[Movie Review] รีวิว ขุนพันธ์ : ตำนานผู้กล้าที่ถูกเล่าขาน

posted: 2 years ago
[Movie Review] รีวิว ขุนพันธ์ : ตำนานผู้กล้าที่ถูกเล่าขาน

comments

ในที่สุดภาพยนตร์ที่ใครหลายๆ คนรอคอย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเอง) อย่างเรื่องขุนพันธ์ก็ได้เข้าฉายให้เราให้ได้รับชมกันเสียที หลังจากที่มีคนพูดถึงหนังเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย มิหนำซ้ำตัวอย่างภาพยนตร์ และโปสเตอร์ก็ถูกปล่อยออกมาทั้งทออฟไลน์และออนไลน์แบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลเหลือเกิ๊น จนทำให้ผมอดใจไม่ไหว ต้องมา อยากรู้เรื่องเป็นอย่างไร อดใจไม่ไหว ต้องดู…นอกเรื่องซะเยอะ เรามาติดตามกันดีกว่าว่าหนังเรื่องนี้จะโอเคจริงๆ หรือเปล่า

khun-pun-03

เรื่องราวของวีรบุรุษหนังเหนียว ! 

ขุนพันธ์ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมจากฝีมือการกำกับของ พี่โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับชื่อดังที่เคยฝากผลงานเอาไว้ในหนังชื่อดังหลากหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ลองของ, อันธพาล, และ ล่าสุดนี้อย่างเรื่อง Take Me Home ที่ถูกใจคอหนังไทยหลายคนเลยทีเดียว

สำหรับผมแล้วดูเหมือนว่าตัวภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ที่รับบทโดยอนันดา เอเวอริ่งแฮม จะสามาถสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้มากพอสมควรไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่เข้มข้นชวนให้ติดตาม ฉากเซอร์ไพรส์คนดูในตอนท้ายของเรื่อง (ถ้าใครที่เป็นแฟนของท่านขุนพันธ์แล้วละก็น่าจะรู้จักชายผู้นี้พอสมควร) หรือ แม้กระทั่งฉากแอคชันที่พากันประเคนกระสุนใส่กันไม่ยั้งตลอดทั้งเรื่องแถมยังมีไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีก ทำให้มันกลายเป็นหนังที่น่าติดตามอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามตัวหนังเลือกที่จะนำเสนอเกี่ยวกับคาถาอาคมได้น่าสนใจทีเดียว และนำเสนอตัวขุนพันธ์ในฐานะของนายตำรวจที่เป็นขวัญใจประชาชนได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นสายโหดที่ไม่เคยปราณีใคร แต่กลับเข้าถึงใจชาวบ้าน ด้วยเหตุนี้แหละครับท่านผู้ชม ข้อมูลเกี่ยวกับคลีจึงหลั่งไหลมาหาพี่แกได้ง่ายๆ ถึงจะไร้คู่หูที่ฉลาดแบบวัตสันจากเรื่องเชอร์ล็อกโฮม แต่แกก็ได้ชาวบ้านนี่แหละเป็นสายสืบให้ นอกจากนี้บางฉากนั้นก็ค่อนข้างที่จะเซอร์วิสคนดูพอสมควรไม่ว่าจะเป็นฉาก…นั่นแหละครับ (ขอแซวนิดนึงไม่รู้ว่าผู้กำกับท่านนี้แกแอบหมกมุ่นหรือเปล่าเห็นตั้งแต่เรื่องอันธพาลแล้วนะครับ) ถ้าใครอยากรู้ต้องไปติดตามในโรงภาพยนตร์นะครับอันนี้จุ้ๆ เอาไว้ก่อน

สำหรับทางด้านดารานักแสดงนั้นหนึ่งในบุคคลที่ผมอยากนำเอามาพูดถึงมากที่สุดก็คือพี่น้อย วงพรู ในบทอัลฮาลูยะวี ที่ในเรื่องนี้ผมต้องยกให้เขาเป็นดาวเด่นประจำเรื่องเลยทีเดียว เพราะสามารถเอาอินเนอร์ออกมาได้อย่างเต็มที่จนชวนให้ผมรู้สึกได้ถึงความน่ากลัว (ปนโรคจิต) ไม่แพ้ตัวละครโจ๊กเกอร์จากภายนตร์เรื่องแบทแมนเลยล่ะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากการปะทะคารมกับขุนพันธ์ที่รับบท อินเนอร์ของพี่แกออกมาแบบจัดเต็มมากๆ จนผมยกให้เป็นฉากที่ประทับใจที่สุดฉากหนึ่งของเรื่องนี้เลย

งานนี้ต้องพึ่งไสยเวทย์ !

ในข้อดีก็ยังมีข้อเสียที่ปรากฏให้เห็นได้ชัดอยู่บ้างพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นฉาก CG ที่ดูไม่เนียนตา (เกือบทุกฉาก) รวมถึงฉากบางฉากที่ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไหร่ เช่น ฉากแอคชันที่อยู่บนขบวนรถไฟ (ยิงกันแทบตายทหารญี่ปุ่นไม่คิดจะเดินมาดูกันหน่อยเรอะ?) หรือ ฉากทหารญี่ปุ่นที่มาขึ้นบกอยู่เพียงแค่กองพลเดียว (พี่จะมาบุกทั้งทีมากันแค่เนี้ย) ซึ่งจากเหตุและผลทั้งหมดนี้ทำให้ผมมองว่ามันทำให้หนังที่ควรจะสนุกสุดๆ นั้นไปได้ไม่ค่อยจะสุดเท่าไหร่ จนมีบางคนถึงกับบ่นว่าน่าเบื่อเลยก็มี พูดง่ายๆ ถ้าพี่น้อยไม่ร่ายเวทย์ ก็อาจทำให้หลับได้เหมือนกัน

หากท่านกำลังมองหาหนังไทยน่าดูซักเรื่องแล้วละก็ ผมอยากจะขอแนะนำเรื่องราวของท่านขุนพันธ์ให้ผู้อ่านได้ไปติดตามกัน เพราะหลายสิ่งหลายอย่างในหนังเรื่องนี้ก็ค่อนข้างที่จะสะท้อนให้เห็นถึงอีกแง่มุมหนึ่งของสังคมไทยได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon