คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

เช็กไฟรั่วรถยนต์

ไฟรั่วรถยนต์ เช็กได้ไม่ยาก

เวลาเกิดปัญหาเรื่องระบบไฟในรถ รถสตาร์ทไม่ติด ส่วนใหญ่เราจะคิดว่าแบตเสื่อม แล้วแก้ไขปัญหาทั้งจั้มแบต เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่แล้ว แต่ก็มีอาการเหมือนเดิม นั่นอาจหมายถึง รถคุณมีไฟรั่ว ไฟรั่วรถยนต์ เช็กได้ไม่ยาก

 

ไฟรั่วรถยนต์ เช็กได้ไม่ยาก

ไฟรั่วคืออะไร ทำไมเราต้องเช็ก? 

สำหรับไฟรั่วในรถ อาจจะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่เราก็ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อเกิดอาการไฟรั่วแล้ว ถ้าจอดรถนานเกิน 2 – 3 วัน กลับมาอีกครั้ง รถยนต์ของคุณจะมีอาการสตาร์ทไม่ติด ถึงแม้จะเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่ ไฟก็หมด ทั้งๆ ที่ไดชาร์จก็ปกติ แบบนี้คืออาการ ไฟรั่ว อย่างแน่นอน! 

โดยสาเหตุของไฟรั่วมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น

  • สายไฟเก่า 
  • สายไฟโดนหนูแทะ 
  • การต่อวงจรผิดพลาด 

กรณีรถใหม่มีอาการ  อาจมาจากสาเหตุที่ผู้ใช้รถยนต์ได้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเข้าไปในรถยนต์ เช่น เกจวัดต่างๆ แก๊สรถยนต์ โวล์ดเตจสแตบิไลเซอร์ เครื่องเสียงรถยนต์ จีพีเอส เป็นต้น โดยที่อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ กินกระแสไฟโดยตรงจากแบตเตอรี่

แม้ว่าปัญหาที่เกิด ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่คงไม่มีใครอยากเสียเงินเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่บ่อยๆ แน่ๆ แถมถ้าเดินทางไกลก็เสี่ยงเสียเงิน เสียเวลา ถ้ารถสตาร์ทไม่ติดกลางทางอีก ดังนั้น ลองมาตรวจเช็กกันหน่อยดีกว่า

 

ไฟรั่วรถยนต์

 

แล้วแบบนี้ เช็กยังไงดี ?

ก่อนอื่นให้เช็คไดชาร์จรถ เนื่องจากไดชาร์จรถ มีหน้าที่ผลิตกระแสไฟกระแสตรงเพื่อชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ วิธีเช็กว่าไดชาร์จปกติหรือไม่ 

ให้ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่องวัดโวลท์มิเตอร์ ปรับกระแสเป็น DC แล้วเอาด้านสีดำแตะที่ขั้วลบ ด้านสีแดงแตะที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่ เพื่อวัดกระแสแรงดัน ค่าที่ได้ต้องอยู่ที่ประมาณ 12 โวลท์ จากนั้นให้ลองเร่งเครื่องไปที่ 1,500 รอบต่อนาที ค่าที่ได้ควรอยู่ที่ประมาณ 14.5 โวลท์ หากไดชาร์จปกติ นั่นหมายความว่า รถน่าจะมีไฟรั่ว

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีอุปกรณ์หรือไม่มีความรู้เรื่องรถ นำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถเช็กให้ น่าจะสะดวกกว่า 

 

รักษาแบตเตอรียังไง ให้อยู่ได้นาน ไฟไม่รั่ว

โดยทั่วไปแล้ว อายุของแบทเตอรีนั้น สามารถอยู่ได้ถึง 3-4 ปี ถ้าเราหมั่นดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพปกติตลอดเวลา  วิธีง่ายที่สุด คือ 

ตรวจดูระดับน้ำให้อยู่ในระดับ MAX หรือขีดบนสุดอยู่เสมอๆ ถ้ามองไม่เห็น ให้หมุนเปิดเกลียวด้านบนดู โดยต้องให้น้ำกรดท่วมแผ่นธาตุตะกั่วขึ้นไปประมาณ 1 ซม.  และต้องใช้น้ำกลั่นเท่านั้นในการเติม 

 

โดยทั่วไป แบตเตอร์รี่ที่มีอายุการใช้งานมานาน จะยิ่งกินน้ำกลั่น ฉะนั้นควรตรวจระดับน้ำกรดในแบทเตอรีทุกสัปดาห์ หรืออย่างช้าเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันระดับน้ำไม่อยู่ในระดับที่ควร

 

และไม่ควรใช้ขั้วลบของแบทเตอรีเป็นกราวน์ด (GROUND) จากการต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ ควรใช้วิธีการต่อสายกราวน์ดจากตัวถังรถจะดีที่สุด ถ้าใช้ขั้วลบของแบทเตอรีเป็นกราวน์ดมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อแบทเตอรี ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

 

จะเห็นได้ว่า การป้องกันไฟรั่วในรถยนต์นัน้ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ต้องหมั่นตรวจสอบ เช็กสภาพรถยนตืสม่ำเสมอ เพียงเท่าีน้ ก็จะป้องกันปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ 

 

และอย่าลืม แวะมาอัปเดตรถยนต์ใหม่ ราคาดี๊ดี  พร้อมโปรโมชั่นใหม่ ๆ คลิก one2car.com และ ประกันรถยนต์ข้อเสนอพิเศษ จาก rabbit finance

สนับสนุนบทความดี ๆ โดย Autospinn และติดตามเรื่องรถใหม่ก่อนใคร

คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนรุ่นไฮบริด ผู้พยายามเข้าใจมักเกิ้ล นิยมชมชอบกลางคืน สามารถผูกมิตรได้ด้วยของกินอร่อยๆ ตอนนี้กำลังหลบลี้หนีภัยจากออฟฟิศซินโดรมอยู่
Previous
Next

บทความแนะนำ​

บิ๊กไบค์
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

เตรียมตัวให้พร้อม กับกฎใหม่ ใบขับขี่บิ๊กไบค์ ก.พ. 2564 นี้!

ใครที่เป็นสิงห์นักบิดบิ๊กไบค์ อาจจะเคยได้ยินข่าวมาบ้างแล้ว และวันนี้ ทางราชกิจจานุเบกษาเอง ก็ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเสียที กับการใช้ใบขับขี่บิ๊กไบค์ในปีหน้า! รายละเอียดจะเป็นยังไงบ้าง ไปหาคำตอบกับ Autospinn กันเถอะ …

ดูแลรถยนต์
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

วิธีดูแลรถยนต์ของคุณ ให้เหมือนรถใหม่อยู่ตลอดเวลา

สำหรับใครที่มีรถเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถญี่ปุ่น รถยุโรป สปอร์ตคาร์ รถกระบะ รถตู้ และรถอื่นๆ การดูแลรถของเราให้สวยเหมือนตอนซื้อใหม่ รวมถึงการดูแลรักษาเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลา นับเป็นเรื่องสำคัญ …

ขับรถลุยน้ำท่วม
เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

วิธีรับมือเมื่อต้องขับรถลุยน้ำ จัดการอย่างไร? ต้องปิดแอร์ไหม?

การขับขี่รถยนต์ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ สภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ แถมช่วงนี้ยังมีพายุเข้าบ่อย ๆ ส่งผลให้ฝนตกหนัก ลมแรงในหลาย ๆ พื้นที่ และมีน้ำท่วมถนน ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ต้องขับรถลุยน้ำ …