ไวรัสโรต้า เชื้อร้ายหน้าหนาว ทำท้องร่วงรุนแรง !

posted: 3 months ago
ไวรัสโรต้า เชื้อร้ายหน้าหนาว ทำท้องร่วงรุนแรง !

comments

ช่วงนี้คนดังหลายคน ป่วยเป็นโรคนี้กันเยอะ ทั้ง นุสบา ปุณณกันต์, หม่ำ จ๊กมก, กัน นภัทร เป็นต้น ทำให้กรมควบคุมโรค ออกมาเตือนผู้ปกครองให้ ดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด เพราะบุตรหลานของคุณ อาจมีความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วง จากเชื้อไวรัสโรต้าได้


ทำความรู้จักกับ โรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า

ไวรัสโรต้า เป็นไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอ (Double-stranded RNA virus) ในตระกูล Reoviridae ที่มี 7 สายพันธุ์ คือ A, B, C, D, E, F และ G ซึ่งเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบเกือบทุกคน จะติดเชื้อไวรัสนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง

โดยโรคอุจจาระร่วง จากเชื้อไวรัสโรต้า จะติดต่อจากการรับเชื้อเข้าทางปาก หรือจากการปนเปื้อนของเชื้อในน้ำดื่ม

รวมถึง การสัมผัสกับเครื่องใช้ และของเล่นต่างๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะมีอาการภายใน 2-10 วัน หลังจากรับเชื้อเข้าไป

เช็คอาการของโรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า

  • ท้องเสีย ถ่ายเหลว 3 ครั้งต่อวัน หรือมากกว่านั้น
  • มีไข้สูง
  • อาเจียน

ซึ่งในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในทันที เพราะหากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาไม่ทัน อาจจะทำให้เกิดภาวะช็อก และเสียชีวิตได้

ใครบ้าง ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า

โรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และสถานที่ที่พบมากที่สุด ก็คือ สถานสงเคราะห์เด็ก และโรงพยาบาล นอกจากนี้ อาจพบการติดเชื้อในผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอีกด้วย


โรคอุจจาระร่วง ไวรัสโรต้า
ขอบคุณภาพจาก thaihealth.or.th

การรักษา โรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า

อย่างที่ทราบกันดีว่า โรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า ยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่สามารถรักษาผู้ป่วยให้หายได้ด้วยวิธีรักษาตามอาการ

  • ดื่มเกลือแร่ และน้ำตามคำแนะนำของแพทย์

โดยปกติแล้ว เด็กมักจะไม่ค่อยยอมกิน ฉะนั้น พ่อแม่ ผู้เลี้ยงเด็ก ต้องเข้าใจ และพยายามป้อนให้ได้ตลอด ถ้าเด็กอาเจียนออก ก็ต้องป้อนใหม่ ซึ่งอาการอาเจียนเหล่านี้ มักเกิดไม่เกิน 2 วัน

แต่หากเด็กกินไม่ได้เลย หมอจะเลือกให้ น้ำเกลือแร่ ทดแทนทางหลอดเลือดดำ หากมีไข้ ให้รักษาอาการไข้ โดยเช็ดตัว และให้ยาลดไข้

ซึ่งการให้เกลือแร่ที่เพียงพอ จะช่วยลดอาการท้องอืด เพราะเกลือแร่มีโปแตสเซียม (Potassium) ที่ช่วยทำให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น และหากเด็กหยุดอาเจียนแล้ว ก็ให้รับประทานข้าวต้ม หรือโจ๊ก แต่ไม่ควรให้เด็กดื่มนมวัวเด็ดขาด เพราะอาจเกิดภาวะขาดเอนไซม์แลคเตสที่ใช้ย่อยนมวัวได้

ดังนั้น ควรเปลี่ยนเป็นนมที่ไม่มีแลคโตส หรือให้นมถั่วเหลืองแทน ส่วนเด็กที่ดื่มนมแม่ ให้ดื่มนมแม่ต่อไปได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนนม

ปล. หากหาซื้อเกลือแร่ไม่ได้ ให้ทำน้ำเกลือแร่เอง โดยใช้น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา ผสมน้ำสะอาด 750 มิลลิลิตร ใส่เกลือประมาณครึ่งช้อนชา ต้มให้เดือด และทิ้งไว้ให้เย็น หรือใช้น้ำข้าวเติมเกลือ และน้ำตาล หรือป้อนด้วยน้ำแกงจืดก็ได้


โรคอุจจาระร่วง ไวรัสโรต้า
ขอบคุณภาพจาก thaihealth.or.th

โรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า สามารถป้องกันได้อย่างไร

การป้องกันโรคอุจจาระร่วง จากไวรัสโรต้า สามารถทำได้โดย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • หมั่นล้างมือให้สะอาด

คุณควรล้างมือให้สะอาด ด้วยน้ำ และสบู่ หรือเจลล้างมือ ทั้งก่อนปรุงอาหาร และภายหลังการใช้ห้องน้ำ

  • กำจัดขยะ

ทั้งขยะมูลฝอย และเศษอาหาร เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน

  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ร้อน และสะอาด

ห้ามรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เด็ดขาด โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอม

แต่หากต้องการจะเก็บรักษาอาหารที่ปรุงสุกแล้วไว้รับประทานในวันต่อไป ควรใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด เก็บไว้ในตู้เย็น และนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง

ซึ่งการเก็บรักษาอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ควรแยกจากอาหาร หรือวัตถุดิบที่ยังไม่ปรุง เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนนะคะ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ไวรัสโรต้ามีวัคซีนใน การป้องกันโรค แล้ว แต่ช่วงที่ให้วัคซีนครั้งแรก จะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์ ถึง 4 เดือน และจะต้องให้ครบภายใน 8 เดือน

ซึ่งหลังจาก 8 เดือนไปแล้ว แพทย์จะไม่ให้วัคซีนป้องกันไวรัส ทั้งนี้ เพราะในเด็กที่อายุมาก การเริ่มให้วัคซีนอาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดลำไส้กลืนกัน จึงไม่แนะนำให้วัคซีนหลังอายุ 8 เดือนนั่นเอง

 


avatar
by tira.Cha

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon
;