ความแตกต่างของประกันบำนาญและประกันออมทรัพย์

posted: 2 years ago
ความแตกต่างของประกันบำนาญและประกันออมทรัพย์

comments

ยามมนุษย์เริ่มแก่เฒ่าลง ผมมีสีดอกเลาแสดงให้เห็นถึงความชรา สมรรถภาพของร่างกายก็คงจะลดลง การทำอะไรต่างๆ ในชีวิตประจำวันก็คงจะเกิดความติดขัดอยู่บ้าง หากเกิดความเจ็บป่วย หรือแม้แต่อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นคงจะยากลำบากพอสมควร

และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุทั้งหลายรอดพ้นวิกฤตสุดแสนอันตรายนี้ก็คงจะเป็น “เงิน” ในการรักษา แต่จะทำอย่างไรถ้าเกิดว่าเมื่อเวลาเกษียณมาถึง แล้วไม่มีเงินไว้ต้องใช้จ่ายยามจำเป็น แต่บทความนี้จะช่วยหาทางให้ออกให้เอง!

โดยมากแล้วไม่ว่าจะเป็นคนเฒ่าคนแก่ หรือว่าคนหนุ่มสาว ควรจะมีประกันสักชนิดติดตัวไว้ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ เพราะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาประกันเหล่านี้จะคุ้มครองให้ผ่านพ้นวิกฤตอันเลวร้ายไปได้

แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้สูงอายุคือประกันออมทรัพย์และประกันบำนาญ อะอ๊าว..ทำไมถึงมีประกันตั้งสองชนิดล่ะ มาดูไปพร้อมๆ กันเลยว่าประกันชนิดใดที่จะเหมาะสมกับผู้สูงอายุมากกว่ากัน



ประกันออมทรัพย์และประกันบำนาญคืออะไร?

เป็นเงินสำรองไว้ใช้ยามเกิดเหตุไม่คาดฝันในอนาคต โดยประกันออมทรัพย์เป็นการออมเงินรูปแบบของการจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันชีวิต แจกแจงได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

โดยเป็นการออมทรัพย์ที่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้เลย สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ซ้ำยังคุ้มครองชีวิตของผู้เอาประกันและครอบครัวของผู้เอาประกัน ประกันชนิดนี้จะเรียกว่า “ประกันออมทรัพย์

เงินซึ่งถูกเก็บไว้ยามจำเป็น คล้ายๆ เงินบำนาญตอนเกษียณของข้าราชการ หากเป็นข้าราชการ การทำงานมาทั้งชีวิตเมื่อหมดอายุในการทำงาน เงินที่ได้มาจะเป็นเงินที่รัฐบาลส่งให้เท่าๆ กันทุกเดือน แต่น้อยเพราะเรียกว่าเงินบำนาญ น้อยแต่ส่งเรื่อยๆ นั่นเอง

ดังนั้น ประกันบำนาญจึงเป็นประกันที่ผู้เอาประกันจะได้เงินเป็นประจำทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ มีลักษณะคล้ายกับเงินบำนาญอย่างนั้นเลย ประกันชนิดนี้เรียกว่าประกันบำนาญ

ความแตกต่างของประกันออมทรัพย์และประกันบำนาญ

ทั้งประกันออมทรัพย์และประกันบำนาญ แน่นอนว่าทั้งคู่ต้องมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง มาดูกันเลยว่าความแตกต่างที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง 

“ประกันออมทรัพย์”

จะให้ผู้เอาประกันส่งเบี้ยประกันทั้งสิ้น 6 ปี แต่จะคุ้มครองความเสี่ยงให้ถึง 10 ปี โดยในแต่ละปี ทางประกันออมทรัพย์จะส่งเงินคืนให้ทุกๆ ปีละ 2% ของจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันเลือกไว้ ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่จะสมัครได้ถูกกำหนดอายุไว้ที่ 20-55 ปี

แต่ถ้าอยู่ๆ เกิดส่งไปแล้วอยากถอนคืนก็ย่อมได้ แต่เงินที่ได้คืนมาขึ้นอยู่กับว่ามูลค่าใดสูงกว่าระหว่างเงินเอาประกัน มูลค่าเวนคืน หรือเบี้ยประกันที่ชำระมาแล้ว และเบี้ยประกันสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้



“ประกันบำนาญ”  

ผู้เอาประกันจะต้องส่งเบี้ยประกันตามระยะเวลาที่บริษัทประกันกำหนด โดยผลตอบแทนที่จะได้นั้นขึ้นอยู่กับบริษัทประกันกำหนดไว้ แต่การจะได้ผลตอบแทนนั้น ผู้เอาประกันจะต้องส่งเบี้ยประกันทุกปีจนครบกำหนดตามเงื่อนไขผู้เอาประกันจึงจะได้ผลตอบแทน และเบี้ยประกันสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

ในกรณีที่ยังมีชีวิตอยู่  

สำหรับประกันสะสมทรัพย์ระหว่างที่ส่งเบี้ยประกันจะได้เงินคืนในทุกๆ ปี ปีละ 2% อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดไว้จะได้เงินก้อนใหญ่จากเงินที่ส่งไปทั้งหมด

สำหรับประกันบำนาญเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดส่งเบี้ยประกัน เงินที่ได้มาหลังครบกำหนดจะเป็นเงินบำนาญ ส่งให้เป็นเดือนๆ เช่นเดียวกับเงินบำนาญของข้าราชการเลยก็ว่าได้



ในกรณีที่เสียชีวิต

สำหรับประกันสะสมทรัพย์แล้วคนที่จะได้รับเงินก้อนนั้นจะเป็นบุคคลที่ถูกระบุไว้ว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์นั่นเอง

สำหรับประกันบำนาญผู้ที่จะได้รับเงินบำนาญจะเป็นบุคคลที่ถูกระบุไว้ว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ แต่ถ้าไม่มีเงินส่วนนั้นจะถูกส่งเข้ากลองกลางเพื่อนำไปเป็นเงินทุนสะสมให้สมาชิกคนอื่นๆ นั่นเอง

(ทั้งนี้เงื่อนไขต่างๆ ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันที่ผู้เอาประกันเลือกใช้บริการ ที่กล่าวไปข้างต้นเพียงแค่ยกตัวอย่างเท่านั้น)

จะเห็นได้ว่า ประกันบำนาญสำคัญสำหรับผู้สูงอายุอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่ว่า เดี๋ยวก็ได้ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากที่ทำงานซึ่งจะสมทบให้ 100% หลังจากเกษียณ

แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีประกันบำนาญไว้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยหากเกิดความจำเป็น อย่างน้อยช่องทางหนึ่งหมด ก็ยังมีอีกช่องทางไว้ใช้ เพราะบำนาญมีประโยชน์มากกว่าที่คิด 

 


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon