ประกาศ! ผู้โดยสาร BTS ที่ถือ บัตรแรบบิท ต้องลงทะเบียน 15 ก.พ. นี้

posted: 2 months ago
1,137 views
ประกาศ! ผู้โดยสาร BTS ที่ถือ บัตรแรบบิท ต้องลงทะเบียน 15 ก.พ. นี้

comments
  • รถไฟฟ้าบีทีเอส เตรียมให้ผู้โดยสารที่ถือบัตรแรบบิท นำบัตรประชาชนลงทะเบียนแสดงตัว (KYC) ตั้งแต่ 15 ก.พ. นี้ เพราะเป็นบัตรที่สามารถชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้าข่าย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 
  • บีทีเอสฟันกำไร 4.4 พันล้านบาทในปี 2561 และคาดว่าปีนี้จะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท

บัตรแรบบิท

15 ก.พ. นี้  บัตรแรบบิท ทุกใบ ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตน

ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 รถไฟฟ้าบีทีเอสใคร่ขอความร่วมมือผู้โดยสารให้นำบัตรแรบบิทพร้อมบัตรประชาชน (หรือหนังสือเดินทาง กรณีชาวต่างชาติ) ไปลงทะเบียนด้วยตนเอง เมื่อทำการซื้อบัตร เติมมูลค่าเงิน หรือเติมเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ห้องจำหน่ายตั๋วรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ทุกสถานี หรือศูนย์บริการแรบบิท ที่สถานีสยาม

โดยหลังจากลงทะเบียนบัตรแรบบิทแล้ว ผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์ โดยในกรณีบัตรแรบบิทสูญหาย จะสามารถแจ้งระงับการใช้งานบัตร และสามารถขอคืนมูลค่าเงินและเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่คงเหลือในบัตรได้ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

โดย นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ถือบัตรแรบบิทขอให้มาลงทะเบียน แสดงตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC) อันเนื่องมาจากบัตรแรบบิทเข้าข่ายเป็นการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กำหนดให้จำเป็นต้องแสดงตัวตน โดยการลงทะเบียนด้วยข้อมูลที่กำหนดไว้ตามพรบ.ดังกล่าวนี้

ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์แรบบิท ฮอตไลน์ โทรศัพท์ 02 617 8383 หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ บีทีเอส โทรศัพท์ 0 2617 6000

บัตรแรบบิท
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ขอบคุณภาพ www.thaipost.net

ภาพรวม BTS ปีนี้โตต่อเนื่องดีกว่าปีที่แล้ว

บีทีเอสได้แจ้งผลประกอบการปี 2561 ว่ามีรายได้ 1.7 หมื่นล้านบาทและมีกำไร 4.4 พันล้านบาท ดังนั้นในปีนี้จะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1.9 หมื่นล้านบาทและยังคงเติบโตต่อเนื่อง

โดยในอนาคต ปี 2563 คาดว่าผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะมีปริมาณเกือบ 1 ล้านคน/วัน ปัจจุบันมีผู้โดยสารเฉลี่ย 8 แสนคน/วัน เปิดเดินรถสีเขียวใต้ มีผู้โดยสาร 6-7 หมื่นคนต่อวัน เมื่อเปิดเดินรถสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นคน/วัน

อย่างไรก็ตาม ยังพร้อมเข้าประมูลโครงการ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี พร้อมวางระบบ ด้วยวงเงิน 2.35 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับสนใจที่จะศึกษาแนวทางเข้ายื่นข้อเสนอในโครงการรถไฟฟ้ารางเบา จ.ภูเก็ต และจ.เชียงใหม่อีกด้วย

ซึ่งภายในปีนี้จะเริ่มต้นก่อสร้างและปรับปรุงสถานีสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (S6) วงเงิน 1.1 พันล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หากได้รับความเห็นชอบในปีนี้ ใช้เวลาก่อสร้างราว 2 ปี เพื่อคลี่คลายปัญหาคอขวดบริเวณดังกล่าวควบคู่ไปกับการเพิ่มความถี่ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า

บัตรแรบบิท

ทั้งนี้ในส่วนของภาพรวมกิจการรถไฟฟ้าในปีนี้ยังคงเติบโตได้ดีจากการต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายต่างๆที่จะเปิดบริการปีนี้และการรับรู้รายได้สายสีเขียวใต้ปัจจุบันมีผู้โดยสารราว 6 หมื่นคนต่อวันส่งผลให้ผลประกอบการและกำไรในปีนี้จะเติบโตได้ดีกว่าปีที่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีการขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารผ่านการปรับความถี่และรับรถใหม่ที่ลงทุนไปราว 1.1หมื่นล้านบาท จำนวน 46 ขบวน เริ่มจากรถไฟฟ้าของบริษัท ซีเมนส์ จำกัด จะมีการส่งมอบรถครบ 22 ขบวนภายในกลางปีนี้

และบีทีเอสจะรับมอบรถไฟฟ้าจากจีนของ บริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำกัด จำนวน 24 ขบวนภายในช่วงปลายปี 2562 เพื่อนำรถใหม่มาวิ่งบริการได้เต็มที่ในปี 2563 จะสามารถลดปัญหาความแออัดภายในสถานีและภายในตัวรถไฟฟ้าได้ ที่สำคัญยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องเดินทางอีกด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.bts.co.th/information/information-views.html?id=118
https://www.thaipost.net/main/detail/28355

ภาพประกอบจาก จากเฟสบุครถไฟฟ้าบีทีเอส

 


avatar
by ANCHALEE SABUYSUK
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon