อันตราย! “แพ้อาหาร” เรื่องทรมานของนักชิม

posted: 1 year ago
อันตราย! “แพ้อาหาร” เรื่องทรมานของนักชิม

comments

หากใครเล่น Facebook คงเคยได้อ่านข่าว ชายหนุ่มแพ้อาหาร คนหนึ่ง รู้ว่าตนแพ้กุ้งแต่ก็ยังทานกุ้งเข้าไปอีก จนเกิดอาการแพ้ หน้าตาบวมไปหมด หรือรายการแข่งทำอาหารทางทีวีที่ผู้ร่วมแข่งขันทานอาหารที่ตัวเองแพ้ แหม่! ใช้วิถี เกลือจิ้มเกลือ เลยทีเดียว

สำหรับคนที่ชอบใช้วิธีนี้ ทานอาหารที่ตนเองแพ้ เพื่อที่จะได้ไม่แพ้ ไม่ว่าจะเป็น แพ้นมวัว  แพ้อาหารทะเล  ขอบอกเลยว่า อันตรายมาก!!  เรื่องสุขภาพบางโรคไม่ต้องสู้เพื่อจะชนะค่ะ ยังไงแพ้ก็คือแพ้

เพราะโดยปกติแล้ว อาการของผู้แพ้อาหารแต่ละคนจะไม่เท่ากันบางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยหากแต่บางคนอาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็เป็นได้


แพ้นมวัว

ทำอย่างไร ถึงจะรู้ว่าแพ้อาหาร?

เนื่องจากการวินิจฉัยแพ้อาหารยังไม่มีวิธีที่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ แพทย์จึงต้องอาศัยหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การสอบถามอาการของผู้ป่วย
  • ประวัติอาการแพ้ของคนในครอบครัวของผู้ป่วย
  • การตรวจร่างกาย

อาจรวมไปถึงการตรวจอื่นๆ ได้แก่

  • บทพิสูจน์ทางผิวหนัง

     โดยการใช้อาหารที่คาดว่าเป็นสาเหตุมาวางไว้ที่แขนหรือหลังของผู้ป่วย จากนั้นแพทย์จะใช้เข็มสะกิดที่ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่ามีปฏิกิริยาของสารเคมีชนิดใดเกิดขึ้นในร่างกายหรือไม่

  • เช็คผลจากตรววจเลือด

    สามารถวัดการเกิดปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ตอบสนองต่ออาหารแต่ละอย่าง

  • หลบ /หลีกเลี่ยงอาหาร

    หลีกเลี่ยงอาหารที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 หรือ 2 สัปดาห์ จากนั้นจะให้ลองกลับมารับประทานอาหารดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงอาการที่เกิดขึ้นกับอาหารแต่ละชนิดได้

  • เกลือจิ้มเกลือ “ทานอาหารที่คิดว่าแพ้”

    แพทย์จะให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้ ซึ่งหากพบว่าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ก็อาจจะให้กลับมารับประทานอาหารดังกล่าวได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ไม่ควรใช้วิธีนี้เอง เพราะ อาการแพ้คนเราไม่เท่ากัน อาจทำให้การรักษาเป็นไปได้ไม่ทันการในคนที่มีอาการแพ้อาหารอย่างหนัก


อาการแพ้อาหารเป็นอย่างไรนะ?

เพราะการแพ้อาหารของแต่ละคนไม่เท่ากันซึ่งสามารถแสดงอาการแพ้ได้หลายแบบ ซึ่งที่สามารถพบได้บ่อย คือ

  • อาการส่งผลออกทางผิวหนัง  

    อาการลมพิษเฉียบพลันหรือเรื้อรัง มีผื่นแพ้แดงขึ้น คัน ขึ้นตามผิวหนังหลังจากรับประทานอาหารที่แพ้ และสักพักจะมีอาการผิวหนังบวมนูนขึ้นมาเป็นแผ่นๆ ร่วมกับความรู้สึกแสบร้อน

  • อาการส่งผลออกทางระบบทางเดินอาหาร   

    หลังจากกินอาหารที่แพ้ไป บางคนอาจมีอาการคันที่ปาก ชาที่ลิ้น น้ำลายไหลตลอดเวลา คันคอ คันลิ้น ลิ้นบวมแดง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ถ่ายมีเลือดปน หรือเกิดอาการลำไส้อักเสบ ก่อให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาได้

     

    อาการแพ้อาหาร
    ขอบคุณภาพจาก http://www.rakluke.com/
  • อาการส่งผลออกทางระบบทางเดินหายใจ

    อาการแพ้อาหารที่พบได้บ่อยก็จะมีอาการจมูกอักเสบ มีน้ำมูกไหล คัดจมูก หลอดลมอักเสบ กล่องเสียงหรือหลอดลมบวม ทำให้หายใจลำบาก หรือบางคนมีอาการไอหนักมากชนิดที่หายใจหอบ และหากหอบมากๆ จะเกิดอาการเลือดไม่เดิน ตัวเขียว แน่นหน้าอก จนถึงขั้นเป็นลมหมดสติไปเลยก็มี

  • อาการส่งผลออกทางระบบหัวใจ   

    ในกรณีที่แพ้อาหารมาก อาจเกิดความผิดปกติต่อระบบหัวใจ เช่น ความดันโลหิตต่ำ หรือเกิดอาการช็อกหลังจากกินอาหารที่แพ้เข้าไป

  • อาการส่งผลออกในระบบทั่วร่างกาย  

    ผู้ป่วยโรคแพ้อาหารจะแสดงอาการแพ้ในหลายระบบร่วมกัน บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นช็อก ความดันโลหิตต่ำ หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด


อาการแพ้อาหาร

สาเหตุของการแพ้อาหาร

สาเหตุของการแพ้อาหารเกิดมาจาก 2 ปัจจัยหลัก นั่นคือ

  • พันธุกรรม

    หากพบว่าครอบครัวไหนมีสมาชิกที่มีอาการแพ้อาหาร เด็กที่เกิดมาในครอบครัวนั้นมีความเสี่ยงที่จะแพ้อาหารชนิดเดียวกันกับคนในครอบครัว

    ซึ่งอาการแพ้อาหารยังทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ได้ด้วย เช่น แพ้อากาศ หอบหืด ลมพิษ ผื่นผิวหนัง เป็นต้น เพราะเด็กที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว และสิ่งหนึ่งที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ลูกน้อยคือการให้นมลูกเอง

  • สิ่งแวดล้อม

เป็นความเข้าใจผิดของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ตอบสนองต่อสารอาหารบางชนิดแล้วระบุว่าเป็นสิ่งที่ก่ออันตรายต่อร่างกาย

แอนติบอดี้ก็จะสามารถรับรู้ได้และส่งสัญญาณไปยังระบบภูมิคุ้มกันเพื่อปล่อยสารฮิสตามีนและสารเคมีอื่นๆ สู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการแพ้


อาหารที่แพ้

ป้องกันอย่างไรดี หากแพ้อาหาร

 

การป้องกันแพ้อาหารที่เหมาะสม คือ ผู้ป่วยควรที่จะทราบถึงอาหารที่ตนเองแพ้และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น นอกจากนั้นเมื่อพบว่าตนเองแพ้อาหารควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ควรตรวจสอบหรือเช็คอาหารหรือเครื่องดื่มก่อนที่จะบริโภคไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า หรือถ้าไปทานอาหารที่ร้าน ก็ควรแจ้งด้วยว่าแพ้อาหารอะไร เพื่อจะได้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมของอาหารที่ตนเองแพ้
  • หากตนเองมีประวัติเกิดอาการแพ้ที่รุนแรง ควรมีสิ่งเตือนให้ผู้อื่นทราบว่าตนเองแพ้อาหาร เช่น สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือ ที่แจ้งรายละเอียดอาการและวิธีช่วยเหลือเบื้องต้น เพราะเมื่อเกิดอาการแพ้อาจทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้
  • ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเกิดอาการแพ้ที่มีความรุนแรงมาก ควรสอบถามแพทย์ถึงยา อิพิเนฟริน รูปแบบที่พร้อมฉีดได้เอง เพื่อพกติดตัวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน
  • หากต้องเดินทางท่องเที่ยวหรือไปร่วมงานสำคัญ ควรพกอาหารที่ปลอดภัยต่อตนเองติดตัวไว้ เผื่อเหตุฉุกเฉิน

เพราะในปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะหนทางใดที่สามารถป้องกัน หรือเป็นการดูแลสุขภาพได้ก็ควรทำ เช่น การทำประกันสุขภาพ เพราะนอกจากจะเป็นการประกันสุขภาพในส่วนของค่าใช้จ่ายแล้ว ยังได้เงินชดเชยจากการป่วยต่างๆอีกด้วยนะคะ

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon