[Movie Review] รีวิว The Purge Election Year : เลือกตั้งงวดนี้ต้องจัดหนัก !

posted: 2 years ago
[Movie Review] รีวิว The Purge Election Year : เลือกตั้งงวดนี้ต้องจัดหนัก !

comments

purge-001

The Purge Election Year ภาพยนตร์แนว Action Thriller ที่น่าจับตามองของปีนี้ นับตั้งแต่ประกาศว่าจะมีการสร้างไตรภาค หลายๆ คนเฝ้ารอคอยภาคต่อกันอย่างใจจดใจจ่อ จนถือได้ว่าเป็นกระแสในแวดวงหนังระทึกขวัญเลยทีเดียว คำถามก็คือแล้วมันคุ้มค่าสำหรับการรอคอยหรือไม่ วันนี้รู้กัน!

เมื่อเสียงสัญญาณดังก็ได้เวลาวิ่ง !

จากภาคแรกที่เน้นเป็นแค่เหตุการณ์ในบ้าน ตามมาติดๆ กับภาคสองที่เริ่มดึงออกจากบ้านมาไล่ล่ากันในเมือง สุดท้ายในภาคสามนี้ หนังพยายามดึงให้ประเด็นเรื่องคืนล้างบาปอยู่ในระดับการเลือกตั้งเลยเชียวล่ะท่านผู้ชม โดยเล่าถึง สว. ชาร์ลีย์ โรน ผู้สมัครเข้าท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่พยายามเสนอร่างกฏหมายยุติคืนล้างบาป แน่ละซิ! นโยบายเอียงซ้ายสุดโต่งขนาดนี้ย่อมกลายมาเป็นประเด็นในสังคมอยู่แล้ว และแน่นอนที่สุดว่าประชาชนในประเทศต้องแบ่งออกเป็น 2 พวก ทั้งพวกสนับสนุนคืนล้างบาป และฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้รัฐบาลอยากกำจัด สว. ชาร์ลีย์ โรนให้พ้นทาง โดยการออกล่าเธอมันในคืนล้างบาปนี่แหละ จบ! อ่านเกมออกตั้งแต่ต้นเรื่อง

สำหรับในภาคนี้ ดูเหมือนว่าตัวหนังก็ยังคงคอนเซ็ปท์เดิมเอาไว้อยู่นะ ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่ากันระหว่างกลุ่มผู้เข้าร่วมการล้างบาปกับบรรดาตัวละครเอก (ซึ่งมีคุณบอดี้การ์ดสุดหล่ออย่าง ลีโอ บาร์น จาก The Purge ภาค 2 กลับมาเล่นในภาคนี้ด้วย) ที่ต่างก็ต้องพยายามทำทุกวิธีเพื่อเอาตัวรอดจากคืนนี้ไปให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ สว. ชาร์ลีย์ ผู้ต่อต้านการล้างบาปตัวยง เรียกว่าเป็นนักการเมืองรวยๆ อยู่ในบ้านดีๆ สุดท้ายแล้วก็ต้องกระเด็นออกมาอยู่บนท้องถนนไม่ต่างจากคนอื่น

แต่ถึงคอนเซ็ปท์จะยังเป็นการไล่ล่าและการเอาตัวรอด แต่ด้วยความที่ภาคนี้เน้นดำเนินเรื่องตาม สว. ชาลีย์ อยู่ไม่น้อย เลยทำให้ผมรู้สึกเหมือนดูหนังคุ้มกันนักการเมืองแนวแอคชันมากกว่าดูหนังสยองขวัญลุ้นระทึก ส่วนตัวละครฝั่งสนับสนุนคืนล้างบาปก็ราบแบนไม่มีมิติ เพราะเน้นการฆ่าสนองความต้องการตัวเองอย่างเดียว ใครที่อยากดูหนังลุ้นระทึกที่มีชั้นเชิง ก็อาจไม่ปลื้ม The Purge Election Year ได้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยชมภาคแรกมาก่อน และคนขี้กลัวขี้ตกใจ ลุ้นระทึกแบบเบาๆ อย่างนี้ ก็โอเคอยู่นะครับ

สิ่งที่อยากจะชมก็คือ ผมออกจะชอบฉาก Jump Scare (ฉากชวนสะดุ้ง) ที่ปรากฏออกมาให้เห็นตลอดทั้งเรื่อง จนชวนให้ลุ้นระทึกกับเหล่าตัวละครว่าจะเอาตัวรอดกันไปได้มั้ยในค่ำคืนนี้ (แต่บางคนก็อาจจะรำคาญ เพราะชอบความสยองแบบเนิบนาบชวนให้ขนหัวลุกมากกว่า) นอกจากนี้หนังยังเพิ่มความแปลกใหม่ด้วยการใส่ตัวละครที่น่าสนใจลงไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้เข้าร่วมพิธีที่เป็นชาวต่างชาติ หรือ แก๊งสาวแสบที่พากันออกมาป่วนในเรื่องจนชวนให้ภาพยนตร์น่าติดตามมากขึ้น

purge-election-year
ยัยคนนี้โผล่มาแปปเดียวนะครับ

นอกจากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวถึงแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ลืมไม่ได้เลยก็คือตัวหนังพยายามสื่อให้คนดูได้เห็นว่าการล้างบาปไม่ได้ช่วยให้คนหรือสังคมดีขึ้นมาได้เลย ยกตัวอย่างเช่น หญิงคนหนึ่งที่เลือกจะฆ่าแฟนตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด ก็แหม…ใช่ว่าปล่อยให้ฆ่าคนคืนเดียว วันต่อมาจิตใจของประชาชนจะใสปิ๊งบริสุทธิ์ และบ้านเมืองปราศจากคนชั่วเสียหน่อย นอกจากนั้น คุณจะได้เห็นประเด็นทางการเมืองต่างๆ เปิดเผยออกมาค่อนข้างจะชัดเจนมากกว่าในภาคที่แล้วอีกด้วย เราจะได้รู้กันในภาคนี้แหละ ว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องการจะกำจัดคนอ่อนแอออกไปให้สิ้นซาก (ขอไม่สปอยล์นะครับ จะได้ไม่เสียอรรถรส)

ยัยเด็กอยากกินขนมตัวเด่นของเรื่อง

การล้างบาปที่เบากว่าทุกครั้ง

โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังคงยกให้ภาคแรกเป็นภาคที่สนุกที่สุดจากทั้งหมด 3 ภาค (ลองลงมาก็ภาค 2) เพราะความดิบเถื่อนลดลงมาหลายขีด ดูยังไงก็ไม่สะใจเหมือนภาคก่อนๆ แถมเรื่องราวโดยรวมก็ดูจะดร็อปลงไปจากภาคแรกและภาคสองพอสมควร จะเรียกว่าเป็นหนังระทึกขวัญก็ยังไม่ถึงเครื่อง ส่วนจะบอกว่าเป็นหนังแอคชันก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะไม่ได้มีรถระเบิดตู้มต้าม แถมการตัดต่อก็ไม่ได้ฉึบฉับชวนตื่นเต้นขนาดนั้น

สุดท้ายนี้ หากแฟนหนังคนใดตั้งใจจะไปดู The Purge Election Year ถึงจะกร่อยไปหน่อย แต่บอกได้เลยว่าคุณน่าจะสนุกไปอยู่พอสมควร ส่วนคอหนังระทึกขวัญ ขอบอกว่าอย่าพลาดด้วยประการทั้งปวง ยังไงก็ต้องเก็บแต้มให้ครบทั้ง 3 ภาคนะครับ (แต่รอแผ่นออกก็ได้นะ ไม่ได้จำเป็นต้องเสียเงินหรือฝ่าฝนตกไปดูขนาดนั้น)


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon