คิดดีแล้วเหรอ? ที่จะถอนเงินจาก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

posted: 1 year ago
คิดดีแล้วเหรอ? ที่จะถอนเงินจาก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

comments

ต้องยอมรับเลยว่า ณ ปัจจุบัน เครื่องมือสำหรับเกษียณอายุที่ดีที่สุดของ มนุษย์เงินเดือน ก็คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) นี่แหละ ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ เช่น

  • เราจ่ายเงินเข้ากองทุน นายจ้างก็ช่วยจ่ายสมทบเข้ากองทุนให้กับเราได้ด้วย
  • เมื่อลงทุนแล้วได้ผลตอบแทน 100% ตั้งแต่วันแรกที่ลงทุนเลยก็ว่าได้
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะเงินส่วนที่เราหักใส่ในกองทุนรวม หรือเงินสะสม สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทำให้เราเสียภาษีน้อยลง


กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

วางแผนการเงินด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

ส่วนตัวแล้ว อีกประการหนึ่งที่ทำให้ชอบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างมากก็คือ ด้วยวิธีการลงทุนในรูปแบบที่ว่า เมื่อเราได้เงินเดือนมา ทางบริษัทก็หักเงินเราเข้าไปไปลงทุนให้กับเราเลยทันที ถือเป็นการหักการใช้อย่างแท้จริง และถูกต้องตามหลักสมการการเงินอย่างชัดเจน

 เราสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้ก็ต่อเมื่อ เราเกษียณอายุ ทำให้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดเพื่อเก็บเงินเกษียณอายุเลยก็ว่าได้ 

เวลาวางแผนการเงิน หลายๆ ครั้งก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิด สำหรับการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าใครคิดว่าจะทำงานประจำไปเรื่อยๆ จนเกษียณอายุ แนะนำว่าให้ใส่เงินให้พอที่เราจะใช้ตอนเกษียณอายุ เมื่อถึงเวลานั้น เงินก็จะมากพอให้เราใช้ชีวิตตอนเกษียณได้ดีระดับหนึ่งเลย

ใครที่ต้องออกจากงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม (แล้วจะไม่กลับไปทำงานประจำอีก) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เราลงทุนไว้ ก็ต้องถอนออกมาด้วย ถ้าเราออกก่อนที่จะเกษียณอายุ หรือตามนโยบายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนดไว้คือ อายุ 55 ปี เราต้องโดน “ค่าปรับ” ด้วย


 

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ลดหย่อนภาษี ด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

โดยเงินที่เราจ่ายเข้ากองทุนสำรองเองจะเรียกว่า “เงินสะสม” ส่วนเงินที่นายจ้าจ่ายเงินให้จะเรียกว่า “เงินสมทบ” แน่นอนว่า เมื่อเราลงทุนไปเรื่อยๆ เราก็จะเรียกว่า “ผลตอบแทนของเงินสะสม” และ “ผลตอบแทนของเงินสมทบ”

ถ้าเราออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อนเงื่อนไข เราต้องนำเงินสมทบที่นายจ้างจ่าย รวมกับ ผลตอบแทนเงินสะสม และ ผลตอบแทนเงินสมทบ ไปรวมกับ การคำนวณภาษีปลายปี โดยจะแบ่งเป็น 2 กรณีคือ

1. เป็นสมาชิกน้อยกว่า 5 ปี

ต้องนำเงินทั้ง 3 ส่วนไปรวมภาษีเต็มๆ ลดหย่อนอะไรไม่ได้เลย ต้องนำเงินไปรวมกับรายจ่ายอื่นๆ ปลายปี เพื่อเสียภาษีตามอัตราภาษีปกติ

2. เป็นสมาชิกมากกว่า 5 ปี และออกจากกองทุนก่อนอายุ 55 ปี

อันนี้ดีหน่อย เพราะเราสามารถแยกยื่นได้ ไม่ต้องเอาไปรวมเงินได้ประเภทอื่นๆ  เราสามารถค่าหักใช้จ่ายได้ตามอายุสมาชิกที่เราเป็นสมาชิก เช่นถ้าเราเป็นมา 10 ปี เราสามารถเอา 10 ปีไปคูณ 7,000 บาทเป็น 70,000 บาท แล้วถ้าเงิน 3 ส่วนตามข้างต้นเหลือเท่าไหร่ ก็หักได้อีก 50% แล้วค่อยนำไปคำนวณตามฐานภาษี ก็ถือว่าช่วยเรื่องภาษีได้ดีมากๆ

ถ้าถามต่อว่ามีทางออกไหมสำหรับคนที่จำเป็นต้องออกจากงาน จริงแล้วๆ มีทางออกอยู่เหมือนกัน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านก็มีการออกกฎหมายมาช่วยเรื่องตรงนี้ โดยเราสามารถย้ายเงินทั้งหมดไปเข้าที่กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพหรือที่เราคุ้นหูว่า กองทุน RMF นี่แหละ  โดยที่เราย้ายเข้า RMF ทั้งก้อนก็จะไม่ต้องเสียภาษีเลย แล้วเราก็ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขของ RMF ต่อไป


avatar
by JK, CFP®
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon