คลิกปุ๊บ เทียบปั๊บ ประหยัดเลย

จ-ส: 8.00 น. - 19.00 น.

อยากไปเที่ยวยุโรป รู้จัก “วีซ่าเชงเก้น” แล้วหรือยัง?

สำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นชีวิตจิตใจ คงรู้ดีว่าการเข้าไปเที่ยวในบางประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะประเทศในโซนยุโรปที่ต้องขอ “วีซ่าเชงเก้น” อันแสนยุ่งยาก ขนาดที่ว่านักเดินทางหลายต่อหลายคน ต้องพากันปวดหัวกับการเดินทางไปยุโรป เพราะเจ้าเชงเก้นอยู่บ่อยครั้ง

ถ้าใครมีแพลนจะไปเที่ยวยุโรปอยู่เร็วๆ นี้แล้วละก็ คงต้องทำความรู้จักกับวีซ่าเชงเก้นกันสักหน่อย เพื่อจะได้ไม่พลาดท่าต้องกาแผนเที่ยวยุโรปทิ้งกันทีหลัง เหมือนที่นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ อาจเคยเป็นกันมาก่อน

[rabbitads slug=banner1]


วีซ่าเชงเก้น คืออะไร?

วีซ่าเชงเก้น(Schengen) คือวีซ่าสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรปโดยเฉพาะ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ในยุโรปได้อย่างราบรื่นมากเลยทีเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่คุณมีวีซ่าเชงเก้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็หมายความว่าคุณสามารถเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปได้ถึง 26 ประเทศ โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่อยู่เรื่อยๆ

จองตั๋วเครื่องบินเกิน

ซึ่งประเทศในยุโรปที่เข้าร่วมข้อตกลงเชงเก้น(Schengen Agreement) ได้แก่ประเทศ Austria , Belgium , Czech Republic , Denmark , Estonia , Finland , France , Germany , Greece , Hungary , Iceland , Italy , Latvia , Lithuania , Luxembourg , Malta , Netherlands , Norway , Poland , Portugal , Slovakia , Slovenia , Spain , Sweden , Switzerland และ Liechtenstien

ซึ่งถ้าหากคุณได้ทำวีซ่าแบบ  Multiple จะช่วยให้สามารถเดินทางเข้าประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่าน (Balkans) ได้อีกด้วย

เรียกว่ามีแต่ประเทศที่น่าเที่ยวทั้งนั้นเลยจริงๆ แต่การจะได้รับสิทธิ์ในการเดินทางดีๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายซะเมื่อไหร่ละ เพราะการขอวีซ่าเชงเก้นมันค่อนข้างจะยุ่งยาก ต้องเตรียมเอกสารมากมาย ต้องผ่านการสัมภาษณ์ แถมยังมีประเภทของวีซ่าที่ต้องรู้อีกพอสมควร เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาทำความรู้จักกับเจ้าเชงเก้นกันต่อเลยดีกว่าครับ


วีซ่าเชงเก้น มีประเภทไหนบ้าง?

เนื่องจากนักเดินทางแต่ละคน มีลักษณะการเดินทางในยุโรปที่แตกต่างกัน ประเภทของวีซ่าจึงได้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ เพื่อให้นักเดินทางได้เลือกใช้ ตามความเหมาะสมของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป

วีซ่าเชงเก้น
(CC) https://www.europeanbackdoors.com/

1. วีซ่าประเภท A

เป็นวีซ่าเพื่อการแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ แต่จำเป็นต้องแวะประเทศในกลุ่มเชงเก้นเพียงชั่วคราว เพื่อทำการเปลี่ยนเครื่องบินแล้วก็จากไป

2. วีซ่าประเภท B

เป็นวีซ่าแบบทางผ่านหรือทรานซิท เหมาะสำหรับผู้ที่มีจุดหมายปลายทางเป็นประเทศอื่นๆ แต่ต้องการแวะพักผ่อนหรือท่องเที่ยวในยุโรปชั่วคราว (ไม่เกิน 5 วัน)

3. วีซ่าประเภท C

ใช้เพื่อการพำนักในกลุ่มประเทศเชงเก้นแบบชั่วคราว โดยมีข้อกำหนดว่าสามารถอยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้นได้ไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน (สามารถเลือกที่จะอยู่ 90 วันอย่างต่อเนื่อง หรือจะเดินทางไปๆ กลับๆ กี่ครั้งก็ได้ แต่วันที่อยู่อาศัยต้องนับรวมแล้วไม่เกิน 90 วันในระยะเวลาครึ่งปี)

4. วีซ่าประเภท D

เป็นวีซ่าที่ขอเพื่อการอยู่อาศัยในประเทศนั้นๆ เป็นระยะเวลานานเกิน 90 วัน (Long stay) แต่อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือทุกครั้งที่ต้องการเดินทางข้ามไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเชงเก้น คุณอาจต้องทำเรื่องขอสถานทูตหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขของประเทศนั้นๆ

ใครที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวในยุโรปคงรู้แล้วใช่ไหมละครับ ว่าตัวเองเหมาะสมกับการขอวีซ่าประเภทไหน แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คุณจำเป็นต้องรู้ ก็คือเรื่องของเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการขอวีซ่านั่นเอง


เอกสารที่จำเป็นต้องใช้เพื่อ ขอวีซ่าเชงเก้น

สิ่งที่อาจทำให้คุณล้มเหลวในการขอวีซ่า ก็คือการละเลยเรื่องของเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้

ยิ่งการขอเดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความยุ่งยากด้วยแล้ว หากพลาดเอกสารสำคัญชิ้นไหนขึ้นมาแล้วละก็ อาจต้องตีตั๋วกลับมานั่งคอตกอยู่ที่บ้านก็เป็นได้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น เรามาดูเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการขอวีซ่าเชงเก้นกันสักหน่อยดีกว่านะ

passport
(CC) http://airasiagotravelreview.com/

1. คำร้องขอวีซ่า

สามารถดาวน์โหลดได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ที่มีแบบฟอร์มของประเทศที่คุณต้องการจะไป ซึ่งควรยื่นล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 3 เดือนจะดีที่สุด ซึ่งควรเลือกแบบฟอร์มจากประเทศแรกที่ต้องการเข้า หรือประเทศที่ต้องอยู่อาศัยนานที่สุ

2. หนังสือเดินทาง (Passport) 

หนังสือเดินทางจำเป็นต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือนนับจากวันที่เดินทางกลับ ควรเตรียมหน้าว่างไว้อย่างน้อย 2 หน้า ทำสำเนาเผื่อไว้ 2 ฉบับ หากมีประวัติเคยขอวีซ่าประเทศอื่นๆ มาก่อน จะมีส่วนช่วยได้มากเลยทีเดียว

3. รูปถ่าย

ต้องเป็นรูปขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป โดยที่พื้นหลังต้องเป็นสีขาวหรือสีอ่อนอื่นๆ ที่สำคัญต้องเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน และไม่มีการปรับแต่งภาพใดๆ ทั้งสิ้น

4. หนังสือรับรองการทำงาน

หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน จำเป็นต้องให้ทางบริษัทออกจดหมายรับรอง โดยมีการระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน ช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลางาน รวมถึงวันที่ต้องกลับมาทำงาน พร้อมลายเซ็นต์และประทับตราบริษัทให้เรียบร้อย

5. เอกสารรับรองสถานภาพทางการเงิน

เป็นเอกสารที่จะช่วยยืนยันสถานภาพทางการเงินของคุณ ช่วยให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ราบรื่นมากขึ้น โดยใช้สำเนาบัญชีเงินฝากที่มีจดหมายรับรองจากธนาคาร เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีประวัติทางการเงินที่ดี มีเงินหมุนเวียน เข้า-ออก บัญชีอย่างสม่ำเสมอ (ควรเป็น Statement ย้อนหลัง 6 เดือน)

6. เอกสารการจองที่พักและตั๋วโดยสาร

สามารถใช้ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น เอกสารการจองเครื่องบิน เรือ รถไฟ รวมถึงที่พักในแต่ละวันที่คุณได้ทำการจองไว้ แต่เราขอแนะนำว่าให้ทำการจองผ่านบัตรเครดิต หรือเลือกการจองที่สามารถยกเลิกได้เสมอ เผื่อเกิดกรณีเลวร้ายขอวีซ่าไม่ผ่านขึ้นมา จะได้ไม่สูญเงินกันไปฟรีๆ

[rabbitads slug=banner2]

schengen visa

7. แผนการเดินทางฉบับย่อ

ให้นำเสนอแผนการเดินทางคร่าวๆ โดยระบุว่าต้องการเดินทางไปประเทศไหน เมื่อไหร่ เดินทางโดยยานพาหนะอะไร ตั้งใจจะเข้าพักที่ไหนบ้าง? หากคุณมีแผนเดินทางที่รอบคอบไร้ที่ติ จะช่วยให้การอนุมัติวีซ่าเป็นไปได้ไม่ยากเลยทีเดียว

8. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน

เป็นสิ่งที่อาจไม่ได้ใช้ในการขอวีซ่าเสมอไป แต่เตรียมไว้ก็คงไม่เสียหาย เพราะถ้าหากเกิดปัญหาต่างๆ ระหว่างการเดินทาง คุณอาจจำเป็นต้องใช้เอกสารบางอย่าง เพื่อช่วยยืนยันสัญชาติและตัวตนอย่างแน่นอน

9. ประกันการเดินทางต่างประเทศ

ปัจจุบันประกันการเดินทางได้กลายเป็นข้อบังคับ เพื่อการขอวีซ่าในหลายๆ ประเทศไปแล้ว โดยเฉพาะการขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อเดินทางท่องเที่ยวในยุโรป ที่มีการบังคับให้ทำประกันการเดินทางต่างประเทศ โดยกำหนดวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำอยู่ที่ 30,000 ยูโร หรือราวๆ 1,500,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อตัวคุณและประเทศนั้นๆ มากเลยทีเดียว

หากคุณมีการเตรียมเอกสารต่างๆ ไว้เป็นอย่างดี การขอวีซ่าเชงเก้นที่เคยยุ่งยาก อาจกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก็ได้นะ แต่ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องของค่าบริการอื่นๆ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ที่จำเป็นต้องทำอย่างถูกต้องและเป็นไปด้วยความรอบคอบด้วยละ


ประกันการเดินทาง คือสิ่งจำเป็นสำหรับทุกการเดินทาง

ประกันการเดินทาง

ประกันเดินทางไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพื่อใช้ในการขอวีซ่าเท่านั้น เพราะสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุดของการทำประกัน ก็คือความคุ้มครองในส่วนต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ความเสียหายหรือการสูญหายของสัมภาระ การช่วยรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาดของเที่ยวบิน รวมถึงการรับผิดชอบความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกอีกต่างหาก

ด้วยความคุ้มครองที่สุดแสนจะครอบคลุมซะขนาดนี้ ทำให้ประกันการเดินทางกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทุกครั้งที่คุณต้องเดินทางไกล ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือไปต่างประเทศก็ตาม ซึ่งการเลือกทำประกันการเดินทางก็ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ คุณจำเป็นต้องเลือกผู้ให้บริการดีๆ เพื่อทีจะได้รับสิ่งที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย

Satorn
Satorn

บทความแนะนำ​

สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อสินเชื่อส่วนบุคคล

งงไปหมด! ทำไมขอ สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ผ่าน?

เตรียมเอกสารก็ครบถ้วนดี แต่ทำไมถึงยังขอสินเชื่อไม่ผ่าน? หลายคนอาจจะมีคำถามเหล่านี้ค้างคาในใจแน่ ๆ วันนี้ rabbit finance มีคำตอบมาฝากกัน  ทำไมขอสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ผ่านกันนะ?  เพราะนโยบายของธนาคาร …

ประกันบำนาญ-เกษียณอายุ
ประกันชีวิตประกันชีวิตสำหรับวางแผนเกษียณ

เริ่มวางแผนเกษียณยังไง? ในปีที่เศรษฐกิจไม่ดี

เศรษฐกิจไม่ดี เป็นเรื่องที่ยาจะควบคุม แต่ก็ต้องหาทางรับมือให้ได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่หลายคนกังวลและคิดไม่ตก ยิ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานใกล้เกษียณ เงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิตจะพอใช้ไหมนะ? แล้วเราต้องวางแผนปรับตัวยังไงดี? ตาม rabbit finance …

บริการอื่น ๆเรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

ปังมาก! เครื่องยนต์ใหม่ 1GD 2.8 ลิตร 204 แรงม้า

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยกับ Toyota Fortuner และ Toyota Revo ซึ่งกระแสตอบรับก็ดีงามสมการรอคอยจริง ๆ การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ นอกจากหน้าตาที่เปลี่ยนแปลงแล้วด้านเครื่องยนต์ก็ได้ถูกพัฒนาด้วยเช่นกัน รอบนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ในรุ่น 2.8 …

Get Discount Vouchers