ผลประโยชน์จากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

posted: 2 years ago
3,185 views
ผลประโยชน์จากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

comments

บริษัทที่เราทำงานกันอยู่นั้นนอกจากจะมี ประกันสังคม ประกันสุขภาพกลุ่ม แล้ว บางบริษัทอาจจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่พนักงานด้วย ซึ่งอันนี้ถ้าใครไม่แน่ใจว่าบริษัทที่ตนทำอยู่นั้นมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยรึเปล่าก็ลองไปสอบถามกับที่ทำงานดูนะคะ แต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่ากองทุนสำรองชีพคืออะไร วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน


กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) คือ อะไร

 

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาด้วยความสมัครใจ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ออกจากงาน ทุพพลภาพหรือเป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัวในกรณีที่ลูกจ้างเสียชีวิต

โดยเงินกองทุนจะมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนเพื่อตนเองส่วนหนึ่ง เรียกว่า “เงินสะสม” ซึ่งกฎหมายให้สะสมตั้งแต่ 2 – 15% ของเงินเดือนและเงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนให้อีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสมทบ” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สมทบในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง



สิ่งที่เราจะได้จากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถือเป็น “สวัสดิการอย่างหนึ่งที่ทางบริษัทหรือนายจ้างมีให้กับลูกจ้าง” ซึ่งการที่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นจะทำให้ลูกจ้างมีเงินก้อนไว้สำหรับใช้ตอนเกษียณอายุ เป็นหลักประกันทางการเงินให้แก่ครอบครัวแล้วก็ยังมีประโยชน์อื่นๆอีก ดังนี้

 

  • มีวินัยในการออมเพื่อเกษียณอย่างต่อเนื่อง : เนื่องจากการเป็นสมาชิกกองทุนนั้นเป็นการหักเงินจากเงินเดือนที่เราจะได้ในทุกๆเดือน ตามจำนวนอัตราเงินสะสมที่ทางบริษัทให้เราเลือกออม เช่น 3% 5% 10% หรือ 15% ก็ตาม และยิ่งเราเลือกเปอร์เซ็นต์มากเท่าไหร่ก็เป็นผลดีต่อตัวเราเอง เนื่องจากเป็นการหักจากเงินเดือนที่เราได้รับ จึงเป็นเหมือนเรามีการออมเงินเป็นประจำในทุกๆเดือนไม่มีขาด เป็นผลให้เรามีการออมอีกอย่างหนึ่ง

 

  • เหมือนได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากเงินสมทบที่นายจ้างให้ : นอกจากจะมีเงินสะสมที่มาจากเงินเดือนของตัวเองแล้วก็ยังจะได้รับเงินสมทบจากนายจ้างที่ต้องสมทบให้กับเราที่กฎหมายได้กำหนดไว้ว่า เงินสมทบที่นายจ้างจะให้นั้นจะต้องสมทบในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง เช่น ถ้าเราเลือกอัตราเงินสะสมอยู่ที่ 10%  เราก็จะได้เงินสมทบจากนายจ้างอีก 10% หรือมากกว่านั้น จึงทำให้เราเหมือนได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

  • มีมืออาชีพบริหารเงินออมให้ : พอเรากลายมาเป็นสมาชิกกองทุนสะสมเลี้ยงชีพแล้ว เงินที่เราสะสมก็จะได้รับการดูแลจากมืออาชีพที่เรียกกันว่า บริษัทจัดการหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่จะนำเงินสะสมของเราไปลงทุนในตราสารทางการเงินประเภทต่างๆ เพื่อสร้างกำไรให้กับกองทุน โดยจะนำกำไรที่เกิดขึ้นนั้นมาเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกในสัดส่วนของเงินที่แต่ละคนมีอยู่ในกองทุน ซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้เรียกว่า “ผลประโยชน์ของเงินสะสม” และ “ผลประโยชน์ของเงินสมทบ”

 

  • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี : เงินที่ส่งเข้าหรือจ่ายออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบ Exempted, Exempted, Exempted หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า EEE มีรายละเอียดต่างๆ คือ
  1. จากเงินสะสมที่สมาชิกนำเข้ากองทุน : ซึ่งเงินสะสมเหล่านี้สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ โดยหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 10,000 บาท แต่สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 490,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้ที่เสียภาษี
  2.  จากเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน : ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตาม จำนวนที่  จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละราย
  3. ผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล และกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ได้รับยกเว้นภาษี
  4. เงินที่สมาชิกได้รับจากกองทุนเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส่วนที่เป็นเงินสะสมได้รับยกเว้นภาษี สำหรับเงินสมทบ ผลประโยชน์เงินสะสม และผลประโยชน์เงินสมทบ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด


สุดท้ายสิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ การตรวจสอบผลประโยชน์ของตัวเราเอง และคอยติดตามผลของกองทุนอยู่เรื่อยๆ โดยสามารถดูได้จาก “รายงานผลการจัดการกองทุน” ที่บริษัทจะจัดส่งให้คณะกรรมการกองทุนในทุกๆเดือน หรือสามารถดูได้จาก “ใบเสร็จแจ้งยอดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ที่บริษัทจะจัดส่งให้แก่สมาชิกกองทุนทุกคนปีละ 2 ครั้ง ซึ่งการตรวจสอบผลประโยชน์นั้นต้องเริ่มจาก

  1. ตรวจสอบยอดเงินสะสม เงินสมทบ ผลประโยชน์ของเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่เป็นยอดยกมาจากปีก่อนว่า จำนวนตรงกับใบแจ้งยอดเมื่อสิ้นปีก่อนหรือไม่
  2. ตรวจสอบยอดเงินสะสมและเงินสมทบระหว่างปีว่า ตรงกับที่เราจ่ายไปหรือไม่
  3. ตรวจสอบจำนวนหน่วยว่า เพิ่มขึ้นหรือไม่
  4. ตรวจสอบผลการดำเนินงานของกองทุนโดยดูจาก มูลค่าต่อหน่วย
  5. ควรที่จะเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีและใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการกองทุนฝ่ายลูกจ้าง

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราผู้เป็นสมาชิกกองทุนจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบอยู่เสมอ เพราะเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเราเอง และการร่วมเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เรามีเงินออมเพื่อใช้ในยามที่เราเกษียณไปอีกทางหนึ่งเช่นกัน แต่กองทุนนี้ก็ไม่ได้มีกันทุกบริษัทเช่นกัน


avatar
by doubleP
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon