แกะรอย โรคหลอกตัวเอง กับเหม่เหมเลือดข้นคนจาง

posted: 2 months ago
แกะรอย โรคหลอกตัวเอง กับเหม่เหมเลือดข้นคนจาง

comments

ขี้จุ๊เหม่เหม ขี้จุ๊ตาลาลา

วันเสาร์ที่ผ่านมาหลายคนคงจะอินกับซีรีส์ “เลือดข้นคนจาง” ใช่ไหมคะ โดยเฉพาะตัวละครอย่าง เหม่เหม ที่หลายคนหมั่นไส้ คันปาก ก็เพราะนางโกหก สร้างเรื่องเก่ง ทำเอาคนดูอย่างเราอินกันเป็นแถบ แต่รู้ไหมคะพฤติกรรมการโกหกของเหม่เหม เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยง โรคหลอกตัวเอง อยู่นะ

อยากรู้ล่ะสิว่าโรคนี้มีลักษณะเป็นอย่างไร มีวิธีรักษาแบบไหน และเรามีของเเถมให้อีก กับกรณีตัวอย่างที่เสี่ยงเป็นโรคหลอกตัวเองมาฝาก ให้ทุกคนเห็นภาพกันชัดขึ้นด้วย 


ขอบคุณคลิปจาก : one31

โรคหลอกตัวเอง ภัยอันตรายที่คุณอาจทำโดยไม่รู้ตัว

โรคหลอกตัวเองหรือที่เรียกว่าโรค Pathological Liar เป็นโรคที่มีอาการผิดปกติทางจิต ผู้ป่วยมักจะพูดโกหกไปเรื่อยๆ จุดประสงค์หลักที่โกหกก็เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือต้องการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง

โดยโรคหลอกตัวเองจะมีจุดเริ่มต้นมาจาก การแต่งเรื่องหลอกตัวเองเพื่อหนีความจริงบางอย่าง จึงสร้างเรื่องหลอกตัวเองเรื่อยๆ เพื่อปิดบังความจริง แต่สุดท้ายจิตใต้สำนึกก็บอกตัวเองว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงอยู่ดี

ถึงแม้จุดประสงค์หลักในการโกหกของเหม่เหม ก็เพื่อปกป้องพ่อของตัวเอง เพื่อคนที่รัก แต่ถ้ามีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่เป็นประจำ ก็อาจเสี่ยงเป็นโรคหลอกตัวเองได้เช่นกัน

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอกตัวเอง

  • เกิดจากความขัดแย้งในครอบครัว อยู่ในครอบครัวที่มีปัญหามาตั้งแต่เด็กๆ
  • ถูกกระทำชำเรา ถูกทำร้ายร่างกาย หรือบังคับขืนใจในบางเรื่อง
  • ความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ความพิการทางสมอง ความบกพร่องการเรียนรู้
  • มีอาการของโรคบุคลิกภาพแปรปรวน เช่น อันธพาล หลงตัวเอง หรือโรคบุคลิกก้ำกึ่ง เป็นต้น
  • ผลข้างเคียงจากโรคยั้งใจไม่ได้ (Impulse Control disorders)

โรคหลอกตัวเอง
ขอบคุณภาพจาก : peakpx.com

โรคหลอกตัวเอง จำแนกอาการได้ถึง 3 ประเภท

  • กลุ่มที่ป่วยเป็นโรคจิตเวช

ผู้ป่วยประเภทนี้จะมีอาการชอบหลอกตัวเอง มักมาจากการหลงผิด ซึ่งส่งผลให้มีความคิดและความเข้าใจไปตามอาการหลงผิดของตัวเอง ทำให้การโกหกดูไหลลื่น เล่าเรื่องโกหกให้ดูปกติ จนผู้ฟังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

โรคหลอกตัวเองมักเกิดจากปมอันร้ายแรงในใจ มีเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวขึ้นในจิตใจ จึงเป็นที่มาของการโกหกเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี

  • กลุ่มที่มีปัญหาด้านบุคลิกภาพ

เป็นกลุ่มที่ชอบโกหกจนเป็นนิสัย หากไม่คิดจะแก้ไข หรือปรับพฤติกรรม นิสัยชอบโกหกผู้อื่น หลอกตัวเองอาจติดตัวไปตลอด และหนทางแก้ไขจะยากขึ้นเรื่อยๆ

โรคหลอกตัวเองเป็นแล้วจะหายหรือไม่?

ถึงแม้อาการโรคหลอกตัวเองจะเหมือนนิสัย ซึ่งดูแล้วคงแก้ไขกันไม่ใช่ง่ายๆ หรืออาจแก้ไขไม่ได้เลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรายังสามารถแก้ไข หรือใครที่เป็นผู้ป่วยโรคนี้ก็สามารถหายได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 

  • ว่ากล่าวตักเตือน

สำหรับเด็กที่มีพฤติกรรมชอบโกหก อาจใช้วิธีรักษาด้วยการว่ากล่าวตักเตือนเมื่อพูดโกหก โดยให้ผู้ปกครองทำโทษจากคำแนะนำของจิตเเพทย์ เพื่อที่เด็กในวันนี้จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ในกรณีที่เป็นเด็กโต ผู้ปกครองยังควรมีการตักเตือนอยู่ แต่อาจต้องคอยสังเกตพฤติกรรมควบคู่ไปด้วยอย่างใกล้ชิด 

  • ความคิดและพฤติกรรมบำบัด

ในกรณีที่การตักเตือนของคนรอบข้างใช้ไม่ได้ผล การพาผู้ป่วยโรคหลอกตัวเองไปพบจิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ โดยจิตแพทย์ อาจหาเหตุผลที่แท้จริงของการหลอกตัวเอง จากนั้นก็จะค่อยๆ ลองปรับทัศนคติ และความคิดของผู้ป่วย เพื่อแก้ปมปัญหานี้ไปพร้อมๆ กัน 

  • ยา

หากใช้ทั้ง 2 วิธีในข้างต้นแล้วไม่รอด หรือเป็นผู้ป่วยโรคหลอกตัวเองขั้นรุนแรง มีอาการทางจิตหรือความผิดปกติของร่างกาย แพทย์จะสั่งยาเพื่อรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเป็น ซึ่งอาจจะช่วยบรรเทาอาการหลงผิด อาการหลอกตัวเองไปได้บ้าง


โรคหลอกตัวเอง
ขอบคุณภาพจาก : twentyfour-news.com

จับโป๊ะแตก กับวิธีสังเกตคนโกหกที่กำลังจกหูคุณอยู่

เราเชื่อว่าทุกคนคงเคยเจอเพื่อนที่ชอบกุเรื่อง สร้างเรื่องโกหก ไม่รู้เรื่องที่มาจากปากนางอันไหนเรื่องไหนจริง อันไหนโกหก วันนี้ rabbit finance เลยมีวิธีการจับโป๊ะแตกของเพื่อนที่ชอบโกหกมาฝากกัน

  • มีพฤติกรรมแปลกๆ

เวลาคนที่มีนิสัยชอบโกหกเล่าเรื่องอะไร ให้เราฟังเขาเฉยๆ แล้วลองสังเกต เพราะคนที่โกหกส่วนใหญ่จะจำเรื่องที่ตัวเองโกหกไม่ค่อยได้ และอาจจะโป๊ะแตกแสดงพฤติกรรม หรือคำพูดที่ขัดกับสิ่งที่พูดไปก่อนหน้านี้ 

  • มักหลบสายตาระหว่างสนทนา

ถ้าคนที่ชอบพูดโกหกเวลาเล่าจะก้มหน้าดูโทรศัพท์ หันไปมองทางอื่นบ้าง จะไม่สบตากับคู่สนทนา เพราะดวงตาเปรียบเสมือนประตูสู่ความจริง ซึ่งลักษณะอาการแบบนี้ถือเป็นท่าพื้นฐานของนักโกหกมืออาชีพเลยค่ะ

  • ภาษากายของคนชอบโกหก

นอกจากดวงตาจะเป็นข้อพิสูจน์ในการจับโกหกแล้ว ให้เราสังเกตภาษากายที่ มือ คนที่พูดเรื่องโกหกมักจะชอบบีบมือตัวเอง หรือเอามือไปจับส่วนอื่นของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก

  • เถียงคุณอย่างเอาเป็นเอาตาย

ถ้าคุณสงสัยในเรื่องที่ฟังว่ามันทะเเม่งๆ โกหกหรือเปล่านะ เริ่มถามด้วยความสงสัย คนเหล่านี้จะเถียงคุณอย่างจริงจังเอาเป็นเอาตาย เพราะการเถียงเพื่อเอาชนะแบบนี้ มันก็เป็นแผนการรับมือไม่ให้ตัวเองถูกจับได้ว่าโกหกนั่นเอง หรือไม่ก็อาจจะใช้อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวมากลบเลื่อน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ซักไซ้ถามต่อยังไงล่ะ 


โรคหลอกตัวเอง
ขอบคุณภาพจาก : psychologenie.com

ไหนว่าจะไม่หลอกกัน กับตัวอย่างบุคคลที่หลอกตัวเอง

นอกจากเหม่เหมในซีรีส์ “เลือดข้นคนจาง” ที่โกหกเรื่องเกี่ยวกับการตายของประเสริฐ แล้วโกหกจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเดือดร้อน ซึ่งไม่ได้มีแค่เหม่เหมค่ะ ที่หลอกตัวเอง โกหกคนอื่น เรายังมีคนอื่นอีกที่หลอกตัวเอง และหลอกคนอื่นตายสนิทเลยค่ะ

  • ออย ฮอร์โมน

มีใครยังจำฉากการชักแบบปลอมๆ ของ ออย ในซีรีส์วัยรุ่นเรื่องดังอย่างเรื่อง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น กันได้ไหมคะ? บุคลิกของตัวละครตัวนี้มีหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า เธออาจจะเป็นโรคหลอกตัวเอง ไม่ก็มีอาการป่วยที่มากกว่านั้น เพราะตัวละครนี้มีนิสัยชอบโกหก สร้างเรื่องให้คนอื่นเชื่อ เหตุที่เธอทำเช่นนี้ก็เพื่อให้คนอื่นสนใจในตัวเธอ ซึ่งสาเหตุที่เธอต้องเรียกร้องความสนใจอย่างหนักขนาดนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากครอบครัวที่มีปัญหา และไม่ได้รับความอบอุ่นที่เพียงพอจากครอบครัว 

  • บอยสกล

แค่พูดชื่อ บอยสกล ทุกคนคงนึกถึงวีรกรรมของเขาเลยใช่ไหมคะ กับเรื่องโกหกว่าเป็นนิสิตจุฬาฯ และเนียนไปถือป้ายในงานบอลจุฬา ธรรมศาสตร์ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด อาจเป็นเพราะหนุ่มคนนี้ต้องการ ให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับในสังคมก็เป็นได้ 

  • มิ้งโป๊ะเเตก

อีกหนึ่งคนที่จกตาคนไทยกับเหตุการณ์ มิ้งโป๊ะแตก ที่ออกมาเผยว่าตนเองท้องกับอดีตแฟนเก่า เพื่อต้องการให้อดีตแฟนรับผิดชอบ ซึ่งงานนี้สร้างความสนใจให้กับคนทั้งประเทศ และสุดท้ายมิ้งก็โป๊ะแตก เพราะตนเองโกหกว่าท้องและแท้งนั่นเอง

ถึงแม้เหม่เหมจะเป็นแค่ตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาให้โกหกภายในซีรีส์ แต่ในชีวิตจริงเราก็อาจเจอกับคนที่มักโกหกเป็นนิสัย สร้างเรื่องขึ้นมาในชีวิตประจำวัน ดังนั้นหากใครที่มีนิสัยชอบโกหก หรือมีคนรู้จักนิสัยเช่นนี้ แนะนำให้ไปพบจิตแพทย์ เพื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ


ขอบคุณข้อมูล

campus.sanook

healthandtrend


avatar
by Echo Wave
วันไหนที่แรงบันดาลใจหมด หรือตัวตนตกหล่นไป เราจะไปริมน้ำและนั่งมอง ปล่อยให้ทุกสิ่งเคลื่อนไป แล้วทุกอย่างที่หายไปจะกลับมา...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon