มนุษย์เงินเดือนเหมาะกับกองทุนแบบไหนบ้าง

posted: 2 years ago
2,317 views
มนุษย์เงินเดือนเหมาะกับกองทุนแบบไหนบ้าง

comments

“มนุษย์เงินเดือน คือคนที่ฝากชีวิตไว้กับเงินเดือน” หากมองกันด้วยความเป็นจริง แทบจะไม่มีใครเถียงประโยคห้วนๆ นี้ออกเลยสักคน ซึ่งมันก็จริงอย่างที่ว่า เพราะเงินที่ได้มาก็เป็นเงินรายเดือน บางเดือนหมุนเงินใช้แทบไม่ทันเป็นเหตุให้ต้องยืมเงินเพื่อนบ้าง หรือบางคนก็หมุนเงินด้วยวิธี รูดบัตรเครดิตไปก่อน

ถ้าใครทำผลงานดีมาก ขายงานได้ หรืออะไรก็ตามแต่ที่เป็นเกณฑ์ในการเพิ่มเงินเดือนก็คงจะได้ปรับเงินขึ้นมาหน่อย (หลายเสียงบ่นพึมพำว่าเพิ่มให้เท่าหางอึ่ง) แต่ถ้าคิดดูให้ดีเงินเดือนที่ได้คงที่แบบนี้มันอันตรายต่อการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างแน่นอน

เงินเดือนคงที่อันตรายต่อชีวิตจริงเหรอ?

 

การใช้ชีวิตที่เสี่ยงอันตรายบนถนน อย่างโดนรถชนเพราะเมาแล้วขับนี่ก็ว่าเป็นโชคร้ายแล้ว แต่เงินเดือนคงที่ที่ไม่โดนปรับขึ้นสักทีอาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนเหมือนกัน ลองคิดดูว่า รายรับคงที่ แต่รายจ่ายไม่เคยคงที่เลยสักเดือน มันน่ากลัวแค่ไหน เพราะรายจ่ายอาจจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จากความต้องการของตัวเองหรือคนรอบข้าง ถ้าใช้วิธีเก็บเงินอย่างการฝากธนาคาร ก็ไม่รู้ว่าตัวเลขในบัญชีจะเพิ่มขึ้นเมื่อไหร่ ดอกเบี้ยเงินฝากจะได้เท่าไหร่กันเชียว หรือเกิดคำถามในใจว่าทำไมเงินเดือนไม่เพิ่มขึ้นตามอายุการทำงานเลยนะ

มนุษย์เงินเดือนกับการลงทุนเลยจำเป็น เหมือนเป็นหนึ่งช่องทางเพื่อหารายได้ให้กับตัวเอง บางคนเลือกใช้ประกันชีวิตเป็นการลงทุน เพราะได้ผลประโยชน์ถึงสองต่อ คือ คุ้มครองชีวิต และออมเงินไปในตัว แต่การใช้กองทุนรวมเพื่อการลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ชาญฉลาดไม่แพ้ใคร

 

มนุษย์เงินเดือนกับกองทุนรวม

 

กองทุนรวม (Mutual Fund) คือโครงการที่ระดมทุนจากนักลงทุนหลายคน มารวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ แล้วนำไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเงินก็จะถูกลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ ตามนโยบายการลงทุนที่ถูกระบุไว้ สิ่งที่นักลงทุนได้คือ เงินปันผล หรือเงินกำไรส่วนเกินของการลงทุน (หากกองทุนนั้นมีกำไรคืนมา)

จริงๆ แล้วการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นอีกวิธีที่ดี เพราะมันสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยจะกินระยะเวลาจะเกินกว่า 10 ปีในการลงทุน ผลตอบแทนก็ดีกว่าการไปฝากเงินในธนาคาร ถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า แต่ถ้าอยากลงทุนระยะสั้นๆ ไม่เกิน 5 ปี การฝากธนาคารก็อาจจะดีกว่า ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวม เป็นวิธีเดินทางสายกลางในการลงทุนที่ดีเพราะว่า

  • กองทุนรวมกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า

กองทุนรวมมีเม็ดเงินมากจากนักลงทุนหลายคน สามารถถือหุ้นได้เยอะกว่า ถ้าอันอื่นขาดทุนก็ยังหยิบหุ้นอันอื่นมาชดเชย

  • กองทุนรวมมีผู้บริหารมืออาชีพ

ถ้าลงทุนหุ้นเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญคอยนำทาง แต่ก็ต้องเตรียมใจยอมรับไว้ว่าอาจขาดทุน

  • กองทุนรวมได้รับการยกเว้นภาษี

ผลตอบแทนที่ได้รับจากลงทุนผ่านกองทุนรวมไม่ต้องเสียภาษี และวงเงินที่ใช้ในการซื้อกองทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

  • หน่วยลงทุนที่ตราไว้มูลค่าต่ำ

หน่วยในการลงทุนที่ไม่สูงเกินไปทำให้นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นได้หลายหน่วย

กองทุนรวมที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือน

 

อย่างที่บอกไปว่ามนุษย์เงินเดือนที่มีรายรับอย่างเดียวคือเงินเดือนอาจจะไม่เพียงพอ บางคนอาจทำอาชีพอิสระ หรือทำอาชีพที่น่าสนใจเพิ่มเม็ดเงิน แต่การใช้กองทุนรวมก็เป็นเหตุผลที่ดีและมีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งกองทุนรวมตามแบบมาตรฐาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) มีดังนี้

  • กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)

กองทุนรวมตลาดเงินมีนโยบายในการซื้อผลิดภัณฑ์ทางการเงินระยะสั้น หรือเงินฝากของธนาคารต่างๆ (ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ) รวมถึงตั๋วเงิน และตราสารหนี้ที่อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี

เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงพอๆ กับการฝากเงินผ่านธนาคาร ถ้าธนาคารเจ๊ง เงินของเราก็จะเจ๊งตามไปด้วย แต่ถ้ามองในภาพของกองทุน กองทุนรวมตลาดเงินถือว่ามีความเสี่ยงต่ำที่สุด 

  • กองทุนรวมตราสารหนี้ (General Fixed Income Fund)

กองทุนรวมตราสารหนี้ คือ กองทุนรวมที่นำเงินที่ระดมได้จากการขายหน่วยลงทุน ไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างๆ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลัง ตลอดจนเงินฝากประเภทต่างๆ

กองทุนนี้เหมาะสำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อย เพราะผลตอบแทนมักมาในรูปแบบดอกเบี้ยที่มีสม่ำเสมอ และราคาของตราสารหนี้อาจผันผวนได้เสมอ

  • กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว (Long-Term Fixed-Income Fund)

เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารทุนระยะยาว โดยมีเวลามากกว่า 1 ปีขึ้นไป ซึ่งบุคคลธรรมดาจะได้รับประโยชน์ทางภาษี เงินลงทุนใน LTF จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคลธรรมดา กองทุนรวมประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงต่ำ และลงทุนระยะยาวได้

  • กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-Term Fixed-Income Fund)

คือกองทุนรวมที่มีนโยบานการลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ มีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ซึ่งตราสารหนี้ระยะสั้น เมื่อหมดอายุก็จะคืนเงินต้น ทำให้กองทุนตราสารหนี้ซื้อขายได้ทุกวัน สภาพคล่องสูง เหมาะสำหรับผู้ลงทุนระยะสั้น และต้องการความเสี่ยงต่ำ

  • กองทุนรวมผสม (Balance Fund)

กองทุนรวมผสม เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายนำเงินที่ระดมได้จากการขายหน่วยลงทุน ไปลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน แต่จะต้องมีสัดส่วนในการลงทุนไม่น้อยกว่า 35% และไม่เกิน 65% เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แบบปานกลาง

  • กองทุนรวมผสมยืดหยุ่น (Flexible Portfolio Fund)

เมื่อขายหน่วยลงทุนได้แล้ว สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ ได้ เหมือนกับกองทุนรวมผสม แต่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน เงินจัดสรรลงทุนเลยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจลงทุนและสภาวะตลาดนั้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง

  • กองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds)

กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุน และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม โดยเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพยส์สินของกองทุนรวม เงินที่เหลือสามารถนำไปลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ หรือตราสารทุนได้ ซึ่งข้อดีคือมีต้นทุนเฉลี่ยต่ำ มีการกระจายความเสี่ยงที่มากกว่ากองทุนประเภทอื่นๆ

  • กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund)

กองทุนรวมตราสารทุน คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนประเภทต่างๆ เช่น หุ้นสามัญ โดยสัดส่วนการลงทุนต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้ คือไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนรวม

ซึ่งกองทุนนี้มีความเสี่ยงกว่ากองทุนรวมประเภทอื่นๆ เหมาะกับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงได้ และลงทุนเพื่อหวังผลประโยชน์ในระยะยาว

  • กองทุนรวมใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant Fund)

กองทุนรวมใบสำคัญแสดงสิทธิ คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน หรือหุ้นเพิ่มทุน โดยเฉลี่ยแล้วต้องไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม เงินส่วนที่เหลืออาจนำไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทอื่นๆ ได้ กองทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงมาก

 

  • กองทุนรวมกลุ่มธุรกิจ (Sector Fund)

กองทุนรวมกลุ่มธุรกิจ คือ  กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีธุรกิจหลักประเภทเดียวกันตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ซึ่งจะเป็นการลงทุนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น อย่างกลุ่มธนาคาร ข้อดีคือมีผลประกอบการที่ดี แต่ข้อเสียคือเป็นการลงทุนแบบกระจุกตัว ความเสี่ยงจึงสูงกว่ากองทุนรวมตราสารแห่งทุนทั่วไป

 

 

มนุษย์เงินเดือนนั้น นอกจากเงินที่ได้มารายเดือนแล้ว การหาทางเลือกในการสร้างเม็ดเงินใหม่ๆ ให้ตัวเองจึงสำคัญไม่แพ้กัน บางคนอาจใช้การออมเงินระยะสั้นที่ควบมาด้วยประกันชีวิต

แต่บางคนอาจลงทุนโดยการใช้กองทุนรวมก็ไม่แปลกอะไร แต่สิ่งที่ควรรู้ไว้และระมัดระวังให้ดีคือ ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ใดก็ตามที่คิดจะลงทุนก็ควรศึกษาให้ดีให้ละเอียดเพื่อเงินในอนาคตจะได้ไม่สั่นคลอน


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon