ลดดอกเบี้ยง่ายๆ จ่ายเงินค่าบ้านสบายๆ ด้วย ‘Refinance’

posted: 2 years ago
ลดดอกเบี้ยง่ายๆ จ่ายเงินค่าบ้านสบายๆ ด้วย ‘Refinance’

comments

ถ้าพูดถึง ‘สินทรัพย์’ ที่คนส่วนใหญ่มักจะซื้อด้วย ‘เงินกู้’ หรือใช้บริการสินเชื่อมากที่สุด แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘บ้าน’ อย่างแน่นอน อาจจะเนื่องด้วยที่ว่า ‘บ้าน’ เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญของคนเรา ทำให้ทุกๆคนต้องอยากมีบ้านของตัวเอง แล้วประกอบกับบ้านหนึ่งหลังก็มีราคาที่สูงอยู่พอสมควร การที่จะให้เก็บเงินสดเพื่อไปซื้อบ้านนั้น อาจจะต้องใช้เวลาที่นานมากกว่าคนจะเก็บเงินซื้อกันได้ จึงทำให้ ‘สินเชื่อบ้าน’ เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มใหญ่นั่นเอง

สมมติว่าเราต้องการซื้อบ้านราคา 5,000,000 บาทเราสามารถไปขอวงเงินกู้จากธนาคารได้เพื่อนำมาซื้อบ้านหลังนี้ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 7% ต่อปี แล้วระยะเวลาผ่อนเท่ากับ 30 ปี เราจะต้องผ่อนชำระเดือนละ 33,577.67 บาท ซึ่งโดยทั่วไปแล้วธนาคารจะให้วงกู้โดยดูจากว่า งวดที่ผ่อนในแต่ละงวดต้องไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน แต่ถ้าตามหลักวางแผนทางการเงินที่ดีแล้วหนี้สินเรื่องบ้านไม่ควรเกิน 25% ของรายได้ต่อเดือน

Refinance

ซึ่งสรุปเมื่อผ่านไป 30 ปีเราจะชำระเงินให้ธนาคารทั้งหมด 12,087,916.2 (33,577.67 x 12เดือน x 30ปี) บาท! นั้นหมายความว่าเราต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารตลอดระยะเวลา 30 ปีเป็นจำนวนมากกว่า 7,087,916.2 บาท ซึ่งมากกว่าราคาบ้านด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นภาระที่สูงสำหรับคนจำนวนมากอยู่ในปัจจุบัน  แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีวิธีที่จะช่วยให้เราจ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารลดลงด้วย แล้วเราจ่ายเงินให้กับธนาคารเท่าเดิมวิธีนั้นก็คือการ ‘รีไฟแนนซ์’

งั้นเรามาดูกันก่อนว่า ‘รีไฟแนนซ์(Refinance)’ คืออะไร รีไฟแนนซ์คือ การที่เราขอสินเชื่อบ้าน จากธนาคารใหม่แล้วนำมาคืนให้กับธนาคารเดิม เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายในแต่ละงวด นั่นหมายความว่าถ้าเรา ‘ลดดอกเบี้ย’ ได้ เราก็จะสามารถชำระคืนเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้ระยะเวลาที่เราต้องผ่อนชำระกับธนาคารลดลงได้อย่างมาก

Fall of real estate sales

ลองมาดูตัวอย่างคำนวณง่ายๆ เช่น ปัจจุบันเรามีหนี้สินเชื่อบ้านเท่ากับ 5,000,000 บาท ดอกเบี้ยของสินเชื่ออยู่ที่ 7% ต่อปี ดอกเบี้ยต่อปีที่เราต้องชำระเท่ากับ 350,000 (5,000,000 x 7%) บาท ดอกเบี้ยต่อเดือนที่เราต้องชำระเท่ากับ 29166.67 บาท แต่ถ้าเราสามารถรีไฟแนนซ์แล้วสามารถขอลดภาระดอกเบี้ยได้เหลือปีละ 3% ต่อปี ดอกเบี้ยที่เราต้องชำระจะเหลือ 150,000 บาทต่อปี ต่อเดือนจะเหลือเพียง 12,5000 บาท!! จะเห็นได้ว่าเราชำระดอกเบี้ยลดลงมากกว่า 16,666.67 บาท นั่นหมายความว่าเราสามารถชำระเงินต้นที่เรากู้ธนาคารมาได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นถึง 16,667.67 บาท จะสามารถช่วยให้เราผ่อนชำระบ้านหมดเร็วขึ้นเป็น 10 ปีเลยทีเดียว

ยิ่งตอนนี้ธนาคารมี ‘โปรโมชัน’ ออกมากันแทบจะทุกธนาคารเช่น ปีแรกๆ มักให้จ่ายดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ แล้วค่อยมาสูงปีที่ 3 ซึ่งปีหลังที่ 3 เราก็สามารถรีไฟแนนซ์ไปหาโปรโมชันที่ใหม่กว่าถูกกว่าได้อย่างง่ายๆ ซึ่งถ้าเรารีไฟแนนซ์อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ก็ช่วยลดภาระดอกเบี้ยเราได้พอสมควร

ข้อควรระวังในการรีไฟแนนซ์ก็คือ ‘ค่าใช้จ่าย’ ในการรีไฟแนนซ์ หลายๆ คนลืมคำนวณค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเวลาที่ขอรีไฟแนนซ์ แต่ดูแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว หลายๆ ครั้งการรีไฟแนนซ์อาจจะไม่ได้ช่วยประหยัดได้สักเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ที่เราต้องคำนวณก็คือ

1. อาจจะมีค่าปรับให้กับธนาคารเดิม

อันนี้ต้องไปอ่านเงื่อนไขสัญญาให้ดีว่า ถ้าเรามีรีไฟแนนซ์เราจะต้องเสียค่าปรับอะไรบ้างแล้วอัตราปรับอยู่ที่เท่าไหร่ เราสามารถสอบถามได้กับธนาคารเดิม บางธนาคารมีค่าปรับ แต่บางธนาคารก็ไม่มี

2. ค่าใช้จ่ายขอวงเงินกู้กับธนาคารใหม่

ค่าประเมินหลักประกัน เป็นที่รู้กันว่า เวลาเรากู้ธนาคารเพื่อซื้อบ้านเราจะต้องนำบ้านไปวางเป็นหลักประกันที่ธนาคาร ดังนั้นธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาประเมินค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารเช่นกัน
ค่าธรรมเนียมการปล่อยกู้ ส่วนใหญ่จะอยู่ทีประมาณ 0-3% ของวงเงินขอกู้
– อาจจะมีค่าทำประกันอัคคีภัยใหม่

3. ค่าใช้จ่ายให้กับกรมที่ดิน

ค่าธรรมเรียมการจดจำนองจำนวน 1% ของวงเงินที่เราขอสินเชื่อ
ค่าอากร จำนวน 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่

จะเห็นได้ว่าการรีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่ายหลากหลายรายการที่เราต้องพิจารณาให้ดี บางช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยสูงอาจจะทำให้การรีไฟแนนซ์แล้วเราอาจจะขาดทุนก็เป็นได้ ดังนั้นเราควรพิจารณาเงื่อนค่าใช้จ่ายให้ดี และให้สภาวะที่ดอกเบี้ยสูงดังกล่าว จริงๆ แล้วยังมีวิธีที่จะช่วยให้เราลดภาระเอกเบี้ยได้ง่ายๆ อีกวิธีก็คือ ‘การปรับโครงสร้างหนี้ (Restructure)’ เราสามารถเดินเข้าไปที่ธนาคารเดิมแล้วของ ‘ลดดอกเบี้ย’ ดื้อๆ ได้เลย เพราะปัจจุบันธนาคารก็รู็กันอยู่แล้วว่าลูกค้าอย่างเราๆ มีทางเลือกที่จะไปรีไฟแนนซ์กับที่อื่นได้ง่ายๆ เหมือนกัน แล้วถ้าเราเป็นลูกหนี้ชั้นดีที่จ่ายตรงตลอดไม่เคยจ่ายช้า ธนาคารก็จะพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ได้พอสมควร

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon