อยู่ยากขึ้นทุกวัน! ภาคเอกชนเปลี่ยนมาใช้ ‘หุ่นยนต์’ แทนแรงงานมนุษย์

posted: 1 year ago
อยู่ยากขึ้นทุกวัน! ภาคเอกชนเปลี่ยนมาใช้ ‘หุ่นยนต์’ แทนแรงงานมนุษย์

comments

สภานายจ้างฯ หวั่นบัณฑิตจบใหม่จะหางานทำได้ยากขึ้น เพราะภาคธุรกิจหันมาใช้เทคโนโลยี หุ่นยนต์ แทนแรงงานคนมากขึ้น แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SMEs 

เทคโนโลยีสร้างขึ้นจากมนุษย์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานให้มนุษย์ และในวันนี้เทคโลโนยีก็กำลังจะแย่งหน้าที่ของมนุษย์ไปจนหมด นี่คือปัญหาที่กลุ่มแรงงานต้องตระหนักและเริ่มหาทางรับมือ

หุ่นยนต์

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาจับจองพื้นที่ในแวดวงธุรกิจ

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย ในฐานะรองประธานสภาที่ปรึกษาแรงงานแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากมีการแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อศึกษาผลกระทบจากเทคโนโลยีที่จะมีผลต่อแรงงานไทยในปัจจุบันและอนาคต โดยรวบรวมความเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อประเมินผลกระทบ และคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางเดือน ส.ค.นี้ เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวของให้วางแผนรับมือและหาทางออกร่วมกัน

จากข้อมูลที่รวบรวมได้เบื้องต้นพบว่าภาคธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงปรับใช้เทคโนโลยี อาทิ ระบบหุ่นยนต์ ระบบแขนกล และกลไกอัตโนมัติที่น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคการผลิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนในธุรกิจรายใหญ่เท่านั้นนะคะ เพราะธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SMEs ก็เริ่มหันมาศึกษาและลองติดตั้งกันไปบ้างแล้ว

สำหรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะไทยก็ยังมีความพร้อมที่จะเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของอาเซียน ด้วยกำลังทุนสูงบวกกับเทคโนโลยีอันทันสมัยที่ช่วยให้ระบบโรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สินค้าส่งออกก็จัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้เครดิตของประเทศดีขึ้นทันตาเห็น

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็นกับภาคธุรกิจในยุคปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ภาคการผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงตลาดการค้าที่ปรับเปลี่ยนไปด้วย ดูอย่างธนาคารพาณิชย์หลายแห่งที่ออกนโยบายลดกำลังคนแล้วหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Internet Banking, ตู้บริการฝาก-ถอน รวมทั้งระบบ Call Center ที่ทำให้ผู้ใช้บริการสะดวกสบายยิ่งขึ้น หรือแม้แต่เจ้าของห้างสรรพสินค้าที่เริ่มขยับขยายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง

ด้านวงการแพทย์ก็เพิ่งเปิดตัว หุ่นยนต์นอร์แมนส์ หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่วินิจฉัยการรับรู้ความรู้สึกของปลายประสาทในผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งนี่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของทีมนักวิจัยบาร์ทแล็บ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่หวังจะพัฒนาเพื่อนำมาใช้ในโรงพยาบาลระดับตำบลทั่วประเทศ ซึ่งถ้าผ่านการทดสอบจนใช้งานได้จริง นี่คงเป็นมิติใหม่ของเทคโนโลยีทางการแพทย์ของประเทศไทย


ถึงเวลาที่บัณฑิตจบใหม่ต้องปรับตัว

เมื่อเทคโนโลยีตอบโจทย์การทำงานและขับเคลื่อนภาคธุรกิจได้ ปัญหาที่ตามมาก็คือการว่างงานของแรงงานคน หรือนักศึกษาจบใหม่ที่มีเกณฑ์ว่างงานเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันพบว่าผู้ที่จบการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานในปี 2560 มีทั้งหมด 540,000 คน เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสูงสุด 340,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่จบปริญญาตรี 62% มาจากสายสามัญที่ตลาดแรงงานมีความต้องการน้อย

นี่คงกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับแวดวงการศึกษาไทย หากไม่มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรหรือแนวทางการสอนให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน เชื่อว่าปัญหาการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อน ขณะเดียวกันผลสำรวจของกรมแรงงานพบว่ามีจำนวนผู้ว่างงาน 402,000 คน คิดเป็น 1% ของอัตราการว่างงาน

สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทยก็ไม่ได้นิ่งดูดาย กำลังอยู่ในขั้นตอนระดมความเห็นและหาทางแก้ไขปัญหาต่อไปสำหรับแรงงานไทยที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในปีนี้ ซึ่งตั้งเป้าหมายหางานมารองรับผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในระยะเร่งด่วนอย่างน้อย 100,000 คนในเร็วๆนี้ 

เชื่อว่านี่คงเป็นเรื่องที่นักศึกษาจบใหม่และกลุ่มคนว่างงานกำลังให้ความสนใจ และเมื่อทางภาครัฐหาทางออกได้ ก็ต้องลองกลับมาทบทวนและปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนนึงของชีวิตให้ได้นะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com และ www.bangkokbiznews.com


avatar
by EYELINER
เป็นนักเขียนไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะเป็นนักเขียนที่ดีก็ไม่ง่าย นี่คือเหตุผลที่เรายังวิ่งวุ่นทุกเช้า มือขวาพลิกหนังสือพิมพ์ มือซ้ายก็ไถจอโทรศัพท์อัพเดทเรื่องราวของชาวโลก เหนื่อยหน่อยแต่ก็ต้องทำ เพราะอยากเป็นตำนาน
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon