One day trip ทัวร์ทำบุญ 5 วัดอยุธยาส่งท้ายปี วัดไหนดี วัดไหนดัง

posted: 1 year ago
One day trip ทัวร์ทำบุญ 5 วัดอยุธยาส่งท้ายปี วัดไหนดี วัดไหนดัง

comments

วันเวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เราเชื่อว่าชีวิตของเพื่อนๆ ทุกคนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใดก็ตาม เอาเป็นว่าวันเวลาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้ ดังนั้นเราต้องมองไปข้างหน้าหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต Expedia ขอนำเสนออีกหนึ่งสิ่งดีๆ ที่สามารถทำให้กับชีวิตได้ นั่นก็คือการทัวร์ทำบุญไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับ 5 วัดดังในจังหวัดอยุธยา วัดไหนดี วัดไหนดัง เราจะมาแนะนำให้เพื่อนๆ ไปไหว้พระขอพรเพื่อชีวิตอันแสนสดใสที่จะเริ่มต้นใหม่ในปีหน้านี้กัน!

1. วัดใหญ่ชัยมงคล




วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นวัดแรกที่เราแนะนำให้ไปไหว้กัน เพราะมีความเชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้ขอพรสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่วิหารสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้วจะทำการสำเร็จทุกสิ่ง และจะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตไปได้ด้วยดี โดยวัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง พระมหากษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์อู่ทอง สมัยอยุธยา และเป็นวัดที่มีเจดีย์สูงที่สุดในอยุธยาอีกด้วย ส่วนในพระอุโบสถมีพระพุทธชัยมงคล พระนอนที่วิหารพระพุทธไสยาสน์ ฯลฯ ประดิษฐานอยู่ให้พวกเราได้ไปกราบไหว้ขอพร

การเดินทาง : จากถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณสี่แยกเข้าอยุธยา ตรงไปเรื่อยๆ จะพบวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1.5 กิโลเมตรจะเจอวัดอยู่ทางซ้ายมือ
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้า : คนไทยเข้าฟรี, ชาวต่างชาติ 20 บาท


2. วัดพนัญเชิง




วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดที่มีมาก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยา มีหลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายกให้เพื่อนๆ ได้ไปกราบไหว้ขอพร เชื่อกันว่าหากขอพรสิ่งใดก็จะสมปรารถนา หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยคู่บ้านคู่เมืองอยุธยามาตั้งแต่ตอนสร้างกรุงศรีอยุธยา อีกทั้งยังเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดอีกด้วย ซึ่งคนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะถวายผ้าจีวรห่มหลวงพ่อโตเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปนาคให้เพื่อนๆ ได้กราบไหว้ขอพรด้วยเช่นกัน และในบริเวณวัดก็มีจุดทำบุญไหว้พระองค์อื่นๆ ให้เพื่อนๆ ได้กราบไหว้อยู่อย่างมากมาย อีกทั้งยังมีตำหนักเจ้าแม่สร้อยดอกหมากซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวจีนให้เข้าไปสักการะกราบไหว้ และหากใครอยากไปให้อาหารปลาก็มีท่าน้ำให้เพื่อนๆ ได้ไปให้อาหารปลาอีกเช่นกัน

การเดินทาง : จากวัดใหญ่ชัยมงคลให้ขับรถไปตรงไปประมาณ 3 กิโลเมตรจะเจอวัดอยู่ทางซ้ายมือ
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้า : คนไทยเข้าฟรี, ชาวต่างชาติ 20 บาท


3. วัดธรรมิกราช




วัดธรรมิกราช เป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่สร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ว่ากันว่าหากใครแวะมากราบไหว้ขอพรพระที่นี่จะสมปรารถนา วัดธรรมิกราชโดดเด่นด้วยรูปปั้นสิงห์ล้อมรอบเจดีย์ทรงกลม เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่าวัดมุขราช และปัจจุบันมีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ด้วย วิหารหลวงของที่นี่เป็นวิหารขนาดใหญ่ ภายในเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน พระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก โดยในสมัยก่อนเชื่อกันว่าหากใครเป็นคดีความกันแล้วมาสาบานต่อหน้าพระพักตร์ ผู้กระทำผิดจะต้องตายหรือมีอันเป็นไปทุกคน จึงทำให้เป็นที่กล่าวขานกันมากในสมัยก่อน แต่ท้ายสุดก็ได้ถูกพม่าเผาไปเหลือเพียงพระเศียร แต่ ณ ตอนนี้พระเศียรได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา โดยเพื่อนๆ สามารถแวะไปชมได้

การเดินทาง : จากวัดใหญ่ชัยมงคลให้ย้อนกลับไปบริเวณวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม (ก่อนถึงวัดใหญ่ชัยมงคล) เมื่อเจอวงเวียนแล้วให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานปรีดี – ธำรงไป จากนั้นจะเจอสามแยก ให้เลี้ยวขวาไปตามทางแล้วจะพบกับวงเวียนเล็กๆ จากนั้นขับรถตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอสี่แยก โดยให้เพื่อนๆ เลี้ยวซ้ายบริเวณสี่แยกที่ 2 ไปประมาณ 750 เมตร วัดธรรมิกราชจะอยู่ทางซ้ายมือ
เวลาเปิด – ปิด : 08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้า : ฟรี


4. วัดเชิงท่า (อำเภอเมือง)



Credit Photo : https://thai.tourismthailand.org/สถานที่ท่องเที่ยว/วัดเชิงท่า––2359

วัดเชิงท่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ในสมัยก่อน โดยมีปรางค์ห้ายอดสมัยอยุธยา ศาลาการเปรียญที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 มีงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรมต่างๆ ในสมัยอยุธยาตอนปลายให้เราได้ไปเยี่ยมชม นับเป็นอีกหนึ่งแหล่งโบราณสถานสำคัญแห่งชาติที่ควรแวะไปกราบไหว้

การเดินทาง : ออกจากวัดธรรมิกราชมาแล้วให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 300 เมตรแล้วข้ามสะพานไป เลี้ยวซ้ายผ่านวัดท่าพระเมรุ จากนั้นเลี้ยวขวาไปประมาณ 300 เมตรก็จะเจอวัดเชิงท่าเวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 08.00 – 17.30 น.                                                                               ค่าเข้า : ฟรี


5. วัดท่าการ้อง

Credit Photo : http://ww2.ayutthaya.go.th/travel/detail/43

Credit Photo : http://www.วัดท่าการ้อง.com


Credit Photo : http://www.วัดท่าการ้อง.com

วัดท่าการ้อง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมาก และยังมีสิทธิ์ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากให้เราได้ไปกราบไหว้ รวมไปถึงยังมีเทพทันใจให้เราได้ไปขอพรกันด้วย ซึ่งหากจะขอพรก็ขอได้แค่เพียงข้อเดียวเท่านั้น แล้วจะเกิดผลสำเร็จทันใจตามชื่อ ภายในวัดท่าการ้องจะมีตลาดน้ำในทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้เราได้ไปช้อปปิ้งกันด้วยนะ และหากใครอยากจะทำบุญปล่อยปลา ให้อาหารปลาก็สามารถทำได้ที่วัดแห่งนี้เช่นกัน

การเดินทาง : จากวัดเชิงท่าเลี้ยวซ้ายไปจะเจอถนนใหญ่ ขับตรงไปไปเรื่อยๆ จะเจอสามแยกประตูชัย แล้วให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนอู่ทอง จากนั้นขับเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ประมาณ 1.6 กิโลเมตรจะพบกับสี่แยก โดยให้เลี้ยวขวาขึ้นสะพานกษัตราธิราช เมื่อลงสะพานจะพบสี่แยกหัวแหลม ให้ขับเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลียบคลองส่งน้ำ ผ่านวัดกษัตราธิราชวรวิหารไปประมาณ 800 เมตรจะเจอซอยวัดท่าการ้องทางขวามือ
เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้า : ฟรี


การเดินทางไปอยุธยานั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพื่อนๆ สามารถขับรถไป – กลับ ได้ในวันเดียว แต่หากใครอยากจะใช้เวลาเพื่อท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ใช่วัดอื่นๆ ด้วย เช่น วังช้างอยุธยา พระราชวังบางปะอิน ตลาดน้ำอโยธยา พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น (เกริก ยุ้นพันธ์) ฯลฯ เราแนะนำว่าให้นอนพักกันสัก 1 คืนไปเลย จะได้เที่ยวกันได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเหนื่อยขับรถไป – กลับ ซึ่งหากจะจองโรงแรมเพื่อค้างคืนแล้วละก็ เราแนะนำให้เพื่อนๆ จองโรงแรมผ่าน Expedia เพราะมีโปรโมชั่นและส่วนลดในการจองโรงแรมให้เพื่อนๆ ทุกวัน อีกทั้งยังเป็นเว็บไซต์จองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินออนไลน์ที่ได้มาตรฐานสากลและเป็นที่ไว้ใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกด้วย

 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก


 


avatar
by Wanwara Sutthisak

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon