ปลดหนี้ vs ออมเงิน แบบไหนควรทำก่อนกัน ?

posted: 1 year ago
ปลดหนี้ vs ออมเงิน แบบไหนควรทำก่อนกัน ?

comments

ถ้าเราได้เงินก้อนหนึ่งมา จำนวนไม่ได้เยอะมาก แต่ก็พอเอาไป จ่ายหนี้ หรือออมเงินได้อยู่ เป็นคุณคุณจะเลือกทำอย่างไหนก่อนกัน? จะเอาเงินทั้งหมดไปจ่ายหนี้ หรือเอาเงินทั้งหมดไปออมเงินก่อนดี? หลายคนคงเลือกไม่ถูกใช่ไหมคะ วันนี้ rabbit finance จะบอกคุณเองว่าคุณควร ปลดหนี้  หรือ ออมเงินก่อน ถ้าอยากรู้แล้วว่าควรทำอะไรก่อน มาดูกันค่ะ


ปลดหนี้ หรือ ออมเงิน ทำอย่างไหนก่อนดี

บางคนก็บอก “ไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” ควรเคลียร์หนี้ให้หมดก่อนจะเริ่ม เก็บเงิน แต่บางคนก็บอก ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องใช้เงิน ถ้าคุณไม่มีเงินเก็บ คุณก็ต้อง ยืมเงิน เป็นหนี้อีก หากเอาเงินไปเก็บหมด ดอกเบี้ยบานกันพอดี

พอพูดแบบนี้ ทำเอาใครหลายคนถึงกับกุมขมับ เลือกไม่ถูกเลยใช่ไหมคะ ว่าจะทำอะไรก่อน หรือหลังดี เพราะดูสำคัญไปหมด ฉะนั้นเรามาดึงสติไปทีละขั้นตอน ค่อยๆคิด แล้วมาดูกันค่ะว่าเราควรทำอะไรก่อนหลังกัน

ปลดหนี้ ออมเงิน
ขอบคุณภาพจาก : http://punchingbagpost.com

สำรวจหนี้ ประเภทหนี้ที่คุณมี

อย่างแรกเรามาสำรวจหนี้ที่คุณเป็นก่อนว่า คุณเป็นหนี้อะไร แล้วหนี้อันนั้นดอกเบี้ยสูงหรือไม่ โดยเราจะทำการแบ่งประเภทหนี้เป็น 2 แบบดังนี้

  • หนี้ดอกเบี้ยหนัก

หนี้ดอกเบี้ยหนักคือ หนี้สินเชื่อเงินสด บัตรครดิต หนี้นอกระบบ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นหนี้ดอกเบี้ยหนัก ทำเอาน้ำตาเช็ดหัวเข่า หากไม่ได้ชำระหนี้ให้ตรงตามเวลาที่กำหนด ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ง่ายต่อการยึดทรัพย์ เผลอๆ อาจมีความเสี่ยงต่อชีวิตก็ได้ค่ะ

ถ้าคุณมีหนี้ประเภทนี้ ให้คุณรีบเคลียร์ให้เสร็จสรรพไปเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเจอดอกเบี้ยมหาโหด รีบเคลียร์ซะคุณจะได้นอนหลับได้สนิทสักที

  • หนี้ดอกเบี้ยเบาๆ

ถ้าคุณมี ดอกเบี้ยเบาๆ ไม่โหดมาก อย่างเช่น หนี้สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สถานการณ์ทางการเงินคุณจะเปลี่ยนไปเลยค่ะ เพราะหนี้พวกนี้มีดอกเบี้ยที่เบา เราสามารถเอาเงินไปจ่ายหนี้ แถมเอาเงินที่เหลือไปออมได้อีกด้วย

สำหรับการชำระหนี้ เราแนะนำให้ทยอยจ่ายหนี้เรื่อยๆ ตามเวลากำหนด จะเป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับเราด้วยค่ะ ธนาคารจะมองว่าเป็นลูกหนี้ชั้นดี อาจเพิ่มโอกาสได้สินเชื่อในอนาคตก็ดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ


ปลดหนี้ ออมเงิน
ขอบคุณภาพจาก : https://thelendersnetwork.com

โอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด

ข้อนี้คาดการณ์ได้ยากมากค่ะ เพราะเราไม่สามารถรู้โชคชะตาชีวิตเราได้ บางคนอาจเจอเเต่เรื่องดีๆ แต่บางคนก็อาจเจอแต่เรื่องร้ายๆ หรือบางคนเจอทั้งดีและร้ายผสมกัน ทางที่ดีคุณควรมี เงินเก็บสำรอง เอาไว้ด้วยนะคะ หากเกิดเรื่องไม่คาดคิด เงินเก็บจะเป็นตัวช่วยคุณเองค่ะ

โดยทางเราก็มีวิธีคิดอีกว่า เราควรจะเก็บเงินเท่าไหร่ มีปัจจัยอะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องเก็บเงิน ทั้งหมด 5 ข้อ ดังนี้

  • ความมั่นคงในหน้าที่การงาน

คุณมี หน้าที่การงานที่มั่นคง มากน้อยแค่ไหน เเล้วคุณมีโอกาสเปลี่ยนงานบ่อยหรือไม่  เราเบื่องานที่ทำ หรือไม่มีความสุขในการทำงาน ซึ่งเป็นเหตุให้เราเปลี่ยนงานหรือไม่

  • ครอบครัว

คุณมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบหรือไม่ ต้องดูแลใครในครอบครัวหรือปล่าว คุณเป็น คนโสด หรือคุณมีพี่น้องหลายคนหรือไม่ คุณวางแผนจะสร้างครอบครัวตัวเองเร็วๆ หรือปล่าว

  • ที่อยู่อาศัย

ตอนนี้คุณเช่าบ้าน เช่าคอนโดอยู่ หรือคุณเป็นเจ้าของบ้าน ค่าใช้จ่ายการเช่าบ้านรายเดือนเท่าไหร่?  ในกรณีที่คุณเป็นเจ้าของบ้าน ภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเท่าไหร่?

  • การเดินทาง

ถ้าคุณมีรถ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุง ที่คุณต้องจ่ายคำนวณเป็นเท่าไหร่? หรือเราไม่มีรถแต่เน้นใช้ขนส่งสาธารณะ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ต้องเสียเท่าไหร่?

  • สุขภาพ

ดูว่าครอบครัวคุณรวมถึงตัวคุณมีสุขภาพที่เเข็งแรงหรือไม่ มีโอกาสป่วยเป็นโรคสูงหรือไม่ เรามีประวัติการป่วยมากน้อยแค่ไหน

ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเทเงินไปฝั่งไหน อยากให้ลองสำรวจหนี้ที่คุณมี สำรวจสาเหตุทำไมต้องเก็บเงิน เสียก่อน ถ้ามีหนี้ที่ดอกเบี้ยไม่สูง คุณก็สามารถจ่ายทั้งหนี้และออมเงินได้ด้วย หากคุณบริหารเงินเป็น และ จัดการอย่างเป็นระบบ หนี้คุณก็ไม่มี แถมมีเงินเก็บอีกด้วยค่ะ

 


avatar
by Echo Wave
วันไหนที่แรงบันดาลใจหมด หรือตัวตนตกหล่นไป เราจะไปริมน้ำและนั่งมอง ปล่อยให้ทุกสิ่งเคลื่อนไป แล้วทุกอย่างที่หายไปจะกลับมา...

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon