ภัยร้ายของโซเชียลที่ก่อให้เกิด โรคซึมเศร้า ในผู้สูงอายุ

posted: 2 years ago
1,953 views
ภัยร้ายของโซเชียลที่ก่อให้เกิด โรคซึมเศร้า ในผู้สูงอายุ

comments

ปี 2560 ยุคที่ทุกคนสามารถทำอะไรได้ไวกว่าความคิด ไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อของออนไลน์ เพียงกดๆ จิ้มๆ ไม่กี่ครั้ง และไม่จำเป็นต้องไปถึงสถานที่ก็ได้ของตามต้องการ หรือจะส่งข้อความหากัน ไม่ต้องจ่าหน้าซองหรือติดแสตมป์ให้ยุ่งยาก เพียงพิมพ์ข้อความแล้วก็ส่งก็จะถึงผู้รับได้ในพริบตา หากอยากติดตามข่าวสารก็ทำง่ายมาก แถมไม่ต้องรอหนังสือพิมพ์เป็นฉบับให้รำคาญใจ แหงละ ทุกอย่างเร็วทันใจเพราะมีอินเทอร์เน็ต

ทุกอย่างยิ่งง่ายขึ้นกว่าเดิมหากใช้แอพพลิเคชั่นที่แบ่งออกตามหมวด ถ้าชอบแชทคงต้องใช้ Line หรือไม่ก็​ Facebook หรือชอบถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ถ่ายรูปตัวเอง แล้วอยากแบ่งปันความทรงจำก็คงต้องใช้ Instagram และไม่ใช่แค่วัยเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น หรือวัยทำงานเท่านั้นที่ใช้โซเชียลมีเดีย ผู้สูงอายุเองก็เริ่มหันมาใช้กันแล้ว

ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

ทำไมผู้สูงอายุถึงหันมาใช้โซเชียลมีเดีย 

ข้อมูลสถิติผู้สูงอายุจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ ระบุว่า ในปี 2553 มีจำนวนผู้สูงอายุร้อยละ 12.89 (คิดเป็นหน่วยต่อพันคนประมาณ 8,508 คน) และในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือปี 2563 คาดว่าจะมีจำนวนผู้สูงอายุร้อยละ 19.12 (คิดเป็นหน่วยต่อพันคนประมาณ 17,579 คน) นั่นหมายความว่าในอนาคตจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

หากลองมองในมุมของผู้สูงอายุ จะพบว่า สมัยที่พวกท่านเป็นวัยรุ่นเหมือนเราก็คงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ตั้งใจทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต ทั้งเรียนทั้งเล่น และมีเพื่อนฝูงมากมาย ใช่เลย! เพื่อนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ในขณะที่เราก็ยังอยากติดต่อเพื่อน ผู้สูงอายุเหล่านั้นก็ต้องการเพื่อนเหมือนกัน ชีวิตประจำวันนอกจากจะปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงหลานแล้ว ทางออกอีกหนึ่งวิธีคือการใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อดูข่าวสารบ้านเมือง หรือไว้ติดต่อลูกหลานยามที่อยู่ไกลห่างกันนั่นเอง


ผลกระทบของโซเชียลมีเดียกับผู้สูงอายุ 

เมื่อโซเชียลมีเดียคือโลกที่กว้างไกล ค้นหาอะไรก็เจอไปซะทุกอย่าง บางอย่างเป็นความจริง หรือบางเรื่องก็ปรุงแต่ง หลายคนเลยลงความเห็นกันว่าการท่องโลกวิธีนั้นอันตรายต่อเด็ก เพราะเด็กยังขาดวุฒิภาวะ ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ แถมยังมีไฟวัยรุ่นฝังในตัว ครั้นจะทำอะไรบนโซเชียลก็อาจจะเกิดเรื่องได้ เพราะไม่คิดให้ดีซะก่อน

แต่ผู้สูงอายุที่หันมาเล่นอินเทอร์เน็ตมากขึ้นก็เป็นคนกลุ่มใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากโซเชียลมีเดียเหมือนกัน อย่างการถูกหลอกลวงข้อมูล เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้ส่งต่อเรื่องราวที่ได้มาแบบผิดๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหลายๆเรื่องได้

แต่จะบอกว่าผู้สูงอายุที่ใช้อินเตอร์เน็ตจะได้รับโทษอย่างเดียวก็คงไม่ถูกซักเท่าไหร่ เพราะทุกอย่างมักจะมีสองมุมเสมอ ถ้าเราแยกประโยชน์กับโทษที่ผู้สูงอายุได้รับจากการใช้อินเตอร์เน็ต จะสามารถแบ่งออกได้ตามนี้

ประโยชน์ที่ผู้สูงอายุได้รับจากโซเชียลมีเดีย

  • ก้าวทันโลก : ทำให้เป็นคนทันสมัย ไวต่อเหตุการณ์ต่างๆ เพราะข้อมูลแพร่กระจายรวดเร็ว ทำให้ไม่พลาดในการอัพเดตต่างๆ แถมยังฝึกสมอง ฝึกความจำ ลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซเมอร์
  • เรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา :  การเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปเข้าคอร์สอีกต่อไป เพราะจะประหยัดเงินด้วยการใช้สื่อโซเชียล ค้นหา ดูคลิปต่างๆ มีวิธีและรายละเอียด แถมยังไม่ต้องพึ่งใคร
  • ไม่เหงาอีกต่อไป :  ผู้สูงอายุบางคนอยู่ไกลกับลูกหลาน การติดต่อกันก็ไม่ยากแล้ว เพียงใช้สื่อโซเชียลในการติดต่อ เปิดกล้องคุยกันเห็นหน้าเห็นตา ทำให้เหมือนอยู่ใกล้กันเพียงเอื้อมมือ
  • มีสังคม : ผู้สูงอายุก็ยังมีเพื่อนที่อยากติดต่อกัน การมีโซเชียลมีเดียจะทำให้การติดต่อง่ายขึ้น ให้พวกเขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพิ่มความสุขให้ช่วงวัยชรา

ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

โทษที่ผู้สูงอายุได้รับจากการใช้โซเชียลมีเดีย

 

  •  เสพข่าวมากทำให้สื่อสารผิด : ข่าวสารบนโลกโซเชียล ใครก็สามารถเขียนได้ นอกจากจะเป็นประโยชน์แล้วยังเป็นโทษอีกด้วย หากผู้สูงอายุขาดการคิดให้รอบคอบกว่าเดิม เพราะนั่นอาจเป็นข่าวลืม ทำให้เกิดความกังวัลมากกว่าเหตุ ส่งผลให้เครียดมากกว่าเดิม
  • โซเชียลมีเดียทดแทนความรักไม่ได้ : ถึงแม้เทคโนโลยีจะทำให้เห็นได้ หรือส่งความรักผ่านหน้าจอได้ ทำให้ได้ความสุขมา แต่มันอาจทำให้ความรักไม่เต็มเปี่ยมเท่าอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ได้ใช้เวลาร่วมกันกับคนในครอบครัว อาจส่งผลให้เกิดสภาวะเหงามากกว่าเดิม รู้สึกโดดเดี่ยว อยู่ตัวคนเดียว ในใจลึกๆ มีความน้อยใจ ร้ายที่สุดอาจเกิด ภาวะซึมเศร้า

 


 

ผู้สูงอายุกับโรคซึมเศร้า

ที่ใครหลายคนลงความเห็นว่าวัยรุ่นเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย เหตุผลหลักคือเด็กเหล่านั้นโดนกลั่นแกล้งต่างๆนานา หรือมีอารมณ์สองขั้วที่สามารถพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าได้ ถ้ามองในมุมของผู้สูงอายุ พวกเขาเป็นวัยชราที่สูญเสียอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตใจ รวมไปถึงสังคม ส่งผลให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ไม่ยาก

ดังนั้น โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักเกิดจากความเครียดทางอารมณ์ นอนไม่หลับ สูญเสียความสามารถในการงาน ผลกระทบจากยาที่ใช้ หรือระดับความสัมพันธ์ที่ขาดหายไป อย่างเช่น

  • เมื่อถึงวัยเกษียณก็ต้องเลิกทำงาน ถ้าไม่มีเงินเก็บ หรือไม่เคยใช้วิธีเก็บเงินด้วยประกันชีวิตก็จะทำให้เครียดได้ (เพราะไม่มีมรดกทิ้งไว้ให้ลูกหลาน)
  • เมื่อมีเวลาว่างก็จะปรับตัวไม่ทัน งานที่เคยทำประจำก็ต้องหยุด เผลอๆ จะคิดเองเออเองว่าตัวเองไร้ค่า ทำอะไรไม่ได้ เพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย
  • สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เพื่อนฝูงที่เคยมีก็ล้มหายตากจากไปทีละคน เสียสังคมเพื่อน ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ความสุขเริ่มจืดจางลงทุกที อาจเกิดภาวะซึมเศร้า

 

ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

 

  • ร่างกายอ่อนแอลงส่งผลให้มีโรคที่ทำให้เกิดความทุกทรมาณ เจ็บปวด หรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง
  • ระดับความสัมพันธ์ที่ขาดหายไปในครอบครัว ถึงแม้จะมีโซเชียลมีเดียคอยติดต่อกัน แต่การไปมาหาสู่กัน จะทำให้ชีวิตวัยชราไม่เหงา รู้สึกว่าตัวเองยังมีคนที่รักอยู่ข้างๆ ยังได้รับการเอาใจใส่ ไม่โดนทิ้งให้ปลูกดอกไม้ หรือเลี้ยงสัตว์เพียงลำพัง
  • ไม่ได้รับการยอมรับจากลูกหลาน เนื่องจากเห็นว่าอายุมากแล้ว ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ทำให้มองอะไรในแง่ลบ ชอบหวังพึ่งคนอื่น ผู้สูงอายุจึงใช้โซเชียลมีเดียเป็นตัวช่วย

คนแก่ก็เหมือนกับไปเป็นเด็กอีกครั้ง”​ คำนี้อ่านแล้วก็ไม่กล้าเถียงอะไรมากนัก เพราะถ้ามองในความเป็นจริง วัยชราอยากได้การเอาใจใส่ อยากได้รับความรัก ไม่ต่างอะไรจากเด็กเลย พ่อแม่ที่ใช้โซเชียลเลี้ยงดูลูกมีผลเสียอย่างไร ลูกหลานที่ปล่อยให้คนแก่อยู่กับโซเชียลมีเดียก็มีผลเสียอย่างนั้น 


ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

หยุดใช้โซเชียลและเติมความรักให้ผู้สูงอายุ

 

ลูกหลานบางคนตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนให้พ่อแม่ เพื่อใช้โซเชียลมีเดียเป็นตัวเชื่อมต่อความสัมพันธ์ แต่บางคนถึงขั้นส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา เพราะคิดว่าอย่างน้อยยังมีคนอื่นช่วยดูแลไม่ให้ห่างตา เพราะตัวเองก็ทำงานหาเงินมาใช้จ่ายในบ้าน

ใช่ว่าโซเชียลมีเดียจะเป็นยาสมานแผลที่ดี ความรักจากลูกหลานต่างหากคือการเติมเต็มความสัมพันธ์ที่ขาดหายไป การปล่อยให้คนแก่อยู่กับโลกโซเชียลก็ไม่ต่างจากปล่อยให้เด็กอยู่กับมือถือแล้วพ่อแม่ไม่สนใจ

ถ้ามองข้อดีคือ ผู้สูงอายุจะมีเพื่อนวัยเดียวกันมากขึ้น แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่งจะพบว่าเหมือนกับเขาถูกลูกหลานละทิ้ง ไม่ใส่ใจดูแล ซึ่งคนแก่เป็นวัยที่อยากได้ความเอาใจใส่ ทำให้เกิดความคิดไม่ดีต่างๆ อย่างฉันมันไร้ค่า ฉันมันหมดประโยชน์ สุดท้ายผู้สูงอายุก็ก้าวเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า

ซึ่งภาวะซึมเศร้าเป็นประตูสู่โรคอื่นๆ อย่าง โรคสมองเสื่อมตามหลังภาวะซึมเศร้า ถ้าผู้สูงอายุคนใดอยู่ในภาวะซึมเศร้านานๆ และไม่ได้รับการรักษาก็จะก้าวเข้าสู่โรคซึมเศร้า หลังจากนั้นก็จะมีอาการความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์

รวมไปถึงอาการโรคจิตแทรกซ้อน หวาดระแวงว่าจะมีคนเข้ามาขโมยของ กลัวคนมาทำร้าย หูแว่ว เห็นภาพลอน โทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของตัวเอง รู้สึกมากๆ ลงท้ายก็เข้าสู่กระบวนการฆ่าตัวตาย

โซเชียลมีเดียกับผู้สูงอายุเหมือนดาบสองคม บทจะดีก็แสนดี บทจะทำร้ายก็ไม่เลือกหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่ลูกหลานไม่ควรละเลยคือความรักและความเอาใจใส่ เพราะผู้สูงอายุก็ไม่ต่างอะไรกับการย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกครั้ง สมมติว่าภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นจริง ก็ควรรู้จักวิธีดูแลผู้สูงอายุในภาวะซึมเศร้า เพื่อป้องกันให้เรื่องมันเลวร้ายไปมากกว่าเดิม

แม้หลายๆคนจะมองว่าการทำประกันชีวิต หรือทำประกันสุขภาพให้กับพ่อแม่ หรือผู้สูงอายุภายในบ้านคือการแสดงออกทางความรักทางหนึ่ง แต่เชื่อเราเถอะว่า สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการที่แท้จริงคงหนีไม่พ้นการได้รับความรักจากคนในครอบครัวอย่างเต็มที่แน่นอน


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon