อยากไปเที่ยวยุโรป รู้จัก “วีซ่าเชงเก้น” แล้วหรือยัง?

posted: 1 year ago
อยากไปเที่ยวยุโรป รู้จัก “วีซ่าเชงเก้น” แล้วหรือยัง?

comments

สำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นชีวิตจิตใจ คงรู้ดีว่าการเข้าไปเที่ยวในบางประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะประเทศในโซนยุโรปที่ต้องขอ “วีซ่าเชงเก้น” อันแสนยุ่งยาก ขนาดที่ว่านักเดินทางหลายต่อหลายคน ต้องพากันปวดหัวกับการเดินทางไปยุโรป เพราะเจ้าเชงเก้นอยู่บ่อยครั้ง

ถ้าใครมีแพลนจะไปเที่ยวยุโรปอยู่เร็วๆ นี้แล้วละก็ คงต้องทำความรู้จักกับวีซ่าเชงเก้นกันสักหน่อย เพื่อจะได้ไม่พลาดท่าต้องกาแผนเที่ยวยุโรปทิ้งกันทีหลัง เหมือนที่นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ อาจเคยเป็นกันมาก่อน


วีซ่าเชงเก้น คืออะไร?

วีซ่าเชงเก้น(Schengen) คือวีซ่าสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรปโดยเฉพาะ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ในยุโรปได้อย่างราบรื่นมากเลยทีเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่คุณมีวีซ่าเชงเก้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็หมายความว่าคุณสามารถเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปได้ถึง 26 ประเทศ โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่อยู่เรื่อยๆ

จองตั๋วเครื่องบินเกิน

ซึ่งประเทศในยุโรปที่เข้าร่วมข้อตกลงเชงเก้น(Schengen Agreement) ได้แก่ประเทศ Austria , Belgium , Czech Republic , Denmark , Estonia , Finland , France , Germany , Greece , Hungary , Iceland , Italy , Latvia , Lithuania , Luxembourg , Malta , Netherlands , Norway , Poland , Portugal , Slovakia , Slovenia , Spain , Sweden , Switzerland และ Liechtenstien

ซึ่งถ้าหากคุณได้ทำวีซ่าแบบ  Multiple จะช่วยให้สามารถเดินทางเข้าประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่าน (Balkans) ได้อีกด้วย

เรียกว่ามีแต่ประเทศที่น่าเที่ยวทั้งนั้นเลยจริงๆ แต่การจะได้รับสิทธิ์ในการเดินทางดีๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายซะเมื่อไหร่ละ เพราะการขอวีซ่าเชงเก้นมันค่อนข้างจะยุ่งยาก ต้องเตรียมเอกสารมากมาย ต้องผ่านการสัมภาษณ์ แถมยังมีประเภทของวีซ่าที่ต้องรู้อีกพอสมควร เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาทำความรู้จักกับเจ้าเชงเก้นกันต่อเลยดีกว่าครับ


วีซ่าเชงเก้น มีประเภทไหนบ้าง?

เนื่องจากนักเดินทางแต่ละคน มีลักษณะการเดินทางในยุโรปที่แตกต่างกัน ประเภทของวีซ่าจึงได้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ เพื่อให้นักเดินทางได้เลือกใช้ ตามความเหมาะสมของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป

วีซ่าเชงเก้น
(CC) https://www.europeanbackdoors.com/

1. วีซ่าประเภท A

เป็นวีซ่าเพื่อการแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ แต่จำเป็นต้องแวะประเทศในกลุ่มเชงเก้นเพียงชั่วคราว เพื่อทำการเปลี่ยนเครื่องบินแล้วก็จากไป

2. วีซ่าประเภท B

เป็นวีซ่าแบบทางผ่านหรือทรานซิท เหมาะสำหรับผู้ที่มีจุดหมายปลายทางเป็นประเทศอื่นๆ แต่ต้องการแวะพักผ่อนหรือท่องเที่ยวในยุโรปชั่วคราว (ไม่เกิน 5 วัน)

3. วีซ่าประเภท C

ใช้เพื่อการพำนักในกลุ่มประเทศเชงเก้นแบบชั่วคราว โดยมีข้อกำหนดว่าสามารถอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้นได้ไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน (สามารถเลือกที่จะอยู่ 90 วันอย่างต่อเนื่อง หรือจะเดินทางไปๆ กลับๆ กี่ครั้งก็ได้ แต่วันที่อยู่อาศัยต้องนับรวมแล้วไม่เกิน 90 วันในระยะเวลาครึ่งปี)

4. วีซ่าประเภท D

เป็นวีซ่าที่ขอเพื่อการอยู่อาศัยในประเทศนั้นๆ เป็นระยะเวลานานเกิน 90 วัน (Long stay) แต่อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือทุกครั้งที่ต้องการเดินทางข้ามไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเชงเก้น คุณอาจต้องทำเรื่องขอสถานทูตหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขของประเทศนั้นๆ

ใครที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวในยุโรปคงรู้แล้วใช่ไหมละครับ ว่าตัวเองเหมาะสมกับการขอวีซ่าประเภทไหน แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คุณจำเป็นต้องรู้ ก็คือเรื่องของเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการขอวีซ่านั่นเอง


เอกสารที่จำเป็นต้องใช้เพื่อ ขอวีซ่าเชงเก้น

สิ่งที่อาจทำให้คุณล้มเหลวในการขอวีซ่า ก็คือการละเลยเรื่องของเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้

ยิ่งการขอเดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความยุ่งยากด้วยแล้ว หากพลาดเอกสารสำคัญชิ้นไหนขึ้นมาแล้วละก็ อาจต้องตีตั๋วกลับมานั่งคอตกอยู่ที่บ้านก็เป็นได้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น เรามาดูเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการขอวีซ่าเชงเก้นกันสักหน่อยดีกว่านะ

passport
(CC) http://airasiagotravelreview.com/

1. คำร้องขอวีซ่า

สามารถดาวน์โหลดได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ที่มีแบบฟอร์มของประเทศที่คุณต้องการจะไป ซึ่งควรยื่นล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 3 เดือนจะดีที่สุด ซึ่งควรเลือกแบบฟอร์มจากประเทศแรกที่ต้องการเข้า หรือประเทศที่ต้องอยู่อาศัยนานที่สุ

2. หนังสือเดินทาง (Passport) 

หนังสือเดินทางจำเป็นต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือนนับจากวันที่เดินทางกลับ ควรเตรียมหน้าว่างไว้อย่างน้อย 2 หน้า ทำสำเนาเผื่อไว้ 2 ฉบับ หากมีประวัติเคยขอวีซ่าประเทศอื่นๆ มาก่อน จะมีส่วนช่วยได้มากเลยทีเดียว

3. รูปถ่าย

ต้องเป็นรูปขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป โดยที่พื้นหลังต้องเป็นสีขาวหรือสีอ่อนอื่นๆ ที่สำคัญต้องเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน และไม่มีการปรับแต่งภาพใดๆ ทั้งสิ้น

4. หนังสือรับรองการทำงาน

หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน จำเป็นต้องให้ทางบริษัทออกจดหมายรับรอง โดยมีการระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน ช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลางาน รวมถึงวันที่ต้องกลับมาทำงาน พร้อมลายเซ็นต์และประทับตราบริษัทให้เรียบร้อย

5. เอกสารรับรองสถานภาพทางการเงิน

เป็นเอกสารที่จะช่วยยืนยันสถานภาพทางการเงินของคุณ ช่วยให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ราบรื่นมากขึ้น โดยใช้สำเนาบัญชีเงินฝากที่มีจดหมายรับรองจากธนาคาร เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีประวัติทางการเงินที่ดี มีเงินหมุนเวียน เข้า-ออก บัญชีอย่างสม่ำเสมอ (ควรเป็น Statement ย้อนหลัง 6 เดือน)

6. เอกสารการจองที่พักและตั๋วโดยสาร

สามารถใช้ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น เอกสารการจองเครื่องบิน เรือ รถไฟ รวมถึงที่พักในแต่ละวันที่คุณได้ทำการจองไว้ แต่เราขอแนะนำว่าให้ทำการจองผ่านบัตรเครดิต หรือเลือกการจองที่สามารถยกเลิกได้เสมอ เผื่อเกิดกรณีเลวร้ายขอวีซ่าไม่ผ่านขึ้นมา จะได้ไม่สูญเงินกันไปฟรีๆ

schengen visa

7. แผนการเดินทางฉบับย่อ

ให้นำเสนอแผนการเดินทางคร่าวๆ โดยระบุว่าต้องการเดินทางไปประเทศไหน เมื่อไหร่ เดินทางโดยยานพาหนะอะไร ตั้งใจจะเข้าพักที่ไหนบ้าง? หากคุณมีแผนเดินทางที่รอบคอบไร้ที่ติ จะช่วยให้การอนุมัติวีซ่าเป็นไปได้ไม่ยากเลยทีเดียว

8. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน

เป็นสิ่งที่อาจไม่ได้ใช้ในการขอวีซ่าเสมอไป แต่เตรียมไว้ก็คงไม่เสียหาย เพราะถ้าหากเกิดปัญหาต่างๆ ระหว่างการเดินทาง คุณอาจจำเป็นต้องใช้เอกสารบางอย่าง เพื่อช่วยยืนยันสัญชาติและตัวตนอย่างแน่นอน

9. ประกันการเดินทางต่างประเทศ

ปัจจุบันประกันการเดินทางได้กลายเป็นข้อบังคับ เพื่อการขอวีซ่าในหลายๆ ประเทศไปแล้ว โดยเฉพาะการขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อเดินทางท่องเที่ยวในยุโรป ที่มีการบังคับให้ทำประกันการเดินทางต่างประเทศ โดยกำหนดวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำอยู่ที่ 30,000 ยูโร หรือราวๆ 1,500,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อตัวคุณและประเทศนั้นๆ มากเลยทีเดียว

หากคุณมีการเตรียมเอกสารต่างๆ ไว้เป็นอย่างดี การขอวีซ่าเชงเก้นที่เคยยุ่งยาก อาจกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก็ได้นะ แต่ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องของค่าบริการอื่นๆ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ที่จำเป็นต้องทำอย่างถูกต้องและเป็นไปด้วยความรอบคอบด้วยละ


ประกันการเดินทาง คือสิ่งจำเป็นสำหรับทุกการเดินทาง

ประกันการเดินทาง

ประกันเดินทางไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพื่อใช้ในการขอวีซ่าเท่านั้น เพราะสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุดของการทำประกัน ก็คือความคุ้มครองในส่วนต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ความเสียหายหรือการสูญหายของสัมภาระ การช่วยรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาดของเที่ยวบิน รวมถึงการรับผิดชอบความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกอีกต่างหาก

ด้วยความคุ้มครองที่สุดแสนจะครอบคลุมซะขนาดนี้ ทำให้ประกันการเดินทางกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทุกครั้งที่คุณต้องเดินทางไกล ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือไปต่างประเทศก็ตาม ซึ่งการเลือกทำประกันการเดินทางก็ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ คุณจำเป็นต้องเลือกผู้ให้บริการดีๆ เพื่อทีจะได้รับสิ่งที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย


avatar
by Satorn

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon