ช่องทางชำระเงินที่ร้านค้าออนไลน์ควรมี ถ้าอยากจับลูกค้าให้อยู่หมัด

posted: 3 months ago
ช่องทางชำระเงินที่ร้านค้าออนไลน์ควรมี ถ้าอยากจับลูกค้าให้อยู่หมัด

comments

ร้านค้าออนไลน์

สมัยนี้แค่นั่งอยู่เฉย ๆ ที่บ้านก็ช้อปปิ้งสินค้าได้ดั่งใจแล้ว ด้วยเหตุนี้แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์หน้าใหม่จึงเปิดให้ใช้บริการเต็มไปหมด ใครดีใครเด่นลูกค้าก็จะบอกต่อ แชร์ และรีวิวต่อ ๆ กันไปโดยวัดจากการบริการเป็นสำคัญ

สามารถแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ ๆ อยู่ 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ บริการก่อนการขาย และบริการหลังการขาย ซึ่งไม่ว่าจะประเภทไหนก็มีความสำคัญทั้งนั้น แต่ในที่นี้จะไม่พูดถึงบริการหลังการขาย เพราะลูกค้าจะได้ใช้บริการก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว แต่จะเน้นการบริการก่อนการขายมากกว่าเพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ซื้อมากขึ้น

โดยจะสามารถจำแนกได้เป็น 3 หัวข้อใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ บริการจัดส่ง บริการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และช่องทางชำระเงิน หากจะถามว่าหัวข้อไหนที่ดึงดูดใจลูกค้ามากที่สุดเห็นจะไม่พ้น ‘ช่องทางการชำระเงิน’ นั่นเอง


ร้านค้าออนไลน์

ว่าด้วยเรื่องช่องทางชำระเงิน ร้านค้าออนไลน์

จากข้อมูลของ The State of eCommerce in Southeast Asia 2017 ที่จัดทำโดยบริษัท iPrice พบว่าแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ระดับชื่อดังมากมายมักมีรูปแบบการชำระเงินเหล่านี้ไว้คอยบริการลูกค้า ได้แก่

  • บัตรเครดิต

บัตรเครดิต ถือเป็นไอเท็มฮอตฮิตที่มีลูกค้าเลือกใช้บริการมากที่สุดสูงถึง 90% เลยทีเดียว เพราะสถาบันการเงินเจ้าของบัตรมักออกโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมมาเอาใจมากมาย ยิ่งใช้มากยิ่งได้รับผลประโยชน์มาก แถมในอนาคตยังมีสิทธิรับการปรับวงเงินเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณช้อปได้มากยิ่งขึ้น

  • โอนผ่านธนาคาร

เมื่อก่อนการทำธุรกรรมนี้อาจยากสักหน่อย เพราะต้องเสียเวลาไปติดต่อธนาคาร หรือออกไปโอนผ่านตู้ ATM แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ปัจจุบันแค่ดาวน์โหลด Apps และเสียเวลาสมัครสมาชิกพร้อมกรอกข้อมูลนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ได้แล้ว จึงเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับที่ 2 (81%)

  • เก็บเงินปลายทางหรือ COD (Cash on Delivery)

อีกหนึ่งช่องทางที่กำลังมาแรงจนอาจแซงช่องทางอื่น ๆ ได้เลย เพราะเพียงแค่คุณกดยืนยันคำสั่งซื้อก็เสร็จ จากนั้นอาจเป็นการติดตามการจัดส่งเท่านั้น พอสินค้ามาถึงก็เอาเงินสดจ่ายได้ทันที

ไม่ต้องกลัวโดนหลอก ไม่ต้องวุ่นวายกับการขอเงินคืนหากใช้บัตรเครดิต ถือเป็นช่องทางที่ถ้าร้านค้าออนไลน์ร้านไหนไม่มีอาจเสียลูกค้ามหาศาลเลยทีเดียว ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 3 (51%)

  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส

มีให้บริการตามเซเว่น ร้านค้า รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป มีคะแนนความนิยมใกล้เคียงกับช่องทางเก็บเงินปลายทาง มีค่าความนิยมอยู่ที่ 46% เหมาะกับผู้ที่ต้องออกจากบ้านไปทำธุระทุกวันมากกว่า

เพราะส่วนใหญ่หากลูกค้ายืนยันคำสั่งซื้อแล้วต้องเร่งดำเนินการชำระเงินภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าไม่มีธุระให้ออกไปไหน ลูกค้าคงไม่อยากแต่งตัวเพื่อออกไปชำระเงินอย่างเดียวเท่าไหร่

  • ผ่อนส่ง

เป็นช่องทางการชำระเงินที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ (25%) ตามจริงแล้ว หากลูกค้าคนไหนมีบัตรเครดิตก็มักจะยื่นเรื่องขอใช้บริการกับสถาบันการเงินเจ้าของบัตรนั้น ๆ ได้ แถมดอกเบี้ยยังถูกกว่ามาก แต่จะตอบโจทย์กับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิต จึงสะดวกสั่งสินค้าราคาแพงในราคาผ่อนส่งกับร้านค้านั้น ๆ มากกว่า


ร้านค้าออนไลน์

 

ข้อมูลทั้งหมดนี้ทาง iPrice ได้ทำการเก็บข้อมูลจากร้านค้าหลายขนาดไม่ว่าจะเป็น Lazada, JD และ Central เป็นต้น พร้อมทำการสรุปเป็น White Paper เรื่อง The State of eCommerce in Southeast Asia 2017 ขึ้น

เริ่มทำการสำรวจตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-มิถุนายน พ.ศ. 2560 รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 เดือน โดยวิเคราะห์ข้อมูลใน 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

และพบประเด็นใหญ่ ๆ ที่น่าสนใจถึง 4 ประเด็นด้วยกัน

1. พบจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในการช้อปปิ้งเพิ่มขึ้น

2. พบวันที่มี Conversion Rate สูงที่สุดในสัปดาห์

3. พบราคาเฉลี่ยต่อการซื้อหรือ Market Size ในแต่ละประเทศค่อนข้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

4. พบแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศไทยส่วนใหญ่มีการให้บริการเก็บเงินปลายทางแล้ว

ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับร้านค้าออนไลน์ ถ้าไม่อยากแพ้คู่แข่งก็ควรปรับปรุงและเพิ่มบริการใหม่ ๆ ได้แล้ว

ขอบคุณบทความดีๆจาก คุณขนิษฐา สาสะกุล iPrice


avatar
by HamsterB

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon