PANTONE คือใคร ? ทำไม Ultra Violet ถึงเป็นโทนสีประจำปี 2018 กันนะ ?

posted: 7 months ago
PANTONE คือใคร ? ทำไม Ultra Violet ถึงเป็นโทนสีประจำปี 2018 กันนะ ?

comments

ทันทีที่ PANTONE ได้ประกาศให้สีประจำปี 2018 ที่กำลังจะถึงนี้ มีสีประจำเป็นสี Ultra Violet หรือ สีม่วงอมน้ำเงิน เชื่อว่าคงมีหลายคนเกิดคำถามอยู่ในใจไม่มากก็น้อย PANTONE เนี่ยคือใคร ? แล้วทำไมเราต้องเชื่อตามที่เขาบอกด้วยนะ แล้วทำไมต้องเป็น สีม่วงอมน้ำเงิน กันด้วย

วันนี้ เราจะพาทุกคนไปคลายข้อสงสัยกัน ว่า ทำไมต้อง Ultra Violet แล้วทำไมต้องให้ PANTONE เป็นผู้ประกาศกันนะ ?



PANTONE เจ้าแห่งสีนี้ คือใคร ?

ก่อนอื่น เรามาลองทำความรู้จักกับ PANTONE กันก่อนดีกว่า ทำไมเขาถึงมีอิทธิพลในวงการสีกันนะ ?

PANTONE เป็นชื่อของบริษัทในสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจด้านสีสำหรับการพิมพ์ และแม้จะมีบริษัทที่ดำเนินกิจการแบบเดียวกันมากมาย แต่ Pantone ก็เป็นบริษัทที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับมากที่สุด และเริ่มประกาศ Color of The Year มาตั้งแต่ปี 2000

ก่อนหน้านี้ Pantone เป็นบริษัทเดี่ยวมาตลอดตั้งแต่ปี ปี 1963 เพิ่งมารวมกับบริษัทใหญ่ไปเมื่อปี 2007 ผู้ก่อตั้งอย่าง ‘Lawrence Herbert’ ได้เล็งเห็นทางแก้ปัญหาในกระบวนการทำงานกับสี เพื่อให้แต่ละฝ่ายในทำงานได้ง่ายขึ้น และได้ผลงานที่ตรงตามความต้องการ ทำให้เกิด PANTONE® MATCHING SYSTEM® หรือ สมุดที่เข้ามาเป็นมาตรฐานในการระบุสี  แมทช์สี และเป็นภาษาสากลของสีที่คุยกันได้รู้เรื่องทั่วโลก



หลังจากนั้น PANTONE ก็เผยแพร่ PANTONE® MATCHING SYSTEM® ไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกใช้สีในการกระบวนการทำงาน เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล แฟชั่น สถาปัตยากรรม พลาสติก งานศิลปะ ฯลฯ นับจากปี 1963 จนถึงปัจจุบันชื่อของ PANTONE เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

บทบาทสำคัญของ PANTONE คือการผลิตสีพิเศษ หรือ ที่เรียกว่า Spot Color ออกมาเพื่อการพิมพ์ที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น โดยมีรหัสกำกับสีต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน ถ้าให้พูดกันง่ายๆ รหัสเหล่านี้คือภาษาสากลของโลกแห่งสี เอาไว้คุยงานเมื่อต้องทำงานร่วมกัน และสามารถใช้สีได้อย่างถูกต้อง เข้าใจพร้อมกันหมดทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ในหมู่ดีไซเนอร์ ผู้ผลิต ผู้ค้า ไปจนถึงลูกค้า

ค่าสีของ PANTONE ที่เป็น Spot Color ค่อนข้างเป็นสากลที่ใช้กันทั่วโลก คุณสมบัติพิเศษของมัน คือ การเป็นสีจำเพาะ หรือ สีพิเศษ ถูกนำมาใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความเนี้ยบ ความคมชัด ลดโอกาสสีเพี้ยนที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี



แล้วทำไมถึงต้อง Color of the Year ?

อย่างที่เราเกริ่นไปข้างต้น ว่า PANTONE คือหนึ่งในบริษัทที่ทำงานด้านสีมานานนับสิบกว่าปี จากการที่เขาได้คิดค้น ระบบ PMS หรือ สมุดที่มีการระบุสีด้วยเลขโค้ด ซึ่งสามารถทำให้ทั้งโลกสามารถเข้าใจถึงตัวสีได้ไม่ผิดเพี้ยน ทำให้ PANTONE มีอิทธิพลไม่น้อยเลยในวงการเรื่องสี

ซึ่งการกำหนดสีประจำปีขึ้นมา แบรนด์เหล่านั้นได้รับผลประโยชน์โดยตรง เช่น การขายสินค้าให้เข้ากับธีมประจำปี หรือการชักจูงให้ผู้ผลิตเลือกใช้สีจากบริษัทของตน เป็นต้น

นอกจากนี้ การกำหนดสีประจำปีนั้น มีขึ้นเพื่อสร้างแรงผลักดันด้านการสร้างสรรค์ หรือการสื่อสะท้อนโลกในแต่ละยุคด้วยสี นอกจากนี้ยังใช้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำ เป็นมืออาชีพทางด้านสี นอกจากนี้ยังเป็นการบอกคนบนโลก ให้เห็นถึงความสำคัญของสี และการสื่อสารด้วยสี

แน่นอนว่า การประกาศธีมสีประจำปี หรือ Color of the Year นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ PANTONE แค่เจ้าเดียวเท่านั้น ที่ประกาศ เพราะแท้จริงแล้ว ยังมีอีกหลายๆ เจ้า และอีกหลายๆ แบรนด์ที่ประกาศธีมสี หรือกำหนดสีประจำปีขึ้นมา

จะว่าไปแล้วก็เหมือนการประชาสัมพันธ์ และสร้างการตลาดให้ตนเองทางอ้อมนั่นแหละ เพราะถึงแม้ว่าในทุกๆ ปี ตั้งแต่ปี 2000 ที่มีการกำหนด Color of the Year แท้จริงแล้วก็ไม่ได้สร้างกำไรมากมายให้กับบริษัทที่ออกมากำหนดสีเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด แต่สิ่งที่หลายๆ แบรนด์จะได้ ก็คืออิทธิพล ความน่าเชื่อถือ และการตอกย้ำให้เห็นถึงการสื่อสารด้วยสี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบริษัทพวกเขาทางอ้อมเสียมากกว่า



Ultra Violet ปีนี้ หมายถึงอะไรกันนะ ?

ก่อนอื่น เราต้องทำความเข้าใจกันอีกครั้งว่า Color of The Year ที่ PANTONE ประกาศออกมาในแต่ละปี ไม่ได้สื่อเพียงว่าสีอะไรที่อินเทรนด์ในปีนั้นๆ แต่ยังเป็นการสะท้อนว่าโลกกำลังต้องการอะไร เพื่อให้หลายๆ คนนำความหมายลึกๆ ที่แฝงไว้ใช้ต่อยอดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกับดีไซน์เนอร์และแบรนด์

นอกจากนี้ Color of The Year ยังเป็นแรงขับดันและแรงบันดาลใจต่อผู้บริโภคได้อีกทอดหนึ่ง เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือเข้าใจกันได้ผ่านเรื่องราวของสี แม้จะใช้คนละภาษาก็ตาม

สำหรับสีในปีนี้คือ Ultra Violet หรือ ม่วงอมน้ำเงิน มีรหัสว่า PANTONE 18-3838 ULTRA VIOLET ซึ่งสีม่วงโทนนี้เหมือนท้องฟ้าที่ซับซ้อน แต่ก็ลึกซึ้งน่าค้นหา เหมือนกับห้วงอวกาศ บ่งบอกถึงจินตนาการ และการค้นพบที่ไร้ขอบเขต เช่นเดียวกับปี 2018

สีม่วงอมน้ำเงินนี้แม้จะเป็นสีดูโผงผาง แต่ก็มีความลุ่มลึก สะท้อนความเป็นต้นแบบไม่ลอกเลียนใคร ความเฉลียวฉลาด และวิสัยทัศน์ที่มองไปสู่อนาคต

นอกจากความลึกลับแล้ว สีม่วงอมน้ำเงิน ยังสื่อถึงความแปลกต่างทางวัฒนธรรม ความขบถ และความเลิศล้ำทางศิลปะ การไม่เอนไหวง่ายดายไปตามกระแสหลัก กระตุ้นให้ค้นหาหนทางสื่อตัวตนของตนเองออกไปให้โลกรับรู้



สรุปรวมๆ แล้ว Ultra Violet สะท้อนให้เห็นถึง ปี 2018 ที่ ความฉลียวฉลาด ความน่าค้นหา ความแตกต่างในแบบที่ตัวเองเป็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สิ่งจำเป็นสำหรับการพุ่งไปข้างหน้า หรือการก้าวไปสู่อนาคต

สำหรับในปีก่อนหน้านี้สีประจำปีจาก PANTONE มีอิทธิพลสำคัญต่อวงการออกแบบทั่วโลกเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับวงการ K-Pop ที่เริ่มนิยมนำสีแห่งปีของ PANTONE มาใช้ในคอนเซปท์ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

โดย Color of the Year ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเราขอยกตัวอย่างถึงปี 2010 ไว้เพื่อให้ทุกคนได้ลองเปรียบเทียบสีดูกัน

  • PANTONE 15-0343 Greenery (2017)
  • PANTONE 15-3919 Serenity and PANTONE 13-1520 Rose Quartz (2016)
  • PANTONE 18-1438 Marsala (2015)
  • PANTONE 18-3224 Radiant Orchid (2014)
  • PANTONE 17-5641 Emerald (2013)
  • PANTONE 17-1463 Tangerine Tango (2012)
  • PANTONE 18-2120 Honeysuckle (2011)
  • PANTONE 15-5519 Turquoise (2010)


จะเห็นได้ว่า สีบางอย่างนั้น ก็นับเป็นสีที่ฮิตๆ ในหลายๆ แบรนด์ เช่น Rose Quartz ที่ถูกทาง Apple นำไปใช้เป็นสีหลักในการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่บางรุ่น หรือการที่เหล่าศิลปินจากค่ายดังๆ ของเกาหลี ใช้โทนสีในปีนั้นๆ มาผสมในการออกแบบเครื่องแต่งกาย และอัลบั้มของวงในค่าย เป็นต้น



แล้วแบบนี้ ต้องตามเทรนด์ไหม ?

รู้ความหมายอันลุ่มลึกแบบนี้แล้ว หลายคนก็อาจจะสงสัยอยู่ดี แบบนี้ทั่วทั้งโลกจะต้องหันมาใช้เจ้าสี Ultra Violet นะสิ ?

ขอบอกเลยว่าไม่จำเป็นที่ทุกค่าย ทุกแบรนด์ หรือทุกสิ่งทุกอย่างในโลกจะต้องร่วมใจกันใช้สี Ultra Violet แล้วจะปัง ขายของออก เพราะอย่างที่ได้ให้เหตุผลไว้ด้านบนๆ แล้วว่า เหตุผลการกำหนดธีมสีในแต่ละปี เป็นเรื่องของแต่ละแบรนด์มาตอกย้ำถึงอิทธิพลของแบรนด์ตัวเอง และการกำหนดธีมสี คือการให้ความหมายของปีนั้นๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมากกว่า

ว่าง่ายๆ มันคือความพยายามในการสร้างเทรนด์ของวัฒนธรรม ความคิด ของคนและสังคมปี 2018 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งใครจะใช้สีดังกล่าวเพื่อตามให้ทันเทรนด์ก็ได้ แต่ถ้าใครไม่สนใจเรื่องการกำหนดทิศทางของสี จะไม่ใช้ตามก็ได้เช่นกัน

อย่างที่เราบอกไว้ สิ่งที่ทุกแบรนด์กำลังจะพยายามสื่อสารคือ การบอกกล่าวให้โลกได้รับรู้ถึงความหมายของสี ที่สามารถใช้สื่อสารได้ทั่วทั้งโลก เปรียบเสมือนภาษาสากลอีกหนึ่งภาษา ที่ทำให้ทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้าใจได้ตรงกันมากกว่า



สำหรับใครที่ไม่ถูกกับสีม่วงอมน้ำเงิน ก็ไม่ต้องกังวลใจไปถ้าหากคุณไม่เลือกใช้สีตาม Color of The Year ประจำปี 2018 นี้ แต่ถ้าใครอยากจะใช้ Color of The Year มาสร้างสรรค์อะไรให้กับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเสื้อผ้า หน้าผม รวมไปถึงการแต่งตัว Ultra Violet ของปีนี้ ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน

แต่ที่สำคัญ เลือกสีที่โดน สีที่ใช่ ตรงใจของคุณก็พอ เพราะทุกสี สามารถสื่อความหมาย ช่วยคุณบ่งบอกตัวตนได้อย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon