อยากทำประกันสุขภาพ ควรเริ่มวางแผนอย่างไร

posted: 1 year ago
อยากทำประกันสุขภาพ ควรเริ่มวางแผนอย่างไร

comments

การมีสุขภาพที่ดี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การมีชีวิตที่ดี ดังนั้นการดูแลรักษาสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตที่เราไม่ควรมองข้าม

การทำประกันสุขภาพ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยดูแลเรื่องของค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อเราเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ซึ่งการทำประกันสุขภาพไว้ตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยทำให้เราไม่ต้องมานั่งคอยกังวลเกี่ยวกับอนาคตและสามารถใช้ชีวิตได้แบบสบายมากขึ้น

หลายคนอาจจะมีคำถามว่า “อยากทำประกันสุขภาพ แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มว่าแผนอย่างไรดี” วันนี้ แรบบิท ไฟแนนซ์ ก็มีวิธีดีๆในการเริ่มวางแผนประกันสุขมาแนะนำค่ะ


ขั้นที่-1-ตรวจสอบสิทธิ์พื้นฐานที่คุณมีอยู่แล้วก่อน

เคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับคนที่อยาก วางแผนทำประกันสุขภาพ

ขั้นที่ 1 : ตรวจสอบสิทธิ์พื้นฐานที่คุณมีอยู่แล้วก่อน

ก่อนที่จะเดินหน้าติดต่อบริษัทประกัน หรือ โบรกเกอร์ประกันต่างๆ เพื่อทำประกันสุขภาพ เราแนะนำให้คุณ ตรวจสอบว่าตอนนี้คุณได้รับการคุ้มครองหรือมีสิทธิ์ในเรื่องค่ารักษาพยาบาลจากที่ไหนอยู่แล้วบ้าง

เพราะ ถ้าคุณได้รับความคุ้มครองในบางค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว บางที่ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำประกันสุขภาพเพิ่มเติม หรือ คุณอาจจะเลือกซื้อเพิ่มเติมแค่ส่วนที่คุณขาดอยู่ก็ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว

คนส่วนใหญ่จะมีสิทธิ์พื้นฐานด้านสุขภาพ คือ

  • บัตรทอง 30 บาท

เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของคนๆไทยทุกคน ที่ไม่ได้เข้าระบบประกันสังคมหรือระบบราชการ ซึ่งผู้ถือ บัตรทอง จะได้รับการบริการขั้นพื้นฐานทางการแพทย์ การสาธารณสุข และการอนามัยอันจำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต โดยสามารถไปรับบริการได้ที่สถานีอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

  • ประกันสังคม

เป็นสวัสดิการที่ลูกจ้างทุกคนที่อยู่ในระบบ ประกันสังคม จะต้องได้รับ ซึ่งนอกจากจะให้ความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลและอุบัติเหตุแล้ว ยังให้ผลประโยชน์ในกรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และ กรณีว่างงาน ได้อีกด้วย

  • สวัสดิการเพิ่มเติมจากที่ทำงาน

องค์กรรัฐวิสาหกิจหรือบางบริษัทจะมีนโยบาย ทำประกันสุขภาพกลุ่ม หรือ ประกันอุบัติเหตุ เพิ่มเติมให้กับพนักงานอยู่แล้ว ซึ่งจะสามารถใช้ได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กร และสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นลูกจ้างขององค์กรนั้นๆเท่านั้น


ขั้นที่-2-เริ่มจากการทำประกันสุขภาพพื้นฐาน

ขั้นที่ 2 : เริ่มจากการทำประกันสุขภาพพื้นฐาน

เมื่อรู้แล้วว่าสวัสดิการที่เรามีอยู่ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง คุณสามารถเลือกทำประกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมให้กับความเสี่ยงที่คุณมีได้เลย โดยประกันสุขภาพมีมากมายหลากหลายให้คุณเลือก



ซึ่งประกันสุขภาพที่คุณควรมีติดตัวไว้อันดับแรกๆ คือ

1. ประกันสุขภาพกรณีผู้ป่วยในและการผ่าตัด

IPD หรือ ผู้ป่วยใน หมายถึง ผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งการทำประกันสุขภาพส่วนใหญ่ก็จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่เราเป็นผู้ป่วยในอยู่แล้ว ซึ่งความคุ้มครองที่เราจะได้รับจากการทำประกันประเภทนี้ คือ

  • ค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงพยาบาล
  • ค่าบริการใช้ห้องผ่าตัด , ค่า X-ray และค่าตรวจทางชีวเคมี
  • ค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด
  • ค่าปรึกษาแพทย์พิเศษ
  • อุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงแรก
  • ค่าชดเชยหากต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

นอกจากประกันผู้ป่วยในแล้ว เรายังควรทำประกันแบบ OPD หรือ ประกันสุขภาพสำหรับผู้ป่วยนอก ไว้เผื่อในกรณีที่เราต้องเข้ารัวบการรักษาแต่ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาลด้วย

2. ประกันโรคร้ายแรง

โรคร้ายแรงต่างๆ อย่าง โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมอง ทุพพลภาพ โดยเฉพาะ โรคมะเร็ง ถึงจะมีโอกาสเกิดไม่เยอะ แต่มีความเสียหายมากกว่าโรคอื่นๆ ดังนั้น ถ้าเราเกิดป่วยเป็นโรคเหล่านี้ขึ้นมา

การมีเงินประกันมาช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อย ส่วนมากประกันประเภทนี้มีเบี้ยประกันที่ค่อนข้างต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง ถือว่าทำแล้วได้ประโยชน์แน่นอน

3. ประกันค่าชดเชย

ประกันชดเชยรายได้ คือ ประกันภัยที่จะจ่ายค่ารับรองรายได้จากการประกอบอาชีพ ในกรณีที่รายได้นั้นสูญหาย จากการที่ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมีประกันชดเชยรายได้ติดไว้ จะช่วยทำให้เราหมดห่วงเมื่อต้องเข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลานานๆได้


ทำประกันสุขภาพ

ขั้นที่ 3 : ถ้ามีงบเหลือ ก็ทำประกันเสริมเพิ่มเติม

ประกันสุขภาพพื้นฐานในขั้นที่ 2 ถือเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองในระดับแรกหมดแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือมีความเสี่ยงแบบเฉพาะที่ต้องการความคุ้มครองมากขึ้น คุณก็สามารถทำประกันสุขภาพอื่นเสริมจากประกันสุขภาพแบบพื้นฐานได้ โดยประกันเสริมอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น

  • ประกันอุบัติเหตุ

เป็นประกันที่จะคุ้มครองในกรณีที่ ประสบอุบัติเหตุ ได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย ซึ่งจะจ่ายเงินชดเชยให้ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยในหรือนอก รวมทั้งจ่ายสินไหมกรณีเสียชีวิตด้วย ซึ่งประกันอุบัติเหตุสามารถใช้ได้ในเวลาฉุกเฉินแบบทันทีจึงเป็นอีกหนึ่งประกันเสริมที่ควรมีติดตัวไว้เป็นอย่างยิ่ง

ประกันสุขภาพแบบผู้ป่วยในปกติ จะจ่ายเงินชดเชยให้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น และมีการแยกวงเงินของค่ารักษาอย่างชัดเจน เช่น ค่ายา ค่าหมอ ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ดังนั้น การทำประกันแบบเหมาจ่ายจะมีประโยชน์ในการช่วยปิดช่องว่างในเรื่องของค่ารักษา

เพราะส่วนใหญ่แล้ว ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายนี้ กรมธรรม์และวงเงินประกันภัยจะเหมารวมกันมาเลย ทำให้ถึงแม้คุณจะเข้ารับการรักษาแบบเบาๆ ก็ยังสามารถใช้วงเงินนี้ได้

  • ประกันทันตกรรม

การทำฟัน เป็นอีกหนึ่งการรักษาที่เราเข้าไปใช้บริการบ่อยๆ แต่ประกันสุขภาพไม่ได้ให้การคุ้มครอง เพราะฉะนั้นถ้าคุณวางแผนที่จะรักษาฟังของคุณให้อยู่ไปนานๆ การทำประกันทันตกรรม เพิ่มเติมจากประกันสุขภาพก็จะช่วยเรื่องของค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว

เห็นมั้ยคะว่า การเริ่มทำประกันสุขภาพไม่ยากอย่างที่คิด แค่ยึดหลักง่ายๆไว้ว่า ถึงแม้ความเสี่ยงไม่มาก แต่ความเสียหายหนักกว่าก็ให้เลือกทำไว้ก่อน

นอกจากนั้น คุณควรยึดความเสี่ยงจากตัวคุณก่อนเป็น คุณเสี่ยงอะไรก็คุ้มครองส่วนนั้นก่อน เพื่อที่คุณจะได้เลือกทำประกันสุขภาพที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดนั่นเองค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon