โรคแพนิค อาการใจเต้นแรง ที่ไม่ใช่การตกหลุมรัก

posted: 1 year ago
โรคแพนิค อาการใจเต้นแรง ที่ไม่ใช่การตกหลุมรัก

comments

ใครเคยมีอาการ อยู่ๆ ใจก็ตึกตัก เต้นเร็ว เต้นรัว แบบควบคุมไม่อยู่บ้างมั้ยคะ บอกเลยว่าถ้าไม่ได้ตกหลุมรักใครแถวนั้นนั้นเข้า คุณอาจจะกำลังมีอาการของโรคแพนนิคโดยไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้ แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ก่อนอื่นหายใจลึกๆ เข้า…..ออก….. แล้วมาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า


โรคแพนิค โรคของคนขี้ตกใจ

โรคแพนิค หรือ Panic Disorder คือ ภาวะที่เราตื่นตกใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ (Panic Attacks) ซึ่งมันจะแตกต่างจากอาการหวาดกลัว หรือวิตกกังวลทั่วไป เพราะเราจะรู้สึกตกใจแรง แม้จะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์อันตรายใดๆเลยก็ตาม

โรคแพนิคมักจะ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และจะพบบ่อยในวัยรุ่นตอนปลายที่กำลังก้าวสู่วัยผู้ใหญ่

ผู้ที่เกิดอาการแพนิค ไม่ได้ป่วยเป็นโรคแพนิคทุกรายนะคะ เพราะคนปกติเมื่อผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้แพนิคไปได้แล้ว อาการก็จะหายไปเอง ต่างจากคนที่ป่วยเป็นโรคแพนิคที่จะรู้สึกตื่นตระหนกอยู่เสมอ เป็นเวลานานๆ  อาจรวมไปถึง ปัญหาสุขภาพจิต อื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า ร่วมด้วย


โรคแพนิค โรควิตกกังวล

ทำไมเราต้องรู้สึกแพนิคด้วย

เช่นเดียวกับปัญหาทางสุขภาพจิตอื่นๆ คือ เรายังไม่สามารถระบุได้ว่า ทำไมจึงเกิดโรคแพนิคขึ้นมา แต่ในเบื้องต้น อาการแพนิคอาจเกิดมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

1.ปัจจัยทางกายภาพ

  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม

ถ้าครอบครัวไหนมีประวัติป่วยเป็นโรคแพนิคหรือ มีปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ อยู่แล้ว อาการนี้อาจจะถูกถ่ายทอดทางสายเลือดมาสู่รุ่นลูกหลานได้

  • ความผิดปกติของสมอง

อาการแพนิคอาจเกิดจากสารสื่อประสาทในสมองที่ไม่สมดุล หรืออาจเกิดจากการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการตอบสนองแบบสู้หรือหนีของร่างกาย (Fight or Flight) ผิดปกติ ทำให้ หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ เมื่อเผชิญหน้ากับอันตรายได้

  • การได้รับสารเคมีต่างๆ

สำหรับผู้ที่ใช้สารเสพติดต่างๆ ดื่มแอลกอฮอล์ ในปริมาณมาก รวมถึงดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนหรือสูบบุหรี่เข้าไป อาจจะทำให้เสี่ยงป่วยเป็นโรคแพนิคได้

นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยสันนิฐานว่า โรคแพนิคอาจเกี่ยวข้องกับความไวของระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราสูดเข้าไปด้วย คือ ยิ่งสูดคาร์บอนไดออกไซด์มาก ก็จะยิ่งแพนิคง่ายขึ้นนั่นเอง

2.ปัจจัยทางสุขภาพจิต

เมื่อเราพบเจอเหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิต เช่น การสูญเสียคนรัก หรือประสบอุบัติเหตุร้ายแรง ก็อาจจะทำให้เรารู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วเกิดอาการแพนิคขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานานๆ มันก็จะพัฒนากลายเป็นโรคแพนิคในที่สุด


โรคแพนิค โรควิตกกังวล

อาการแบบไหนถึงเรียกว่า “แพนิค”

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคแพนิค จะรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งจะเป็นความรู้สึกที่หนักกว่าอาการเครียดทั่วไป และมักเกิดขึ้นเป็นเวลา 10-20 นาที ก่อนที่จะหายไป แต่ในรายที่เป็นหนักๆ ก็อาจจะนานเป็นชั่วโมงเลยก็ได้

อาการของโรคแพนิค

  • หัวใจเต้นเร็ว
  • หายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนอึดอัดเหมือนขาดอากาศ
  • เกิดอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรงจนร่างกายขยับไม่ได้
  • เวียนศีรษะหรือรู้สึกคลื่นไส้
  • เหงื่อออก และมือเท้าสั่น
  • รู้สึกหอบและเจ็บหน้าอก
  • รู้สึกร้อนวูบวาบ หรือหนาวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
  • เกิดอาการเหน็บคล้ายเข็มทิ่มที่นิ้วมือหรือเท้า
  • วิตกกังวลหรือหวาดกลัวว่าจะตาย รวมทั้งรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้
  • กังวลว่าจะมีเหตุการณ์อันตรายเกิดขึ้นในอนาคต
  • หวาดกลัวและพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสถานการณ์อันตรายที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวในอดีต

ผู้ที่เกิดอาการแพนิคส่วนใหญ่ มักจะเข้าใจผิดว่ามันเป็นอาการของ  โรคหัวใจ เลยยิ่งตื่นตระหนกกันเข้าไปใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้ว เราสามารถสังเกตอาการแพนิคเบื้องต้นได้ง่ายๆ คือ

  • เกิดแพนิคบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • รู้สึกหวาดกลัวหลังจากเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้น โดยอาการดังกล่าวกินเวลานานหลายเดือน
  • มีความรู้สึกไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ และมักหลีกเลี่ยงเหตุการณ์หรือสถานที่ที่รู้สึกว่าอันตราย
  • อาการแพนิคที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากการใช้สารเสพติด การใช้ยาบางอย่าง หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น โรคกลัวสังคม หรือ โรคย้ำคิดย้ำทำ


เรียนรู้วิธีการรักษาและป้องกันโรคแพนิค

ผู้ป่วยโรคแพนิคสามารถรักษาให้หายและกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้ เพียงแค่ต้องหมั่นไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ โดยวิธีการรักษาโรคแพนิค สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ การใช้จิตบำบัดและการใช้ยา

  • รักษาโรคแพนิคด้วย “จิตบำบัด”

สำหรับวิธีนี้ แพทย์จะใช้ การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) เพื่อให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้วิธีปรับความคิด พฤติกรรม และการตอบสนองต่อความรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น และตระหนักว่าอาการแพนิคที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ยังเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้วิธีรีบมือกับตัวเอง เมื่อเกิดอาการแพนิคขึ้นและเรียนรู้วิธีการฝึกลมหายใจและการคิดเชิงบวก ที่ช่วยให้ผู้ป่วย รู้สึกผ่อนคลาย และลดความรุนแรงของอาการแพนิคลงด้วย

  • รักษาโรคแพนิคด้วย “การใช้ยา”

สำหรับยากลุ่มที่ใช้รักษาโรคแพนิคจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ยาต้านซึมเศร้า ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) และยากันชัก ซึ่งยาเหล่านี้จะช่วยรักษาอาการแพนิคที่เกิดจากสาเหตุแตกต่างกันไปและไม่ควรทานพร้อมกับการใช้สารเสพติดหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

เราสามารถป้องกันโรคแพนิคได้หรือไม่?

โรคแพนิคถือเป็นปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนึ่ง ซึ่งมันก็ยากที่จะป้องกัน แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองไม่ให้เครียดมากจนเกินไปได้ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดอาการแพนิคขึ้น

นอกจากนั้น การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน บวกกับการฝึกจิตใจให้ผ่อนคลาย พักผ่อนให้เพียงพอ และ ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อยู่เสมอ ก็จะช่วยให้เรามีสุขภาพกายและจิตที่แข็งแรง ห่างใกล้จากโรคร้ายอื่นๆ และโรคแพนิคได้ค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon