มนุษย์เงินเดือน เตรียมจ่ายเพิ่ม ประกันสังคม 1 พันบาท

posted: 1 year ago
มนุษย์เงินเดือน เตรียมจ่ายเพิ่ม ประกันสังคม 1 พันบาท

comments

ค่าเบี้ยประกันสังคม ปรับเพิ่ม จาก 750 เป็น 1,000 บาท บ้าไปแล้ว ข่าวจริงหรือมั่วกันนะ ?

เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออกไลน์ หลังมีข้อความแชร์ต่อๆ กันมาว่า ทางสำนักงานประกันสังคม จะเตรียมเก็บเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาท จากเดิม 750 บาท ซึ่งดันเป็นเรื่องจริงซะด้วยสิ

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ออกมากล่าวว่า

การขยายการคิดคำนวณเงินสมทบรูปแบบใหม่เป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของไทย ซึ่งกฎหมายนี้ใช้มานานกว่า 27 ปีแล้ว จึงไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับขึ้นในปัจจุบัน

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและการใช้ประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมว่าคุ้มค่าหรือไม่ ยืนยันว่า การเก็บเงินสมทบรูปแบบใหม่จะส่งผลดีต่อประชาชน โดยเฉพาะการคำนวณเงินที่จะได้รับหากตกงานหรือไม่มีงานทำ

 


อัตราเงินสมทบใหม่

อัตราเงินสมทบใหม่ จะมีการแบ่งเก็บเงินสมบทเข้ากองทุนประกันสังคม ดังนี้

  • ผู้ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท ให้ใช้ฐานคำนวณเดิม คือ เก็บเงินเข้ากองทุน 750 บาท
  • สำหรับผู้ที่มีเงินเดือน 16,000 บาท ให้เก็บเงินสมทบเข้ากองทุน 800 บาท
  • สำหรับผู้ที่มีเงินเดือน 17,000 บาท ให้เก็บเงินสมทบเข้ากองทุน 850 บาท
  • สำหรับผู้ที่มีเงินเดือน 18,000 บาท ให้เก็บเงินสมทบเข้ากองทุน 900 บาท
  • สำหรับผู้ที่มีเงินเดือน 19,000 บาท ให้เก็บเงินสมทบเข้ากองทุน 950 บาท
  • ส่วนผู้ที่มีฐานเงินเดือน 20,000 บาท ขึ้นไป ให้เก็บเงินสมทบเข้ากองทุน 1,000 บาท

 

ผู้ประกันตนจะได้อะไรจากการจ่ายเงินสมทบเพิ่ม

 

โอดครวญกันพอเป็นพิธี เพราะหลังจากนี้เรามาเช็คสิทธิประกันสังคมกันดีกว่า ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคม ระบุว่า คนที่จ่ายเงินสมทบมากกับคนที่จ่ายเงินสมทบน้อย จะได้รับผลประโยชน์ไม่เท่ากัน ก็แน่ล่ะสิ

วันนี้ rabbit finance จึงขอยกตัวอย่างสิทธิประกันสังคม ที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป มาให้เช็คกันค่ะ

  • เงินขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย

ในกรณีที่คุณเจ็บป่วยแล้วต้องหยุดงานเกิน 30 วัน มีสิทธิเบิกประกันสังคมเพิ่มเป็น 10,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน จากเดิมที่ได้ 7,500 บาท

สำหรับ เงินสงเคราะห์คลอดบุตร จะเพิ่มเป็น 30,000 บาท บวกค่าคลอดครั้งละ 13,000 บาท จากเดิม ได้รับ 22,500 บาท บวกค่าคลอดครั้งละ 13,000 บาท

  • เงินชดเชยทุพพลภาพรุนแรง 

สำหรับเงินชดเชยทุุพพลภาพรุนแรง ได้รับตลอดชีวิต จะเพิ่มเป็น 10,000 บาทต่อเดือน จากเดิมได้รับ 7,500 บาท

ว่างงาน
ขอบคุณภาพจาก www.th.jobsdb.com

 

ในกรณีว่างงาน จากการลาออกตามกฎหมาย เพิ่มเป็น 6,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้เดือนละ 4,500 บาท

  • กรณีว่างงาน เนื่องจากถูกนายจ้างเลิกจ้าง

ในกรณีว่างงาน เนื่องจากถูกนายจ้างเลิกจ้าง โดยไม่ได้ทำผิดตามกฎหมาย ได้รับเงินชดเชยเพิ่มเป็นเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน จากเดิมที่ได้เดือนละ 7,500 บาท

หากส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้เพิ่มเป็นเดือนละ 4,000 บาท จากเดิมได้เดือนละ 3,000 บาท

  • กรณีเสียชีวิต

ได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท แล้วจะได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มขึ้นตามเพดานอัตราเงินเดือนที่สูงขึ้น โดยถ้าส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนแต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้เงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน

แต่ถ้าส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้เงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน

หากผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือน แต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์สูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท จากเดิมไม่เกิน 30,000 บาท

 


 

เบี้ยประกันสังคม
ขอบคุณภาพจาก www.honestdocs.co

แล้วจะเริ่มเก็บเบี้ยประกันสังคมเพิ่มเมื่อไหร่กันล่ะ ?

 

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงว่า

เรื่องเก็บเงินเข้ากองทุนสูงสุด 1,000 บาทนั้น เป็นการเตรียมการที่หารือกันมานานแล้วกว่า 15 ปี ซึ่งกำลังหาทางทำให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น และรัฐบาลจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร

ได้ยินแบบนี้แล้ว ก็สบายอกสบายใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง เพราะเรายังมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจกันอีกสักพัก

เพราะการพิจารณาของกระทรวงแรงงานเพื่อออกประกาศเป็นกฎกระทรวง จะต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนเลยทีเดียว จึงจะสามารถยื่นเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้

ซึ่งนั่นทำให้เรื่อง การเก็บเบี้ยประกันสังคม จะได้เข้าที่ประชุม ครม. ในช่วงต้นปี 2561 และคาดว่าจะประกาศบังคับใช้ได้ในปลายปี 2561 เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเราจะต้องจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันสังคมเพิ่มขึ้น ทำให้เรามีภาระมากขึ้นจากเงินสมทบที่ต้องจ่าย แต่หากลองมองอีกมุมหนึ่ง ก็จะพบว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ข้อเสียซะทีเดียว

เพราะการจ่ายเงินสมทบเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้เราได้รับสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อเป็นหลักประกันชีวิตในอนาคตนั่นเอง

 

 

 


avatar
by tira.Cha
∞ เป็นผู้หญิงรักแมวที่อินกับทุกเรื่อง ร้องไห้กับเพลงเศร้าทุกเพลง และยิ้มไปกับบทความที่น่ารักของทุกคน ∞
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon