7 เทคนิค ออมเงินอย่างไร ให้ปังในวัย 30+

posted: 2 months ago
7 เทคนิค ออมเงินอย่างไร ให้ปังในวัย 30+

comments

วัย 30+ เป็นวัยหนุ่มสาวที่เริ่มทำงานมาได้สักระยะหนึ่ง ส่วนใหญ่ยังคงชอบสังสรรค์  ปาร์ตี้ และช้อปปิ้งกับเพื่อนฝูง เลยมองเรื่องของออมเงินเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าลองคิดกลับกันในตอนที่วัย 30+ เริ่มเก็บออมไปจนถึงเกษียณอายุ คงมั่งคั่งไม่น้อย ว่าแต่มีวิธีไหนบ้าง วันนี้ rabbit finance ไม่พลาดที่นำข้อมูลดี ๆ มาฝากกันค่ะ

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

ทริกง่าย ๆ เก็บออมก่อนใคร มีชัยไปกว่าครึ่ง

1. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัทหลายคนอาจคิดว่า เมื่อโดนหักเงินส่วนนี้ไปแล้วจะทำให้แต่ละเดือนไม่พอใช้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การออมประเภทนี้ถือว่าเป็นการออมที่ดีที่สุด เพราะนอกจากเราได้ใส่เงินออมในแต่ละเดือนแล้ว นายจ้างเองก็จะสมทบอีกหนึ่งเท่าให้กับเราในแต่ละเดือนด้วย ลองคิดเล่นๆ ดูนะคะ สมมุติถ้าอยู่บริษัท 7 ปี ออมเก็บไว้ได้เงินประมาณ 200,000 บาท และเมื่อเราลาออกบริษัทสมทบให้อีก 200,000 รวมเป็น 400,000 บาท ถือว่าเป็นการออมที่คุ้มมาก ๆ

2.ออมผ่านอสังหาริมทรัพย์ การเก็บออมในรูปแบบของทรัพย์สินนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งอายุน้อย ๆ การผ่อนบ้านหรือคอนโดในแต่ละเดือนก็จะใช้เงินผ่อนจำนวนไม่มาก และนอกจากจะซื้อไว้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว เรายังสามารถปล่อยเช่ารายเดือน และยิ่งถือครองไว้นาน ๆ ราคาที่ดินก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งที่เราเลือกซื้อด้วยนะคะ

ออมเงืน

3. ออมในหุ้น หลายคนมองว่ามีความเสี่ยงสูง และเข้าใจยาก หรือเป็นการลงทุนเฉพาะคนรวยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงการลงทุนในหุ้นมีการลงทุนง่าย ๆ แบบถัวเฉลี่ยในแต่ละเดือน หรือที่เรียกว่า DCA ซึ่งเป็นการออมในแต่ละเดือนเท่า ๆ กัน ทำให้มีความเสี่ยงไม่มาก และผลตอบแทนที่ได้ก็สูงกว่าการออมประเภทอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้ในแต่ละปีก็จะได้เงินปันผลมาเป็นค่าขนมอีกต่างหาก หรือถ้าใครเริ่มศึกษาจนมีความรู้ แล้วอยากจะลองเล่นหุ้นเป็นตัว ๆ ดูก็ได้ เพราะผลตอบแทนในหุ้นแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 7-12% เลยนะ

4. ออมในพันธบัตรรัฐบาล ถ้าเพิ่งเริ่มหัดลงทุนและกลัวความเสี่ยง การออมผ่านพันธบัตรรัฐบาลถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีความเสี่ยงน้อยมาก เนื่องจากรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก และการลงทุนก็ไม่ซับซ้อนมาก แถมให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการนำเงินไปฝากในออมทรัพย์ โดยการลงทุนแบบนี้จะมีการกำหนดระยะเวลาลงทุนไม่นานมาก เช่น 1 ปี 3 ปี 5 ปี 7 ปี หรือ 12 ปี เป็นต้น

ออมเงิน

5.การออมในรูปแบบฉลากออมสิน เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ให้ความเสี่ยงต่ำ แถมเงินต้นก็อยู่ครบ และได้ลุ้นรางวัลตลอดจนครบกำหนดระยะเวลา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ 1-3 ปี นอกจากนี้ถ้าอยู่จนครบตามกำหนดระยะเวลาก็จะได้ดอกเบี้ยเต็มจำนวนตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่ถ้ามีการไถ่ถอนก่อนกำหนดก็จะได้ดอกเบี้ยไม่เต็มจำนวน ซึ่งจะลดหลั่นกันไปในแต่ละปีของการไถ่ถอน ตามที่ธนาคารเป็นคนกำหนด

6.การออมผ่านกองทุนรวม เป็นการออมเงินที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินออมทรัพย์ในธนาคาร เมื่อเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมแล้วจะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลบริหารพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวมนั้น ๆ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุด ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวมนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเสี่ยงน้อยไปจนถึงเสี่ยงมาก ฉะนั้นแล้วควรเลือกให้เหมาะสม และข้อดีของกองทุนรวมยังสามารถนำสิทธิไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

7.เลือกออมผ่านประกันชีวิต ยิ่งเริ่มทำ ประกันชีวิตตอนอายุไม่มากการจ่ายเบี้ยประกันก็จะน้อย และให้ผลตอบแทนดี แถมยังได้ทั้งออมเงินและความคุ้มครอง และยังสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย เรียกว่าคุ้มค่าสุด ๆ เลยล่ะค่ะ

ออมเงิน

ประกันแบบสะสมทรัพย์ดีอย่างไร ทำไมต้องมี

ประกันแบบสะสมทรัพย์ ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและการออมเงิน ซึ่งถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่กำลังได้รับความนิยม เพราะเป็นประกันที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก ซึ่งมีระยะเวลาในการออมอยู่ที่ 8 – 15 ปี

โดยวิธีการออมในรูปแบบของประกันสะสมทรัพย์ เป็นลักษณะการจ่ายเบี้ยเท่า ๆ กันในทุก ๆ เดือนอย่างสม่ำเสมอ และในแต่ละปีก็จะได้เงินปันผลด้วย เมื่อครบกำหนดอายุกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยยังมีชีวิตอยู่ก็จะได้เงินคืนตามเงื่อนไขสัญญาที่ได้ทำการตกลงกันไว้ แต่ถ้าเสียชีวิตไปก่อนในระหว่างสัญญา เงินทั้งหมดก็จะตกเป็นของพ่อแม่ คู่สมรส หรือลูกหลาน ที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์

เห็นมั้ยล่ะคะว่ากาเลือกออมประกันแบบสะสมทรัพย์ มีแต่ข้อดี ถ้าใครกำลังสนใจและมองหาประกันประเภทนี้อยู่ ก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหน เพราะ rabbit finance รวบรวมกรมธรรม์ประกันภัยให้คุณอย่างครบครัน พร้อมบริการเปรียบเทียบเบี้ยประกัน รวมทั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะทำให้เลือกลงทุนอย่างมั่นใจ


avatar
by Sabaisook
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon