ข้อดีของ Passive Income และความสำคัญในยุค 2017

posted: 10 months ago
ข้อดีของ Passive Income และความสำคัญในยุค 2017

comments

“ถ้าไม่มีเงินเดือนก็ไม่มีรายได้” คนเราจึงต้องทำงานถึงจะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัว หรือไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่นค่าอาหาร ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ค่าเช่าหอพัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราหยุดทำงานบริษัท นายจ้างก็ย่อมหยุดจ่ายเงินเดือนให้กับเราเช่นกัน ดังนั้นรายได้ที่เคยได้ในแต่ละเดือนก็จะหดหายไปในทันที หรือแม้แต่ยามเจ็บไข้ได้ป่วย จนกระทั่งล้มหมอนนอนเสือ รุกรามไปจนถึงขั้นเสียชีวิต รายได้นั้นก็จะตายตามเราไปด้วย ลูกหลานก็ไม่ได้อะไร หรือเต็มที่ก็เงินก้อนเล็กๆ ก้อนหนึ่ง แบบนี้เรียกรายได้ที่เข้ามาว่า เป็นรูปแบบในเชิงรุก หรือ Active Income

แต่ถ้าเราอยากมีรายได้ที่เข้ามาแบบไม่ต้องออกแรงในการทำงานโดยตรง แต่เป็นการให้เงินทำงาน เช่น รายได้จากการให้เช่าหอพัก ตึก ที่ดิน ฯลฯ, ค่าลิขสิทธิ์จากผลงาน, การเปิดพื้นที่ในเว็บไซต์ของตัวเองให้ผู้อื่นลงโฆษณา รวมไปถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น การลงทุนเหล่านี้ แม้ในวันที่ไม่สามารถทำงานได้ เงินก็ยังมีเข้ามาในกระเป๋าได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าต้องเสียชีวิตไปแล้วก็ตามแต่รายได้ยังอยู่ไว้ให้ลูกหลานได้ต่อไป รายได้แบบนี้เรียกว่า Passive Income หรือ รายได้เชิงรับ ค่ะ


ข้อดีของ Passive Income

• มีอิสรภาพ มีเวลามากขึ้น ถ้าเทียบกับการทำงานประจำที่นับจากการสแกนนิ้วแล้วต้องทำงานต่อไปอีกถึง 8 – 9 ชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน แต่การลงทุนนั้น เราสามารถทำที่ไหนก็ได้ ไม่มีการจำกัดเวลา และในระหว่างที่เงินทำงานให้กับเรา เราสามารถนำเวลานั้นไปสร้างรายได้อื่นๆ ได้อีกมากมาย

• การออมที่ก่อให้เกิดรายได้ใหม่ แม้ว่าปัจจุบันคนส่วนใหญ่ยังคงทำงานประจำและมีรายได้หลักจากการทำงานก็จริง แต่สิ่งเหล่านี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ถ้าเกิดวันใดบริษัทมีการปรับโครงสร้างต้องเลย์ออฟพนักงานแล้วดันมาแจ็คพอตที่เราต้องถูกให้ออก ทำให้รายได้ประจำของเราหายไป แต่ถ้ามีการลงทุนที่ทำให้เกิดรายได้แบบ Passive Income ครอบครัวเราก็จะไม่เดือดร้อน

• รายได้ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ การมีรายได้ที่เข้ามาแบบ Passive Income จะทำให้เรามีรายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ แม้ว่าในวันที่เราไม่สามารถทำงานได้ สุขภาพย่ำแย่ หรืออายุที่มากขึ้นก็ตาม

• มรดกตกทอด การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแบบ Passive Income แม้ว่าเราจะเกิดการเจ็บป่วยและต้องเสียชีวิตลงไป รายได้ที่นำไปออมจะยังคงอยู่ และสามารถส่งต่อให้กับลูกหลานได้

เช่น การออมกับประกันชีวิตก็ถือว่า เป็น Passive Income ที่สามารถให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ แถมได้มากกว่าการออมแบบฝากธนาคาร อย่าง กรุงไทย-แอกซ่า iGen ประกันสะสมทรัพย์ ที่ชำระเบี้ยประกันแค่ 6 ปี รับความคุ้มครองชีวิตยาวถึง 10 ปี และสามารถลดหย่อนภาษีได้ เป็นประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะสั้น ที่ให้คุณเริ่มต้นจ่ายเพียงแค่วันละ 85 บาท (สำหรับทุนประกันเริ่มต้นที่ 100,000 บาท) เท่านั้น จึงเหมาะกับพนักงานประจำที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ หรือผู้ที่ต้องการเก็บออมเงินเช่นกัน

Passive Income สำคัญอย่างไรในยุค 2017

อย่างที่ทราบกันดีอยู่ว่า กระแสโลกาภิวัฒน์เข้าสู่ประเทศไทยของเรานานมากแล้ว ดังนั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกใบนี้ ก็สามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างง่ายดาย บ่อยครั้งบริษัทต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย จึงทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย และหนึ่งในสิ่งที่บริษัทต้องตัดออกไป ก็มักจะเป็นพนักงานนั่นเอง ดังนั้น การมีรายได้ทางเดียวจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน จึงอาจไม่เพียงพอ

อีกประการหนึ่ง ในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนเราเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนการออกจากบ้านไปทำงานประจำดูเป็นสิ่งที่น่าสนใจและไม่ยากลำบากมากนัก เพราะการจราจรยังไม่ติดขัด ผู้คนยังมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่ในปัจจุบัน หลายคนต้องใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงในการเดินทางมาทำงาน ทำให้สุขภาพของผู้คนย่ำแย่ Passive Income จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะไม่ต้องเดินทางนั่นเอง

นอกจากนั้น ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้การเก็บออมในรูปแบบเดิมไม่เพียงพอสำหรับอนาคตอีกต่อไป คนรุ่นใหม่ที่วางแผนอนาคตจึงมักหารายได้ Passive Income เอาไว้บ้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ว่าจะทั้งของตัวเอง และคนในครอบครัว

 


ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการมีรายได้นอกเหนือจากการทำงาน โดยการสร้าง Passive Income หรือเครื่องผลิตเงินที่เกิดจากการออมและการลงทุน สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้ จากการออมกับกรุงไทย-แอกซ่า iGen ประกันสะสมทรัพย์  ที่ให้ผลตอบแทนได้อย่างดีเยี่ยม และที่สำคัญจะทำให้คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้ค่ะ 


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon