คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

8-ทริคเริ่มต้นเล่นหุ้น-สำหรับนักลงทุนมือใหม่

8 ทริค เริ่มต้นเล่นหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่

การลงทุน ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ตาม ย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงเสมอ หลายคนเมื่อเริ่มเล่นหุ้นจึงเกิดอาการกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะเล่นดีมั้ย เล่นยังไง แล้วเราควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

เพราะข้อมูลต่างๆ ก็มีให้อ่านเยอะแยะไปหมด น่าสับสน กลัวขาดทุน ฯลฯ แต่ไม่ต้องห่วงไปค่ะ เพราะวันนี้ rabbit finance มีทริคดีๆ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงสนามเล่นหุ้นดูสักครั้ง รับรองว่าทำตามทริคเหล่านี้แล้ว ไม่มีพังแน่นอน

[rabbitads slug=banner1]


8 ทริคเริ่มต้นเล่นหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่

1เปิดพอร์ตลงทุน

1.เปิดพอร์ตลงทุน

ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการซื้อขายหุ้น สิ่งแรกที่เราต้องทำเลย คือ การเปิดพอร์ตหรือเปิดบัญชีหุ้นก่อนค่ะ ก็คือ การไปเปิดบัญชีกับบริษัทโบรกเกอร์ หรือสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อนำเงินในบัญชีมาซื้อขายหุ้นนั่นเอง

ซึ่งการเลือกโบรกเกอร์นั้น สามารถหารายชื่อได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไปเลย มีหลายเจ้ามากๆ จะเลือกเปิดพอร์ตกับที่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนและความชอบของคุณเองว่าเหมาะกับโบรกเกอร์ไหนมากที่สุด แต่มันก็จะมีทริคการเลือกโบรกเกอร์ที่ควรรู้อยู่บ้าง เช่น

  • เลือกโบรเกอร์ที่เก็บค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นหรือค่าคอมมิชชั่นไม่สูงมาก
  • ดูเรื่อง บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะได้ เช่น บทวิเคราะห์ตลาดหุ้น เครื่องมือหรือโปรแกรมซื้อขาย ของแถม เป็นต้น
  • ดูความสะดวกสบายในการฝากถอนเงินเข้าบัญชี

ถ้าเลือกโบรกเกอร์ที่ถูกใจได้แล้ว ก็เตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วเดินเข้าไปเปิดบัญชีหุ้นได้เลย แต่สำหรับคนที่จะสามารถเปิดบัญชีหุ้นได้ ต้องมีอายุครบ 20 บริบูรณ์เท่านั้นนะจ๊ะ


2เข้าใจประเภทของบัญชีหุ้น

2.เข้าใจประเภทของบัญชีหุ้น

เมื่อเข้าไปเปิดพอร์ตหุ้น โบรกเกอร์ก็จะถามเราว่า “อยากจะเปิดบัญชีแบบไหน” ถ้าเราไปทำหน้างงตอนนั้น ก็อาจจะเสียเวลาและทำให้ได้พอร์ตแบบที่ไม่เหมาะกับการลงทุนแบบเราได้ เพราะฉะนั้น เรามารู้จักประเภทของบัญชีหุ้นแบบคร่าวๆ กันก่อนดีกว่า

  • บัญชีเงินสด (Cash Account)

เป็นบัญชีประเภท “ลงทุนก่อน จ่ายเงินทีหลัง” โดยโบรกเกอร์จะอนุมัติวงเงินให้ลงทุน ตามฐานะทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ลงทุน โดยผู้ลงทุนจะต้องวางหลักประกันประมาณ 15%-20% ไว้ที่โบรกเกอร์ เมื่อต้องการจะลงทุนก็สามารถลงทุนไปก่อนได้เลย แล้วจากนั้นจึงค่อยโอนเงินเต็มจำนวนกลับมาให้โบรเกอร์ภายใน 3 วันทำการ

เหมาะกับ นักลงทุนมือใหม่ และนักลงทุน ที่มีวินัยในการลงทุน คิดว่าตัวเองสามารถควบคุมการลงทุนได้เป็นอย่างดี

  • บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance / Cash Deposit)

บัญชีแบบนี้ นักลงทุนจะต้องฝากเงินทั้งหมดไว้กับโบรกเกอร์ และเมื่อต้องการจะลงทุน โบรกเกอร์ก็จะหักเงินในบัญชีตามจำนวนที่นำไปลงทุนนั่นเอง หมายความว่า เราต้องตรวจสอบก่อนว่าในบัญชีเรามีเงินเพียงพอไหม ก่อนจะตัดสินใจลงทุน หรือถ้าพูดง่ายๆ คือ “ต้องมีเงินในบัญชีก่อนถึงจะลงทุนได้” นั่นเอง

เหมาะกับ นักลงทุนมือใหม่และนักลงทุนที่มีเงินลงทุนไม่มากนัก ต้องการ จำกัดวงเงินการลงทุน ซึ่งปัจจุบันโบรกเกอร์ส่วนใหญ่นิยมให้ลูกค้าเปิดบัญชีประเภทนี้

  • บัญชีมาร์จิ้น (Margin Account) หรือเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance)

เป็นบัญชีที โบรกเกอร์เปิดเพื่อให้สินเชื่อกับนักลงทุนในการลงทุนซื้อหุ้น โดยนักลงทุนจ่ายเงินซื้อเอง ส่วนหนึ่ง ที่เหลือโบรกเกอร์จะเป็นฝ่ายจ่าย ซึ่งเงินที่โบรกเกอร์จ่ายให้นั้น ถือว่าเป็นเงินส่วนที่นักลงทุนกู้จากโบรกเกอร์นั่นเอง แน่นอนว่ามีดอกเบี้ยด้วยนะจ๊ะ

เหมาะกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนสูง มีความสามารถในการลงทุน และมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดี

[rabbitads slug=banner2]


3.ศึกษาโปรแกรม Streaming Pro

โปรแกรม Streaming Pro เป็นโปรแกรมซื้อขายหุ้นแบบเรียลไทม์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเพื่อความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพในการลงทุนให้กับนักลงทุนมากขึ้น

ซึ่งโปรแกรมนี้มีให้โหลดทั้งใน PC และ โทรศัพท์มือถือ เป็นโปรแกรมที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรีบหัดใช้ให้ชำนาญก่อนจะเริ่มเล่นหุ้นอย่างจริงๆ จังๆ  ไม่อย่างนั้นกดผิดกดถูกอาจจะพลาดเสียหุ้นดีๆ ไปก็ได้


4เตรียมทุนสำหรับการเล่นหุ้น

4.เตรียมทุนสำหรับการเล่นหุ้น

เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตว่า “เริ่มเล่นหุ้นควรมีทุนเท่าไหร่ดี” ถ้าจะให้บอกจำนวนเป๊ะๆเลยคงจะยาก เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีการจำกัดว่าเงินเท่าไหร่จึงเปิดบัญชีหุ้นได้ แต่อย่างน้อยเราควรจะมีเงินต่ำสุดก็ 1,000-2,000 บาท ก็สามารถเปิดบัญชีหุ้นได้แล้ว (ขั้นต่ำขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์แต่ละเจ้า) แต่ถ้ามีแค่นั้นก็อาจจะซื้อได้เพียงหุ้นตัวเล็กๆ แต่ถ้าจะให้ดีควรจะมีสัก 10,000-30,000 บาท ก็จะสามารถซื้อขายได้สบายใจขึ้นมาหน่อย และยังช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วย

จำนวนการซื้อขายหุ้นขั้นต่ำ คือ 100 หุ้น ฉะนั้น ถ้าหุ้นราคาต่ำ ก็ไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะก็สามารถซื้อได้ แต่ก็เช็คค่าคอมมิชชั่นของโบรกเกอร์ด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไม่มีกำไรเอาได้

[rabbitads slug=full-screen]


5เลือกลงทุนหุ้นที่ถูกใจ

5.เลือกลงทุนหุ้นที่ถูกใจ

สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานในการลงทุน ไม่มีพื้นฐานการเล่นหุ้น หรือไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกิจการหุ้นตัวที่เราสนใจมาก่อน เราแนะนำให้ลองเลือกหุ้นจากดัชนี SET 50 หรือ SET 100 ดูก่อนค่ะ

ดัชนี SET 50 หรือ SET 100 คือ ดัชนีราคาหุ้นที่ใช้แสดงระดับและความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ 50 และ 100 ตัวที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูง การซื้อขายมีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งอัพเดตทุกๆ 6 เดือน

ถ้าหุ้นตัวไหนอยู่ในลิสต์นี้ ก็แสดงว่ามันกำลังไปได้ดี เพราะฉะนั้น ถ้าเราเลือกซื้อหุ้นตัวนั้นก็คงจะไม่พลาดแน่นอน หรืออาจจะดูจากหมวดอุตสาหกรรม เพื่อให้เข้าใจว่า หุ้นอะไร อยู่ในหมวดไหนก่อนก็ได้เหมือนกัน


6ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรลงทุนอะไร

6.ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรลงทุนอะไร

ถ้าถามว่าจะเลือกซื้อขายหุ้นตอนไหนดี ก็ตอบได้ง่ายๆว่า “ซื้อตอนที่มีเงิน ขายเมื่อต้องการเงิน” เพราะตลาดหุ้นผันผวนตลอดเวลา จะซื้อขายตอนไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดตอนนั้นด้วยว่าเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญ คือ ดูตัวเราเองด้วยว่าสถานะการเงินอยู่ที่ตรงไหน ถ้ามีความต้องการเงิน ก็อาจจะเลือกขายโดยที่ยังไม่ต้องหวังกำไรมากมายมหาศาลก่อนก็ได้

เราควรจะเรียนรู้การมองภาพใหญ่ของตลาดหุ้น เช่น รู้ว่าหุ้นนี้จะไปต่อทางไหน ถ้าราคาหุ้นปรับตัวจะส่งผลอะไรบ้าง เพื่อช่วยตัดความเสี่ยงในการลงทุนลงไปได้


7เรียนรู้และศึกษาหุ้นที่จะลงทุน

7.เรียนรู้และศึกษาหุ้นที่จะลงทุน

แน่นอนว่าจะลงทุนในอะไร เราก็ต้องรู้จักสิ่งนั้นให้ดีก่อน เรื่องที่เราจำเป็นต้องรู้อย่างแรกเลย คือ “ชื่อหุ้น” ค่ะ เพราะ บริษัทดังๆ ต่างๆ ก็ไม่ได้ใช่ชื่อบริษัทตัวเองเป็นชื่อหุ้น แต่ใช้ตัวย่อซึ่งพอมีเยอะมันก็จะคล้ายๆ กันหมด เพราะฉะนั้น เราควรจะต้องจำชื่อหุ้นของเราให้มั่น ไม่อย่างนั้นอาจลงทุนผิดตัวก็ได้นะ

ควรจะศึกษาเรื่องอื่นๆ เช่น หุ้นมีปันผลไหม หุ้นนี้ P/E เท่าไหร่ ศึกษางบการเงินของกิจการนั้นๆ เพื่อดูว่าหุ้นถูกหรือแพงไปแล้ว และเรียนรู้การดูกราฟเทคนิคอลเบื้องต้น ในการเข้าใจจังหวะในการลงทุนด้วย


8จัดพอร์ตการลงทุนลดความเสี่ยง

8.จัดพอร์ตการลงทุนลดความเสี่ยง

หลายๆ คนไม่เลือกที่จะลงทุนในหุ้นตัวเดียว แต่เลือกจะลงทุนหลายๆ ตัวในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะ มันจะช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับเราได้มากเลย ดังนั้น เราจึงต้องจัดพอร์ตการลงทุนของเราให้ดี เพื่อให้สามารถรองรับทุกการลงทุนของเราได้นั่นเอง

รู้ทริคดีๆ เหล่านี้แล้ว ก็ได้เวลาเริ่มลงทุนแล้วนะคะ นักลงทุนหุ้นมือใหม่ก็ต้องระวังเป็นพิเศษเลยนะคะ การลงทุนมีความเสี่ยง ฉะนั้น ก็เตรียมตัวเตรียมเงินลงทุนให้ดีนะคะ โชคดีค่า

V.yada
V.yada
Previous
Next

บทความแนะนำ​

ประกันรถยนต์ราคาดีที่สุด
ประกันรถยนต์

9 สิ่งสำคัญที่ต้องมีติดรถยนต์ เผื่อยามฉุกเฉิน

สำหรับใครที่มีรถยนต์ คงจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าอุบัติเหุตจากสิ่งที่ไม่คาดฝันนั้นเกิดขึ้นได้เสมอระหว่างที่ขับขี่ ฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะเป็นตัวช่วยทำให้อุ่นใจและเพิ่มความปลอดภัยมีอะไรบ้าง วันนี้ rabbit finance มีข้อมูลดี ๆ มาฝากกัน 9 …

ยางรถยนต์-ประกันรถยนต์
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

ขับทางไกลสบายๆ ไม่เหนื่อยง่าย ต้องใช้ยางแบบไหน?

สวัสดีครับ จอร์จ จากไทร์บิดกลับมาอีกครั้งครับ วันนี้อยากมาแนะนำว่าทำไมเราถึงขับรถทางไกลแล้วเหนื่อย แล้วมีวิธีไหนที่จะทำให้เราลดอาการเหนื่อยล้าจากการขับรถได้บ้างครับ จริง ๆ แล้วการขับรถก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการออกกำลังกาย โดยใช้เครื่องสั่นบริเวณท้องที่ทำให้ช่วยลดน้ำหนักที่เราเห็นตามทีวีกันครับ เพราะยิ่งเครื่องสั่นจะช่วยทำให้เราใช้พลังงานเยอะขึ้น …

หางานทำ-ประกันชีวิต
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

หางานทำยังไง ให้ได้ไวกว่าที่คิด

ทราบกันดีว่าพิษวิกฤตเศรษฐกิจไม่เพียงมาเยือนแค่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังตกไปอยู่ที่คนทำงานด้วย เพราะเมื่อนายจ้างมีเงินในมือน้อยลง ต้องการแรงงานน้อยลง หรือจำต้องปิด คนทำงานจำนวนมหาศาลจำต้องกลายเป็นคนตกงาน รวมถึงการหางานยากขึ้นอย่างชัดเจน หลาย ๆ คนอาจจะเกิดอาการท้อใจไปตาม …