ออมเงิน vs ลงทุน เก็บเงิน แบบไหนดีต่อใจมากกว่า

posted: 5 days ago
ออมเงิน vs ลงทุน เก็บเงิน แบบไหนดีต่อใจมากกว่า

comments

อยาก เก็บเงิน สักก้อนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความพยายาม เพราะ มันมีวิธีมากมาย ที่สามารถสร้างเงินก้อนให้กับเราได้ ซึ่ง 2 วิธีที่ได้รับความนิยมที่สุด คือ การออมเงิน และ การลงทุน นั่นเอง

คำถามที่มักจะตามมา คือ แล้วเราจะเลือกวิธีไหนดี ระหว่าง การเก็บสะสมเงินก้อนด้วยตัวเอง หรือ การนำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนให้งอกเงย เนื่องจากทั้ง 2 วิธี มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป แถมผลตอบแทนที่ได้ก็ไม่เหมือนกันด้วย สรุปแล้ว เราควรเลือกแบบไหน ถึงจะตรงใจและตอบสนองเป้าหมายทางการเงินที่มีมากที่สุด

ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป เพราะ rabbit finance เตรียมคำตอบมาให้คุณแล้ว


เก็บเงิน 2

ความแตกต่าง ระหว่าง การออมเงิน และ การลงทุน

ก่อนที่เราจะเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของการเก็บเงินแต่ละแบบให้ดู เรามารู้จักความหมายชัดๆ ของทั้ง 2 อย่างกันก่อนดีกว่า

  • การออมเงิน

หมายถึง การหักหรือแบ่งเงิน จากรายได้ของเรา มาเก็บสะสมไว้ ทีละนิดทีละหน่อย จนกลายเป็นเงินก้อนในที่สุด โดยวิธีออมเงิน มีหลากหลายรูปแบบ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน เช่น การเก็บสะสมแบงก์ 50 บาท, การหยอดกระปุกทุกวัน, การเก็บเงินเท่าค่ากาแฟที่จ่ายไปในแต่ละวัน รวมไปถึงการฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคารด้วย

ถ้าจะสร้างเงินก้อน ผ่านการออมเงิน วิธีที่ดีที่สุด คือ เราควรที่จะแบ่ง 20% ของรายได้ต่อเดือน ไว้เป็นสำหรับเก็บโดยเฉพาะ สมมุติ คุณมีรายได้ 100 บาท ต่อเดือน คุณควรจะแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน เพื่อ การวางแผนการเงิน ที่เหมาะสม คือ

  • 50 บาท เป็นค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต ค่าเช่าบ้าน เป็นต้น
  • 30 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข เช่น ค่าสังสรรค์ ค่าช้อปปิ้ง
  • 20 บาท เป็นเงินออม หรือเงินที่เก็บไว้เพื่อลงทุน โดยที่เงินส่วนนี้ ต้องไม่ถูกแตะต้องหรือเอาไปใช้จ่ายโดยเด็ดขาด จนกว่าจะเก็บเงินได้ถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้

โดย ผลตอบแทน ที่เราจะได้จากการออมเงิน คือ เงินสดที่เราเก็บไว้ และดอกเบี้ย เมื่อเรานำไปฝากธนาคารหรือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

เก็บเงิน 3

การลงทุน

หมายถึง การนำเงินออม หรือเงินที่แบ่งจากรายได้ต่อเดือน ไปทำให้มันเติบโต ผ่าน การลงทุน ในสินทรัพย์ต่างๆ โดยเงินที่เรานำมาลงทุน ไม่ควรเป็นเงินที่เราเอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ควรเป็นเงินที่ได้มาจากการออมหรือการแบ่งไว้เพื่อลงทุนโดยเฉพาะ

สมมุติ เรามีรายได้ต่อเดือน 100 บาท เราควรจะแบ่ง 20 บาทไว้เป็นเงินออม ซึ่งใน 20 บาทนั้น เราอาจจะแบ่ง 10 บาทเป็นเงินเก็บ และอีก 10 บาท เป็นเงินไว้ลงทุนก็ได้ โดยวิธีการลงทุน ก็มีหลากหลายแบบ แล้วแต่ความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เราอยากได้ เช่น การเล่นหุ้น, ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์, ซื้อกองทุน, ลงทุนตราสารหนี้ และอีกมากมาย

ส่วน ผลตอบแทน ที่เราจะได้รับจากการลงทุน จะอยู่ในรูปแบบของ ดอกเบี้ยและเงินปันผลหรือกำไร ที่เราได้มาจากการลงทุนต่างๆ นั่นเอง

เก็บเงิน 4

วิธีไหนดีกว่า ให้เลือกจาก “เป้าหมายทางการเงิน”

เราจะเห็นได้ว่า ทั้ง 2 วิธี มีความแตกต่างกัน ในเรื่องของผลตอบแทนที่ได้รับจากการออม ซึ่งจะเลือกวิธีไหน ขอให้วัดกันที่ เป้าหมายทางการเงินที่เราต้องการ เป็นหลัก

เก็บเงินระยะสั้น สภาพคล่องสูงๆ = การออมเงิน

ถ้าคุณต้องการเก็บเงินก้อน เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเพื่อใช้กับเป้าหมายระยะสั้นๆ เช่น เก็บเงินไปเที่ยว เก็บเงินไว้ช้อปปิ้ง หรือเป็นเงินสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน การออมเงิน คือ คำตอบของคุณ

เพราะ การออมเงิน ไม่วาจะหยอดกระปุกหรือ ฝากบัญชีธนาคาร ต่างๆ ไว้ ถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้เงินงอกเงยมากเท่าการลงทุน แต่มันก็มีจุดเด่นอยู่ที่ สภาพคล่องสูง หมายความว่า คุณจะสามารถถอนเงินมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ ไม่ต้องรอให้ครบกำหนดเวลาเหมือนการลงทุน และถึงแม้ดอกเบี้ยเงินฝากจะไม่ได้สูงสักเท่าไหร่ แต่มันก็ ถือว่าเป็นการออมที่ความเสี่ยงต่ำมากๆ ทำให้ผลตอบแทนที่ได้มา ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

แต่สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการออมเงิน คือ เรื่องของอัตราเงินเฟ้อ ที่เมื่อเราฝากเงินนานๆ มันอาจจะทำให้มูลค่าเงินในมือของเราลดลงไปบ้าง และเรื่องของ ดอกเบี้ยเงินฝาก ที่อาจจะต้องเสียภาษี 15% ได้ ซึ่งก็ต้องศึกษากันให้ดีก่อนตัดสินใจด้วย

เก็บเงิน 5

วางแผนการเงินระยะยาว ผลตอบแทนคุ้มค่า = การลงทุน

การเก็บเงินด้วย การลงทุน นั้น เหมาะสำหรับคนที่มีเป้าหมายทางการเงินระยะยาว 5-10 ปีขึ้นไป หรือต้องการใช้เงินก้อนใหญ่ๆ เช่น เก็บเงินเผื่อเกษียณ เป็นทุนการศึกษาให้ลูก ซื้อรถ ซื้อบ้าน เป็นต้น

โดยข้อดีหลักๆ ของการลงทุนเลย คือ มันทำให้เงินเก็บของเรางอกเงยได้มากกว่า การดองเงินไว้ในกระปุกเฉยๆ ซึ่งกำไรที่เราจะได้ มันก็ขึ้นอยู่กับการลงทุนที่เราเลือกด้วย ว่าเราจะรับความเสี่ยงได้แค่ไหน

แต่ข้อด้อยของการลงทุน คือ มันขาดสภาพคล่อง เพราะ เราไม่สามารถถอนเงินออกมาใช้ก่อนกำหนดได้ ดังนั้น เราจึงต้องแน่ใจแล้วว่า เงินที่เราจะลงทุนนั้น เป็นเงินเย็นที่เราไม่รีบใช้และเราจะต้องศึกษาวิธีการลงทุนอย่างละเอียดด้วย ไม่อย่างนั้นมันก็อาจจะเสี่ยงขาดทุนได้เช่นกัน

การวางแผนการเงิน เราต้องมองในระยะยาว และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดด้วย ทางที่ดี rabbit finance แนะนำว่า คุณควรจะใช้ทั้ง 2 วิธีร่วมกัน โดย เลือกการออมเงิน ไว้สำหรับเป็นวงเงินฉุกเฉินในชีวิต และใช้วิธีการลงทุน เพื่อสร้างเงินไว้สำหรับแผนการในอนาคต

เท่านี้ คุณก็จะมีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายได้สมใจแล้วล่ะค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon