่องพีโอเอส(POS) ก็จะส่งผลให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ตลอดจนร้านค้าเอกชนก็สามารถที่จะเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน

  • ส่วนที่ 2

1% จะโอนเข้าบัญชี ของผู้มีรายได้น้อย ที่ได้สมัครเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติหรือ กอช. ซึ่งในตอนนี้มีจำนวน 1.3 แสนราย ส่วนในผู้ที่เป็นสมาชิก กอช.แต่ยังไม่เป็นสมาชิกกองทุนมีจำนวน 6 ล้านคน ทาง กอช.จะทำการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกประมา 5 แสนคน

และในส่วนของผู้ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก อีกราว 5 ล้านคน กระทรวงการคลังจะมีการหารือกับธนาคารอื่นๆเพื่อเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารระยะยาวแบบ 0 บาท เพื่อโอนเงิน 1% ที่เหลือนี้เข้าบัญชี โดยทางธนาคารจะพิจารณาผลตอบแทนที่เหมาะสม โดยผลตอบแทนจะไม่น้อยกว่าการเป็นสมาชิกของ กอช. รวมถึงยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี เพื่อเป็นการส่งเสริมการออม ทั้งนี้ในเรื่องนี้จะมีการหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด

นายสุทธิรัตน์ ยังทิ้งท้ายไว้อีกว่า มาตรการนี้เป็นเฟสแรก หลังจากดำเนินการแล้วจะมีการประเมินประโยชน์ปัญหาอุปสรรคของมาตรการ เสนอให้ฝ่ายนโยบาย รับทราบ ส่วนจะดำเนินการต่อเฟส 2 ต่อไปเป็นโครงการระยะยาวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

 

ขอบคุณข้อมูลจาก โพสต์ทูเดย์

NP. Meaw :)
NP. Meaw :)

บทความแนะนำ​

Walden Thonglor 8
บริการอื่น ๆอสังหาริมทรัพย์

Walden Thonglor 8 ที่สุดของซูเปอร์ลักชัวร์รีคอนโดมิเนียม

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้คอนโดมิเนียมกลายเป็นที่อยู่อาศัยที่คนยุคใหม่ให้ความสนใจ ยิ่งเป็นซูเปอร์ลักชัวร์รีคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองอย่าง “Walden Thonglor 8” คอนโดมิเนียมตกแต่งพร้อมอยู่ใจกลางทองหล่อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยทำเลที่ตั้งในย่าน CBD และโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่สวยหรูมีระดับ …

สินเชื่อรถลีสซิ่ง
ประกันยานยนต์ประกันรถยนต์

ไขข้อข้องใจ รถยนต์มีกี่ประเภทกันแน่?

หลายคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้างเรื่องการแบ่งประเภทรถยนต์ และอาจจะสงสัยว่าจริง ๆ แล้วมีรถยนต์กี่ประเภทกันแน่? วันนี้ rabbit finance อาสาพาเพื่อน ๆ ไปไขข้อข้องใจพร้อม …

ซื้อรถใหม่ 2020
บริการอื่น ๆรถยนต์

แนะนำ 8 รถยนต์ขายดี ที่เหล่าคนดังนั่งแท่นพรีเซนเตอร์

เชื่อว่าใคร ๆ ก็อยากมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ขับขี่ในช่วงนี้ ไหนจะโควิด-19 ไหนจะฝนฉ่ำ ๆ ซึ่งการเลือกรถยนต์สักคันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิจารณาตั้งแต่ขนาดรถที่ต้องการ ลักษณะการใช้งานของผู้ขับขี่ รูปทรง …