Reverse Mortgage เพื่อนรักวัยเกษียณ

posted: 2 years ago
Reverse Mortgage เพื่อนรักวัยเกษียณ

comments

ปัจจุบันต้องยอมรับเลยคนไทยกำลังจะประสบปัญหาเรื่อง “มีเงินไม่พอสำหรับเกษียณ” เพราะจากการสำรวจพบว่าคนไทยกว่าจะเริ่มเก็บเงินเกษียณก็ปาเข้าไปอายุ 42 ปีแล้ว เลยไม่เป็นที่แปลกใจว่าเราจะใช้เวลาเก็บเงินประมาณ 18 ปี ชีวิตหลังเกษียณมากกว่า 30 ปีก็น่าจะเป็นอะไรที่ลำบาก

ตอนนี้ก็เลยมีเรื่องหนึ่งที่น่าติดตามเกี่ยวกับ “สินค้าการเงิน” แบบใหม่จะเรียกว่าเป็นนวัตกรรมทางการเงินก็ว่าได้ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมาช่วยตอบโจทย์สำหรับ “วัยเกษียณ” ที่ไม่มีลูกหลานคอยดูแล ไม่มีเงินเพียงพอสำหรับวัยเกษียณได้ดีมากๆ นั่นคือ “Reverse Mortgage”



ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า “Mortgage” คือเวลาที่เราจะซื้อบ้านสักหลังนึงแน่นอนว่าราคาก็ไม่ไช่ถูกๆ กว่าจะเก็บเงินสดทั้งก้อนไปซื้อได้ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปี ดังนั้นเราจึงใช้วิธีการไป “กู้ธนาคาร” แทน โดยการที่เราขอวงเงินกู้จากธนาคารเพื่อซื้อบ้าน ธนาคารก็จะเอาบ้านที่เราซื้อนั้นแหละ ไปเป็น “หลักทรัพย์ค้ำประกัน” เงินกู้ของเราเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะไม่หนีไปไหนและจะชำระเงินคืน เพราะถ้าเราหายไปธนาคารก็จะยึดบ้านของเราเป็นของธนาคารเลย แล้วนำไปขายเพื่อนำเงินคืนให้กับธนาคารหรือภาษาที่เราคุ้นหูก็คือ “จำนอง” เนี่ยแหละ

Reverse mortgage form on a table and money.

ทีนี้ “Reverse Mortgage” ก็คือการจำนองแบบกลับด้าน จากเดิมเราเอาบ้านไปวางเป็นหลักประกันเพื่อขอวงเงินมาซื้อแล้วเราผ่อนชำระให้กับธนาคาร แต่ “Reverse Mortgage” จะทำกลับด้านกันโดยจะทำเหมือนว่าเราขายบ้านให้กับธนาคาร แล้วธนาคารผ่อนซื้อกันเราแทน โดยที่ธนาคารจะจ่ายให้เราไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเสียชีวิต แล้วบ้านก็จะตกไปเป็นของธนาคาร ที่สำคัญเรายังสามารถอยู่บ้านหลังเดิมนั้นได้อยู่จนกว่าเราจะเสียชีวิตนั่นแหละ ทำให้เราไม่ต้องไปหาที่อยู่ใหม่ให้มีค่าใช่จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ส่วนตัวเลยคิดว่า “Reverse Mortgage” ตอบโจทย์สำหรับคนวัยเกษียณมากๆ เพราะปัญหาของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็คือมีเงินไม่พอสำหรับเกษียณ เพราะระหว่างที่เราทำงานก็ผ่อนบ้านมาตลอด 30 ปี ทำให้บ้านเป็น “รายจ่าย” มาโดยตลอด แต่ถ้าเราสามารถเปลี่ยนบ้านที่เราผ่อนมาตลอดกลับมาเป็น “รายได้” ได้ โดยที่เราไม่ได้ลำบากอะไรเพิ่มขึ้นเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่มีทายาท ก็ไม่ต้องลำบากขายบ้านที่อาศัยอยู่หลายปี เพื่อหาแหล่งที่อยู่ใหม่แล้วเสียค่าเช่า



โดยโครงสร้างของ “Reverse Mortgage” ถือว่าดีมากๆเพราะว่าถ้าเกิดสมมติว่าเราเอาบ้านเข้า “Reverse Mortgage” แล้วสมมติว่าผ่านไป 6 เดือนแล้วเสียชีวิตธนาคารก็จะมีสิทธิให้บ้านเราทันที แต่ว่าถ้าทายาทเรานำเงินมาชำระคืนส่วนที่ธนาคารจ่ายให้ตลอด 6 เดือน ทายาทก็ยังมีสิทธิ์ในทรัพย์นั้นเหมือนเดิม ก็ถือว่าตรงนี้ธนาคารไม่ได้เอาเปรียบเราแค่อย่างใด แต่อาจจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้ามาเล็กน้อย ส่วนตัวเลยมองว่าไม่ใช่ปัญหาอะไร

Group of human palms on all sides of a cut out house diagram with setting sun coming through window over water

เงื่อนไขหลักๆก็น่าจะมีว่า “บ้าน” หลังนั้นจะต้องปลอดภาระแล้วก็คือผ่อนหมดเรียบร้อยหรือไม่ติดจำนองที่อื่นๆ เพราะจะต้องเอาบ้านไปทำ “Reverse Mortgage” กับธนาคาร รวมไปถึงน่าจะมีการกำหนดอายุของผู้กู้ด้วยเพราะโครงนี้ออกมาเพื่อคนวัยเกษียณอาจจะเห็นที่ตัวเลขอายุ 55 ปีขึ้นเป็นอย่างน้อย

แต่ว่าสุดท้ายแล้วอาจจะต้องไปดูเงื่อนไขของแต่ละธนาคารอีกที ณ ปัจจุบันก็อยู่ในขั้นตอนกำลังศึกษาโดยกระทรวงการคลังอยู่น่าจะได้เห็นกันเร็วๆ นี้ เพราะเป็นโครงการที่ช่วยคนวัยเกษียณได้จริงๆ คนไทยวางแผนการเงินกันช้ามากๆ ทำให้โอกาสที่เจอกับปัญหาเงินไปพอใช้หลังเกษียณสูงมากๆ ในฐานะนักวางแผนทางการเงินคนหนึ่ง เห็นว่าสินค้าทางการเงินชนิดนี้สามารถนำมาใช้ในการวางแผนการเงินได้จริงๆ

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon