รถเมล์ขึ้นราคา 2 บาท สรุปว่าใครกันแน่ที่ขาดทุน

posted: 1 year ago
รถเมล์ขึ้นราคา 2 บาท สรุปว่าใครกันแน่ที่ขาดทุน

comments

ในอดีตเมื่อปี 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง เคยมีมติให้ ขสมก. ปรับขึ้นราคารถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศเพิ่มอีก 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 2558 เพื่อให้มีความเหมาะสมกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า ขสมก. จะปรับเพิ่มราคาค่าโดยสารขึ้นอีกครั้ง


รถเมล์ขึ้นราคา

รถเมล์ขึ้นราคา 2 บาท ใครได้รับผลกระทบ

ต้องบอกก่อนว่า เมื่อปี 2558 ที่ ขสมก. ปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 1 บาท ก็เพราะตอนนั้น ขสมก. ก็มีผลประกอบที่ขาดทุนมาโดยตลอดและอย่างต่อเนื่อง เพราะค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนดำเนินการ แต่ช่วงที่ผ่านมาก็ชะลอการขึ้นค่าโดยสารตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เนื่องจากไม่อยากให้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางที่เพิ่มขึ้น

แต่ล่าสุด ได้มีการหารือเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่ ขสมก. จะได้เลี้ยงตัวเอง ไม่เป็นภาระทางภาครัฐ จึงมีการยื่นเสนอแผนขอฟื้นฟูกิจการ โดยขอปรับอัตราค่าโดยสารรถเมล์ธรรมดาเพิ่มอีก 1.50 บาท และอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศเพิ่มอีกระยะทางละ 2 บาท 

 

หากถามว่า การขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท จะส่งผลกระทบกับผู้โดยสารเยอะมากหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่า น่าจะมีผลกระทบไม่มากสักเท่าไหร่ เพราะต้นทุนการเดินทางค่าโดยสารก็มีแนวโน้มปรับตัวตามเงินเฟ้อปกติอยู่แล้ว

แล้วถ้าปกติเราเดินทางทุกวันไปกลับด้วยรถ ขสมก. ก็จะมีต้นทุนค่าเดินทางเพิ่มขึ้นวันละ 4 บาทเท่านั้นเอง  เชื่อว่าทุกคนยินดีที่จะจ่ายอยู่แล้ว ถ้าได้รับการบริการที่ดีมากขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น


รถเมล์ขึ้นราคา

รถเมล์ขึ้นราคา กับสิ่งที่ขสมก. ควรทำ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าค่าโดยสารถูกปรับขึ้นกี่บาท แพงเกินไปหรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่า ขสมก. จะพัฒนการบริการให้มีคุณภาพขึ้นได้อย่างไรมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหารถเมล์เก่า
  • รถเมล์ไม่ได้มาตรฐานการให้บริการ
  • มาไม่ตรงเวลา
  • ไม่สามารถคาดการณ์เวลาการเดินทางได้
  • เส้นทางเดินรถเมล์ที่ยังไม่ครอบคลุม
  • ปริมาณรถยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

โดยทั่วไปแล้วธุรกิจที่ได้รับสัมปทานการเดินรถอย่าง ขสมก. ถือว่าเป็นกิจการที่ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ ทำให้ไม่สามารถเกิดการแข่งขันด้านการให้บริการได้ เลยทำให้ไม่เกิดการแข่งขันเพื่อพัฒนาคุณภาพของการบริการ จึงทำให้เกิดปัญหาที่ว่าขึ้นมา

ส่วนตัวคิดว่า กระทรวงคมนาคมอาจจะต้องกลับไปทำการบ้านเพิ่มเติมให้ดีว่า ถ้าเพิ่มอัตราการแข่งขันของธุรกิจจะเป็นทางออกที่ดีไหม เพื่อให้เกิดการพัฒนาในข้อบกพร่องให้ดีมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ขาดทุนที่สุดก็คือ ประชาชนผู้จำเป็นต้องใช้บริการรถประจำทางเหล่านี้มากกว่า


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon