Sail Ho! 7 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘โจรสลัด’

posted: 2 years ago
2,247 views
Sail Ho! 7 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘โจรสลัด’

comments

ถ้าหากจะกล่าวถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับการผจญภัยในน่านน้ำที่อันตรายรอบ ๆ โลกแล้วละก็ชื่อของ โจรสลัด มักจะมาเป็นอันดับแรกเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงยุคสมัยใหม่ที่สื่อต่างก็นำเอาเรื่องของโจรสลัดมาใส่สีตีไข่จนทำให้ภาพลักษณ์ของโจรสลัดผิดไปจากความเข้าใจของใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสีสวย ความดุร้ายผิดมนุษย์ หรือแม้แต่การผลักเชลยของตัวเองให้ไปโดดไม้กระดาน แต่คุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่านี้คือความเข้าใจที่ผิดไปจากความเป็นจริง (ที่ได้รับการบันทึกไว้) อยู่พอสมควร แล้วความเป็นจริงมันเป็นอย่างไรกันแน่ละ ?

ในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปดูกันว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่กับ 7 เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับโจรสลัด ถ้าคุณผู้อ่านพร้อมแล้วก็ขอเชิญก้าวขึ้นเรือมาได้เลย

1. โจรสลัดไม่นิยมนำคนไปโดดไม้กระดาน

ความเชื่อที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง
บางครั้งเหล่าโจรสลัดก็ไม่ได้อดทนมากพอให้กับการดูคนเดินแผ่นไม้กระดาน…

หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้เห็นฉากที่กัปตันเรือจับเอาเชลยไปโดดไม้กระดานข้างตัวเรือกันมาแล้วในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งอันที่จริงแล้วนี้เป็นความเข้าใจผิดที่กระเด็นไปไกลอยู่มากโข เพราะอันที่จริงแล้วเหล่าโจรสลัดเวลาที่จับศัตรูมาได้มักจะไม่เอาไปกระโดดไม้กระดานให้เสียของหรอกครับ แต่จะจับเอาเชลยไปมัดติดกับเสากระโดงเรือมากกว่า แถมในบางครั้งพวกเขาก็จะเล่นกับเชลยด้วยการปามีดและขวดใส่ (เป็นวิธีที่บันเทิงไปอีกแบบ)

2. เรือโจรสลัดอุดมไปด้วยความหลากหลาย

เชื่อหรือไม่ว่าในยุคที่สังคมยังเต็มไปด้วยความแปลกแยกและการเหยียดทางด้านชนชั้นอยู่นั้น เรือโจรสลัดกลับเป็นแหล่งรวมของความหลากหลายและภราดรภาพอย่างถึงขีดสุด จนอาจกล่าวได้ว่าบนเรือลำหนึ่งอาจประกอบด้วยคนจากหลายชนชาติด้วยกัน เช่น คนผิวสี คนเอเชีย คนยิว นิโกร เป็นต้น แต่กลับเป็นเรื่องน่าแปลกที่บนเรือไม่มีผู้หญิงสาเหตุนั้นมาจากการที่ โจรสลัดโดยมากแล้วเชื่อกันว่าผู้หญิงอาจนำโชคร้ายมาสู่เรือได้เลยไม่นิยมนำผู้หญิงขึ้นเรือด้วย ด้วยเหตุนี้เองจึงมีโจรสลัดสาวไม่กี่คนที่สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังขึ้นมาทางด้านนี้ เช่น แอนน์ บอนนี่ และแมรี่ รีดด์ เป็นต้น 

3. เรือโจรสลัดเป็นที่ขึ้นชื่อด้านประชาธิปไตย

ถึงแม้ว่าในอดีตคนเหล่านี้จะได้ชื่อว่าเป็นขุนโจรก็จริง แต่พวกเขาก็ได้รับการชื่นชมในเรื่องของประชาธิปไตยอยู่พอสมควรด้วยเหตุที่ว่าในทุกๆ การตัดสินใจของกัปตันเรือ จะต้องได้รับการโหวตจากลูกเรือเสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นควรจะปล้นที่บริเวณนี้หรือไม่ หรือ ควรจะยิงเชลยทิ้งดีหรือเปล่าเป็นต้น หรือหากในกรณีที่มีปัญหากันบนเรือและจำเป็นที่จะต้องมีการพิพากษากัปตันเรือก็จะถามความเห็นจากลูกเรือด้วยส่วนหนึ่งเช่นกัน เรียกได้ว่าบนเรือโจรสลัดนั้นเป็นสถานที่ ที่เต็มไปด้วยความเป็นประชาธิปไตยอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว (และนั่นหมายรวมถึงการ ‘ปลด’ กัปตันเรือสุดห่วย ถ้าลูกเรือทั้งหมดลงความเห็นว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น จนนำไปสู่ Mutiny หรือการก่อกบฎในที่สุด…)

4. โจรสลัดมีสวัสดิการที่ดี

ในขณะที่รบการอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้กับลูกเรือ
ในขณะที่รบกันอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้กับลูกเรือ

ในทุก ๆ การปล้นหรือการปะทะกันอาจเกิดอุถบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดเดาได้เกิดขึ้นเสมอ ๆ จนในบางครั้งเหล่ากะลาสีเรืออาจจะต้องสูญเสียอวัยวะชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป ในกณณีนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะ ทางเรือมีการตอบแทนสวัสดิการลูกเรือ เช่น หากลูกเรือเสียขาไป ก็อาจจะได้รับการตอบแทนด้วยเงินเป็นจำนวนหนึ่งหากในกรณีที่เป็นอวัยวะสำคัญก็อาจจะได้มากกว่านั้น แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นกับว่าสังกัดอยู่กับลูกพี่คนใด ถ้าคนดังมีฝีมือหน่อยก็จะได้ค่าตอบแทนราคางาม ถ้าเป็นโจรสลัดระดับล่างๆ ก็อาจจะต้องตามมีตามเกิด

5. ผู้ว่าโจรสลัด

รูปของผู้ว่า Woodes Rogers
รูปของผู้ว่า Woodes Rogers

คุณผู้อ่านเชื่อกันหรือไม่ว่าโจรสัดบางคนนั้นก็อาจจะได้ดิบได้ดีเสียจนกลายมาเป็นผู้ว่าการให้กับเกาะบางเกาะในทะเลเลยก็ได้ ดังเช่น วู้ดส์ โรเจอร์ (Woodes Rogers) จอมสลัดผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในจุด ๆ หนึ่งก็ได้ขอพระราชทานอภัยโทษและกลายมาเป็นผู้ว่าการเกาะเบอร์มิวด้าในที่สุด หรืออย่างกัปตันเฮนรี มอร์แกน (Henry Morgan) ที่ตีถล่มป้อมค่ายสเปนทั้งสี่คือ Porto Bello, Cartagena, Maracaibo และ Gibraltar เสียจนราบ (พร้อมปล้นชิงจนรวยเละ…) แต่ก็ยังได้อวยยศจากสมเด็จพระราชินีขึ้นตำแหน่งท่านขุน (Sir) ในบั้นปลาย แต่ในขณะเดียวกันนั้นเราคงต้องขอกล่าวว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนี้เพราะบางคนก็ต้องจบชีวิตอย่างน่าอนาถโดยไม่มีที่ซุกหัวนอนเสียด้วยซ้ำ (เช่น Charles Vane ที่โดนลูกเรือตัวแสบอย่าง Jack ‘Calico Jack’ Rackham ก่อกบฎทิ้งให้แห้งที่เกาะร้าง แถมโดนทางการจับไปขึ้นปิ้งตอนจบอีกต่างหาก…)

6. โจรสลัดสาว

Anne bonny และ Mary reed
Anne bonny และ Mary reed

ตามที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าโจรสลัดไม่นิยมนำผู้หญิงขึ้นเรือด้วยเพราะกลัวโชคร้าย แต่ในความเป็นจริงนั้นหากคุณสังเกตุดูดี ๆ จะเห็นได้ว่ามีโจรสลัดสาวที่โดดเด่นอยู๋ในหน้าปประวัติศาสตร์ถึง 2 คนด้วยกันนั้นคือ Mary Reed และ Anne Bonny สองสลัดสาวในตำนานที่พากันปล้นได้ไม่แพ้ผู้ชายหน้าไหนทั้งสิ้นจนกลายมาเป็นตำนานสาวแกร่งแห่งเรือโจรสลัดในที่สุด

7. ความหมายของการเต้นระบำบนสายป่าน

หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้จักกับคำ ๆ นี้ดีเท่าไหร่นักซึ่งอันที่จริงแล้วความหมายของมันก็คือการประหารชีวิตด้วยวิธีการผูกคอจนถึงแก่ชีวิตนั้นเอง ประเด็นก็คือเหล่าโจรสลัดไม่ได้หวาดกลัวคำ ๆ นี้ กันหรอกครับมิหนำซ้ำพวกเขายังเอามาเป็นเรื่องตลกกันอีก นั่นเพราะลึกๆ แล้วพวกเขาต่างสำนึกดี ว่าชีวิตของพวกตนนั้น อาจจะไม่ได้จบสวยเท่าใดนัก ถ้าไม่ตายกลางทะเลเป็นอาหารปลา ก็ต้องโดนแขวนขึ้นขื่อคาบนตะแลงแกงอยู่ดี 

และนี้คือเรื่องราวของเหล่าโจรสลัดที่บางเรื่องอาจจะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของคุณไปเลยก็ได้ดังนั้นแล้วในอนาคตหากมีใครพูดกับคุณว่าโจรสลัดต้องโดดกระดานอยู่ละก็ คราวนี้คุณจะได้รู้เสียทีว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูก อย่างไรก็ตามเรื่องราวของเหล่าโจรสลัดยังไม่จบลงแต่เพียงเท่านี้เพราะในคราวหน้าเราจะมาต่อกันด้วยเรื่องราวของสุดยอดโจรสลัดทั้ง 5 ผู้เป็นตำนานแห่งท้องทะเลกันรับรองว่าเลือดแห่งการผจญภัยของคุณจะต้องสูบฉีดอย่างแน่นอน


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon