ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย

posted: 1 year ago
12,943 views
ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย

comments

จากสถิติจำนวนคดีอุบัติเหตุจราจรทั่วประเทศในเดือน ตุลาคม 2558 – กันยายน 2559 มีจำนวนที่รับแจ้งทั้งหมด 75,476 ราย  ซึ่งจำนวนนี้เป็นจำนวนที่ได้รับแจ้งมายังทาง Road Safety Control เท่านั้น

ยังไม่รวมถึงอุบัติเหตุที่ไม่ได้มีการแจ้งด้วยซ้ำไป และจากตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ในปัจจุบันอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และในแต่ละวันต้องมีการเกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะกับใครก็ตาม เพราะถ้าหากเกิดแล้วย่อมมีความสูญเสียตามมาไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียที่เล็กน้อยอย่างเสียเงินค่าซ่อมหรือรักษาพยาบาลในการทำแผลตลอดจนการสูญเสียที่ไม่สามารถรักษาได้ เช่น การเสียชีวิตนั่นเอง

แต่อุบัติเหตุไม่ใช่สิ่งที่เราจะป้องกันไม่ให้เกิดได้ เราทุกคนสามารถช่วยกันป้องกันได้โดยเริ่มจากตัวเราเอง วันนี้เราเลยมีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับการขับขี่รถอย่างไรให้ปลอดภัยมาแนะนำทุกคนกันค่ะ  


ปัจจัยของการเกิดอุบัติเหตุ มาจากอะไรบ้าง

  1. ตัวบุคคล
  2. รถยนต์
  3. ถนนหนทาง
  4. สภาพแวดล้อม

โดยจะเห็นได้ว่า ปัจจัยของการเกิดอุบัติเหตุมีด้วยกันหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพของรถ ถนนหนทาง สภาพแวดล้อมในการขับรถ หรือแม้แต่ตัวของผู้ขับขี่หรือคนขับเองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยของการเกิดอุบัติเหตุเช่นกัน

 สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากตัวผู้ขับขี่

 

  • การขับรถเร็วเกินอัตราความเร็วที่กฎหมายกำหนด
  • การขัดรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด
  • การแซงรถอย่างผิดกฎหมาย
  • การขับรถโดยที่ไม่เปิดไฟส่องสว่างในตอนกลางคืน
  • การขับรถโดยไม่ให้สัญญาณก่อนจอดรถ ชะลอรถและเลี้ยวรถ

ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย

หลัก  “5 ร.”  จาก กองบังคับการตำรวจจราจร

1.รอบรู้เรื่อง  “รถ”

การที่จะเป็นผู้ที่ขับรถที่ดีจะต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับรถที่ขับเป็นอย่างดี คอยหมั่นตรวจดูสภาพรถ คอยตรวจเช็คว่ารถมีข้อบกพร่องตรงส่วนไหนรึเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่จะต้อง ขับรถทางไกล เช่น ขับรถไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เป็นต้น

สิ่งที่ควรตรวจเป็นประจำ คือ เครื่องยนต์, ห้ามล้อ, ยาง, นอตบังคับล้อ, พวงมาลัย, ที่ปัดน้ำฝน, กระจกส่องหลัง และ ไฟ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งจำเป็นที่เราต้องควรตรวจเพราะเกิดเสียขึ้นมาระหว่างทางก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

2 .รอบรู้เรื่อง  “ทาง”

การขับรถจำเป็นที่เราจะต้องรู้เส้นทางที่เราจะไป เนื่องจากทางแต่ละสายก็จะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมต่างๆและภูมิประเทศของสถานที่ที่เราจะขับรถไป

ดังนั้นเราจึงควรศึกษาเส้นทางต่างๆก่อนที่จะเดินทางไปยังสถานที่นั้นจากแผนที่ คู่มือการท่องเที่ยว หรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ได้เช่นกัน

เพราะถ้าหากเราไม่รู้เส้นทาง ขับแบบลังเล อาจจะทำให้รถคันอื่นๆขับมาชนได้ นอกจากนี้เราต้อง ปฏิบัติตามป้ายและเครื่องหมาย ต่างๆด้วยเช่นกัน

3. รอบรู้  “วิธีการขับรถ”

การขับรถให้ปลอดภัยก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญในการขับรถด้วยเช่นกัน เนื่องจากการขับรถก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้อง รู้จักวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยฉับพลัน  เช่น ถ้าเราขับมาด้วยความเร็วแล้วมีสุนัขวิ่งผ่านตัดหน้า เราจะต้องตัดสินใจทันทีว่าจะหักหลบหรือชนกับสุนัขตัวนั้น เป็นต้น



4. รอบรู้เรื่อง “กฎจราจร”

กฎจราจรเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถใช่ถนนทุกคนต้องใช้และปฏิบัติตามไปในแนวเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ถ้าหากมีใครที่ไม่ปฏิบัติตามกฎก็อาจจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วย เช่น การขับรถปาดเข้าช่องตรงทางแยกโดยที่ไม่ต่อท้ายแถวก็จะทำให้รถติดมากยิ่งขึ้นไปจากเดิม เป็นต้น

5. รอบรู้เรื่อง “มารยาทในการขับรถ”

มารยาทในการขับรถเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องมีในการขับรถ การใช้รถใช้ถนนผู้ขับขี่ควรแสดงความอะลุ้มอะล่วย เห็นใจและให้อภัยต่อความผิดพลาดของผู้อื่น หลีกเลี่ยงการแสดงมารยาทหรือสีหน้าที่ไม่สมควรออกมา


เทคนิคดีๆสำหรับ การขับรถตอนฝนตก

นอกจากนี้เรายังมีเทคนิคดีๆสำหรับ การขับรถตอนฝนตก จาก เซฟ ไดรฟ์เวอร์ เอดูเคชั่น  มาแนะนำกันด้วยค่ะ

  1. ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์ เช่น ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณไฟต่างๆ สภาพยางใบปัดน้ำฝน ระดับน้ำฉีดกระจก ระบบเบรค สภาพยาง ดอกยาง แรงดันลมยาง
  2. เมื่อฝนตกหนักให้เปิดไฟหน้าและไฟตัดหมอก ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน
  3. ช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ
  4. ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น ทิ้งระยะห่างรถคันข้างหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า
  5. หลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหันและใช้เบรคโดยไม่จำเป็น
  6. ในกรณีขับรถไปในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ให้สังเกตุระดับความลึกของน้ำจากรถคันข้างหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทางเพื่อประเมินสถานการณ์
  7. เพิ่มการสังเกตุการณ์จุดที่มีน้ำขังบนถนน ลดความเร็ว เมื่อขับผ่านแอ่งน้ำเพราะอาจทำให้เกิดอาการเหินน้ำทำให้รถลื่นไถลได้ ถ้าขับมาด้วยความเร็วสูง
  8. ขณะขับรถลุยน้ำควรปิดระบบแอร์และใช้เกียร์ต่ำ เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไปซึ่งจะทำให้น้ำย้อนเข้าท่อไอเสียได้
  9. หลังจากผ่านจุดน้ำท่วมขังมาแล้วให้ย้ำเบรคบ่อยๆเพื่อรีดน้ำให้ผ้าเบรคแห้ง ป้องกัยอาการเบรคลื่นแต่ถ้าต้องจอดรถเป็นเวลานานๆหลีกเลี่ยงการใช้เบรคมือจอดรถเพื่อป้องกันอาการเบรคติด
  10. ถ้าฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนในระยะ 10เมตร ควรหาที่จอดที่ปลอดภัยรอจนฝนเบาลงแล้วค่อยเดินทางต่อ


เคล็ดลับง่ายๆเพียงเท่านี้ถ้าทุกคนปฏิบัติกันตามหลักต่างๆแล้ว ก็จะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน แถมยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วยค่ะ

แต่ที่สำคัญที่สุดเลย ถ้าหากคุณได้ขึ้นไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัยแล้วนั้น ต้องตั้งสติให้ดีมีสมาธิในการขับรถ ลดการเล่นมือถือหรือคุยโทรศัพท์ และขับรถด้วยความระวังไม่ประมาท เท่านี้ทุกคนก็จะขับขี่ได้อย่างปลอดภัยหายห่วง

ถ้าหากใครอยากอ่านบทความต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับประกันรถยนต์ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์ก็สามารถเข้ามาอ่านกันได้ ที่นี่ นะคะ แต่ถ้าใครอยากศึกษาเปรียบเทียบราคาและซื้อประกันรถยนต์ สามารถลองเข้าไปตรวจเช็คราคากันได้ง่ายๆไม่กี่วินาทีผ่านทาง rabbit finance ได้เลย


avatar
by doubleP

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon