หนุ่มๆ ควรรู้! มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยร้ายใกล้ตัวผู้ชายทุกคน

posted: 1 week ago
หนุ่มๆ ควรรู้! มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยร้ายใกล้ตัวผู้ชายทุกคน

comments

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดขึ้นกับคุณผู้ชายทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ชายที่เริ่มมีอายุมาก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีวิธีในการป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้เลย

ดังนั้นเพื่อเป็นการแจ้งเตือนให้บรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายได้ระวังตัวไว้ก่อนที่โรคมะเร็งต่อมลูกหมากจะถามหา วันนี้ทาง rabbit finance จึงขอพูดถึงเรื่องปัจจัยเสี่ยงและวิธีการป้องกัน มะเร็งต่อมลูกหมาก ให้ทุกคนได้ทราบกัน เริ่มต้นที่การทำความรู้จักกับเจ้ามะเร็งต่อมลูกหมากกันก่อนดีกว่า

รู้จักมะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อลูกหมากส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ชายสูงอายุ โดยจะพบในคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และพบได้น้อยมากสำหรับคนที่อายุน้อยกว่านี้ เป็นโรคที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในบ้านเราเท่าไรนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นกับชายไทยอกสามศอกทั้งหลายได้ และเจ้ามะเร็งชนิดนี้มันจะไม่เห็นในระยะแรก แถมยังโตช้า ทำให้อยู่ในระยะแรกนานหลายปี โดยที่ไม่แสดงอาการ

ส่วนใหญ่จะพบระยะที่ 2 และหากถึงขั้นระยะลุกลามจะลามอย่างรวดเร็วไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย โดยเริ่มแรกเซลล์ต่อมลูกหมากจะเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง บริเวณที่เป็นจะเริ่มจากจุดเล็กๆ และอยู่ในสภาพนั้นนานพอสมควร จากนั้นจะค่อยๆ เริ่มลามไปทั่วต่อมลูกหมาก ทำให้ต่อมลูกหมากโตเป็นเนื้องอกขึ้นมา และกระจายไปยังส่วนอื่นๆ ต่อไปได้


ทำไมถึงเป็นโรคนี้?

สาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเกิดจากเซลล์ในต่อมลูกหมากผิดปกติ โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในประเทศที่มีภาวะความเครียด และขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่เสี่ยงให้เกิดโรคนั้นมีหลายเรื่อง ดังนี้

  • พันธุกรรม

พันธุกรรมของผู้ที่เสี่ยงจะเป็นนั้นอาจเกิดจากการมีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องคนใดคนหนึ่งเป็นมะเร็ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างเดียว แต่อาจเป็นมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน อีกทั้งยังพบว่าคนที่มีเชื้อชาติเป็นคนผิวสีจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนเชื้อชาติอื่น

  • อายุ

สำหรับผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ และยิ่งอายุมากขึ้นก็จะมีความเสิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

  • อาหาร

อาหารจำพวกของทอดที่มีไขมันสูง เนื้อสัตว์ที่มีไขมันมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้ร่างกายมีไขมันสะสมจำนวนมาก และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้อาหารที่ปริมาณน้ำตาลสูง ก็สามารถการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งและโรคอื่นๆ ได้เช่นกัน

  • การสัมผัสสารพิษและยา

การสัมผัสสารพิษและยาที่ว่านี้คือความอันตรายจากงานการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสโดนสารพิษ เช่น ช่างเชื่อมโลหะ ช่างทาสี เนื่องจากคนที่สัมผัสกับโลหะบ่อย จะมีแน้วโน้มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า ส่วนยาบางตัวก็ส่งผลต่อมะเร็งต่อมลูกหมากได้ เช่น พวกยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบต่างๆ

  • เชื้อไวรัส

คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน ซึ่งมีโรคเหล่านี้มีเชื้อไวรัสบางตัวที่ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้

  • โรคต่างๆ

คนที่เป็นโรคอ้วน ซึ่งมีดัชนีมวลกาย (ค่า BMI) เกิน 30 จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งต่อลูกหมากมากกว่าคนรูปร่างสมส่วนและคนผอม หรืออาจมีความเสี่ยงอื่นๆ เช่น การทำหมันชาย เป็นต้น

เป็นแล้วจะมีอาการยังไง?

ในระยะแรกอาจไม่แสดงออกมาให้เห็นเป็นเวลานานหลายปี ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จนกว่าจะเป็นถึงขึ้นที่หนักขึ้น โดยอาการทั่วไปที่พบได้ก็คือ

  • ปัสสาวะติดขัด
  • ปัสสาวะแล้วไม่พุ่งเหมือนปกติ
  • ปัสสาวะกลางคืนบ่อยผิดปกติ
  • ปัสสาวะลำบากและมีอาการปวดเมื่อปัสสาวะ
  • บางครั้งปัสสาวะแล้วมีเลือดออกมาด้วย

อาการเหล่านี้เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น แต่เมื่อเป็นหนักขึ้นต่อมลูกหมากจะบวมโต ซึ่งส่งผลต่อระบบซึ่งจะทำให้ปวดมากๆ เวลาขับปัสสาวะ แถมยังทำให้การผลิตอสุจิลดลง หากปล่อยไปนานเข้าโดยไม่รักษา อาจลุกลามไปตามส่วนต่างๆ ของร่ายกายจนเป็นมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้ โดยมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ

  • ระยะแรก ระยะเริ่มต้นของโรค ตอนส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเซลล์มะเร็งที่ยังมีขนาดเล็กและไม่รุนแรงเท่าไหร่
  • ระยะสอง เซลล์มะเร็งอาจยังมีขนาดเล็กอยู่ แต่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือในบางรายเซลล์มะเร็งอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นและเจริญเติบโตไปทั้ง 2 ข้างของต่อมลูกหมาก
  • ระยะสาม ระยะมะเร็งลุกลามออกจากบริเวณต่อมลูกหมากไปยังระบบสืบพันธุ์หรือเนื้อเยื่ออื่นๆ รอบข้าง
  • ระยะสี่ เซลล์มะเร็งเติบโตจนรุกล้ำเข้าไปยังอวัยวะที่อยู่ใกล้ เช่น กระเพาะปัสสาวะ หรือแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลือง กระดูก ปอด ตับ หรืออวัยวะอื่นๆ


วิธีตรวจว่าเป็นหรือไม่เป็น มีอะไรบ้าง

มะเร็งต่อมลูกหมากสามารถทดสอบว่าเป็นหรือไม่เป็นได้โดยการเข้าตรวจอย่างสม่ำเสมอปีละ 1-2 ครั้ง ส่วนการตรวจในปัจจุบันนั้นมีการใช้เครื่องมือที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งมีหลายวิธี ได้แก่

1.ตรวจจากปัสสาวะ  

เป็นวิธีที่ง่าย แต่อาจไม่ค่อยแม่นยำเท่าไรนัก แถมยังตรวจไม่ค่อยพบในระยะเริ่มต้น เพราะจะทราบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ก็ต่อเมื่อเป็นในระยะที่หนักขึ้นแล้ว

2.ตรวจเลือด  

การเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อมาวิเคราะห์หาสาร PSA ในกระแสเลือด หาสารตัวนี้มีค่าสูงกว่าปกติอาจบอกได้ถึงการอักเสบ ติดเชื้อ ต่อมลูกหมากขยายใหญ่ หรือการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

3.ตรวจทางทวารหนัก

เนื่องจากต่อมลูกหมากอยู่ติดกับทวารหนัก แพทย์จึงสามารถสวมถุงมือแล้วสอดนิ้วเข้าไปในทวารหนักของคนไข้เพื่อตรวจพื้นผิว รูปร่าง และขนาดของต่อมลูกหมากว่ามีความผิดปกติหรือไม่

4.อัลตราซาวด์  

อัลตราซาวด์ผ่านช่องทวารหนักด้วยการใช้เครื่องมือสำหรับตรวจชิ้นเล็กๆ สอดเข้าไปทางทวารหนัก แล้วใช้คลื่นเสียงช่วยในการถ่ายภาพของต่อมลูกหมาก โดยเครื่องมือนี้นำไปช่วยวินิจฉัยด้วยวิธีตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากได้ด้วย

5.ตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก

แพทย์จะเก็บชิ้นเนื้อตัวอย่างจากต่อมลูกหมากด้วยการใช้อุปกรณ์เข็มขนาดบางสอดเข้าไปตามทวารหนัก พร้อมอุปกรณ์อัลตราซาวด์ช่วยนำทางให้สามารถสอดเข็มผ่านผนังช่องทวารหนัก แล้วเจาะไปยังต่อมลูกหมากเพื่อนำชิ้นเนื้อที่ได้ส่งวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการว่ามีเซลล์มะเร็งมั้ย หากเป็นเนื้อร้าย แพทย์จะวิเคราะห์ว่ามันแพร่กระจายไปมากน้อยแค่ไหน เพื่อหาวิธีรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

6.ทำ MRI หรือ CT สแกน  

ทำ MRI เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของต่อมลูกหมาก ส่วน CT สแกน จะเป็นการใช้รังสีในการสแกนร่างกาย ซึ่งสามารถตรวจอวัยวะภายในและความผิดปกติของต่อมน้ำเหลืองได้

7.ตรวจสแกนกระดูก

สำหรับการวินิจฉัยมะเร็งที่แพร่กระจายไปยังกระดูก โดยใช้สารทึบรังสีฉีดเข้าสู่เส้นเลือด สารนี้จะไปสะสมอยู่บริเวณกระดูกที่เกิดความผิดปกติและมองเห็นเป็นสีขึ้นมา

เป็นแล้วต้องรักษายังไง มีผลข้างเคียงมั้ย

การรักษาจะไปเป็นไปตามที่แพทย์ได้วินิฉัยไว้และได้ทำการรักษาในแต่ละขั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็งที่มีความรุนแรงแตกต่างกัน โดยวิธีการรักษาจะมีดังนี้

  • การเฝ้าระวัง

หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก แพทย์จะทำการตรวจเลือด ตรวจทวารหนัก และอาจมีการตรวจชิ้นเนื้อเพื่อดูการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ถ้าพบว่ามันโตขึ้นก็ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น ซึ่งวิธีเฝ้าระวังนี้เป็นทางเลือกของผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการมะเร็งหรือคาดว่ามันจะโตช้าและอยู่ในบริเวณเล็กๆ ของต่อมลูกหมาก

แพทย์อาจใช้การประคองอาการสำหรับผู้ป่วนที่เป็นโรคร้ายแรงอย่างอื่นอยู่ด้วยหรือสำหรับผู้ป่วยที่มีอายุมากแล้ว แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงที่มะเร็งจะเติบโตและแพร่กระจายออกไประหว่างการเฝ้าระวัง ซึ่งอาจทำให้โอกาสที่รักษาหายมีน้อยลง

  • ฉายรังสีบำบัด

การรักษาด้วยรังสีบำบัดทำได้ 2 ทาง คือ การฉายรังสีจากภายนอกร่างกายด้วยรังสีรังสี ต้องทำสัปดาห์ละ 5 วัน เป็นเวลา 1-2 เดือน และ การฉายรังสีจากภายในร่างกายด้วยการนำเมล็ดรังสีขนาดเท่าเมล็ดข้าวใส่ลงในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมาก ซึ่งมันจะเปล่งรังสีออกมาเรื่อยๆ จนกว่ารังสีจะหมดไปเอง โดยไม่ต้องนำออกมาจากร่างกาย

การรักษาด้วยวิธีนี้มีโอกาส 1 ใน 3 ที่ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอีกครั้ง แพทย์จึงใช้ยาในการควบคุม แต่ไม่ผ่าตัด เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง ซึ่งถ้าการทำรังสีบำบัดไม่ได้ผลขึ้นมาก็ต้องใช้วิธีอื่นต่อไป เช่น การรักษาด้วยการอัลตราซาวด์ความถี่สูง และการรักษาด้วยความเย็นจัด

ผลข้างเคียงในระยะสั้น คือ รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองที่ทวารหนัก ท้องเสีย เหนื่อยล้า กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะแล้วเจ็บ ส่วนผลข้างเคียงระยะยาว คือ อาจทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ปัสสาวะติดขัด หรือมีปัญหาที่เกี่ยวกับการขับถ่ายหนัก เช่น ท้องเสีย มีเลือดออก หรือระคายเคืองที่ทวารหนัก

  • ใช้ฮอร์โมนบำบัด

เป็นการรักษาเพื่อยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนของร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้มะเร็งต่อมลูกหมากเติบโตขึ้น การยับยั้งฮอร์โมนนี้จึงเป็นการลดการเติบโตของเซลล์มะเร็งหรือทำให้เซลล์ตาย การลดระดับฮอร์โมนนี้อาจใช้ยายับยั้งการผลิตเทสโทสเตอร์โรน ยาต้านการเข้าสู่เซลล์มะเร็งของเทสโทสเตอร์โรน หรือการผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออกก็ได้

วิธีนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มะเร็งพัฒนาขึ้นมากแล้ว โดยช่วยให้เซลล์มะเร็งหดตัวและเติบโตช้าลง ซึ่งผู้ป่วยระยะแรกก็อาจใช้วิธีนี้หดเซลล์มะเร็งให้เล็กลง ก่อนที่จะใช้วิธีฉายรังสี โดยมันจะช่วยให้ได้ผลยิ่งขึ้น แถมยังอาจใช้หลังจากฉายรังสีได้ด้วย เพื่อลดการเกิดเซลล์มะเร็งอีกครั้ง

ผลข้างเคียง คือ ความต้องการทางเพศลดลง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หน้าอกบวมและนิ่มลง รู้สึกร้อนวูบวาบ เหงื่อออกเยอะ กระดูกพรุน และน้ำหนักขึ้น


  • ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก

การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นตัวเลือกในกรณีที่คาดว่าเซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายออกไปนอกต่อมลูกหมาก โดยวิธีการคือ ผ่าเอาต่อมลูกหมากทั้งหมด รวมถึงเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ และต่อมน้ำเหลืองบางส่วนออกไป

ผลข้างเคียง คือ อาจกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นอีกนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกระบวนการที่เลือกใช้ รวมถึงอายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยด้วย

  • รักษาด้วยความเย็นจัด

การใช้ความเย็นจัดช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยการใช้เข็มเล็กๆ สอดเข้าไปในต่อมลูกหมากจากทางผนังทวารหนัก โดยเข็มจะบรรจุแก๊สเย็นจัดที่ช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณรอบต่อมลูกหมากแข็งตัว จากนั้นก็ทำอีกครั้งแต่ใช้เข็มบรรจุแก๊สร้อนเพื่อให้เนื้อเยื่ออุ่นลง

ซึ่งจะช่วยให้เซลล์มะเร็งและเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ตายลง แต่การรักษาวิธีนี้บางครั้งจะใช้กับเซลล์มะเร็งที่ไม่แพร่กระจายไปนอกบริเวณต่อมลูกหมาก โดยอาจเป็นทางเลือกรองลงมา หากฉายรังสีไม่ได้ผล

ผลข้างเคียง คือ การหย่อนสมรรถภาพทางเพศและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ส่วนผลข้างเคียงเกี่ยวกับปัญหาทางทวารหนักหรือเป็นแผลทะลุก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่พบบ่อยนัก

  • ทำเคมีบำบัด

คือการใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็งที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจฉีดเข้าเส้นเลือดดำที่แขนหรือรับประทานยาก็ได้ มักใช้กับมะเร็งต่อมลูกหมากที่แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นของร่างกายและรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัดไม่ได้ผลแล้ว ซึ่งการทำเคมีบำบัดไม่อาจช่วยรักษาให้หาย แต่จะควบคุมการเกิดมะเร็งและอาการของมะเร็งได้

ผลข้างเคียง คือ จะกระทบต่อเซลล์ปกติบริเวณรอบๆ เช่น เซลล์ภูมิคุ้มกัน และอาจเกิดการติดเชื้อ คลื่นไส้ อาเจียน แผลร้อนในในปาก อ่อนล้า ผมร่วง ไม่อยากอาหาร แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้อาจควบคุมได้บ้าง ด้วยการใช้ยาอื่นๆ ป้องกัน

ควรดูแลหรือป้องกันตัวเองยังไงดี

  • ลดอาหารที่มีไขมันสูงทั้งหลาย เพราะนอกจากจะทำให้เป็นโรคอ้วนแล้ว ยังทำให้ฮอร์โมนเพศสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ส่วนไขมันที่ช่วยต้านมะเร็งจะพบได้ในปลาทะลหรือน้ำจืดทั้งหลาย เช่น ปลาช่อน ปลาเนื้ออ่อน ปลานิล ปลาดุกด้าน ปลาโอ และปลากราย รวมถึงน้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง ก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้เช่นกัน
  • ลดการกินเนื้อแดง (เนื้อสัตว์ใหญ่) เพราะในเนื้อแดงจะมีไขมันแทรกอยู่มาก ดังนั้นการกินเนื้อมาก แม้จะเป็นเนื้อที่ไม่ติดมันก็ทำให้ร่างกายได้รับไขมันเพิ่มขึ้นด้วย แต่ถ้ากินน้อยลงก็จะลดโอกาสของการเกิดมะเร็งและลดไขมันในเลือดไปในตัว
  • ควบคุมน้ำหนัก คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ชายที่ อ้วนลงพุง’ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐาน จึงควรควบคุมให้ตัวเองมีน้ำหนักตามเกณฑ์ และควบคุมปริมาณแคลอรี่ในแต่ละวัน
  • กินถั่วเหลืองแทนเนื้อแดง เนื่องจากโปรตีนจากถั่วเหลืองที่อยู่ในเต้าหู้ แป้งถั่วเหลือง และนมถั่วเหลือง มีคุณสมบัติไม่ต่างจากโปรตีนไขมันต่ำ ซึ่งสามารถชะลอความรุนแรงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชและถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารมากมายที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังควรทานมะเขือเทศให้มากขึ้น รวมถึงอาการที่วิตามินดีสูง เช่น นม ไข่แดง ปลาทะเล เห็ดหอม
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายส่งผลต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมีงานวิจัยที่พบว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกายนั้นมีค่า PSA สูงกว่าผู้ที่ออกกำลังกาย ทำให้มีโอกาสเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า
  • ตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ ควรจะไปตรวจเช็คอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอายุ 50 ปีขึ้นไป

มะเร็งต่อมลูกหมากนั้นเป็นอีกหนึ่งโรคที่บรรดาผู้ชายทั้งหลายต้องระวังให้มาก ถึงแม้จะเป็นโรคที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนไทยเท่าไหร่ แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป ดังนั้นทางที่ดีจึงควรหมั่นดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี ทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และวิถีการใช้ชีวิตด้วย เพื่อจะได้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon