ล้วงความลับ คนเยอรมัน ทำงานน้อยแต่ได้มาก

posted: 1 year ago
1,551 views
ล้วงความลับ คนเยอรมัน ทำงานน้อยแต่ได้มาก

comments

ถ้าพูดถึงประเทศเยอรมันหลายๆคนอาจจะนึกถึง เบอร์ลิน เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจของโลก และจอมเผด็จการอย่างฮิตเลอร์ที่ทำให้ คนเยอรมัน กลายเป็นที่โจทย์จันในสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่ใครจะรู้ว่าในช่วงวิกฤติยูโรโซน 2012 เยอรมันคือเสาหลักที่พยุงให้ทั้งทวีปขับเคลื่อนไปได้ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ชาวเยอรมันไม่ได้ทำงานหามรุ่งหามคำ และยังมีสวัสดิการทำงานที่ดี ทั้งที่ชั่วโมงทำงานของเขาก็ไม่ได้มากมายอะไรเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

คำถามก็คือ ทำไมประเทศที่ประชากรทำงาน 7 ชั่วโมงต่อวัน อีกทั้งยังลาพักร้อนเฉลี่ย 24 วันต่อปี ถึงสามารถรักษาผลผลิตทางเศรษฐกิจให้สูงอย่างต่อเนื่องได้ 


เวลาทำงาน คือ เวลาทำงาน

 

ทำงาน

 

คนเยอรมันจะมีวัฒนธรรมการทำงานที่โดดเด่นอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อทุกคนอยู่ในที่ทำงาน เขาจะไม่ทำอย่างอื่นนอกเหนือจากงานที่เขาได้รับ ไม่ว่าจะเป็น การเล่น facebook , พูดคุยกับเพื่อร่วมงาน เข้าเว็บไซต์อื่นๆ หรือ แม้กระทั่งพอหัวหน้าเดินมาก็แกล้งทำเหมือนว่ากำลังทำงานอยู่

คนเยอรมันจะมองว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเป็นเรื่อที่รุนแรงมากสำหรับการทำงานในสังคมเยอรมัน

ชาวเยอรมันยังบอกอีกว่า  facebook ถึงว่าเป็นสิ่งต้องห้ามในที่ทำงานและการใช้อีเมล์ส่วนตัวในที่ทำงานถึงว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

โดยจากประสบการณ์จากคนเยอรมันที่เคยไปทำงานที่อังกฤษยังเคยบอกเล่าเรื่องราวของเธอด้วยว่า นอกจากบรรยากาศการทำงานแบบสบายๆของชาวอังกฤษแล้ว เธอค่อนข้างแปลกใจที่ทุกคนพากันคุยเรื่องส่วนตัวของเขาตลอดเวลา

 


ทำงานตามเป้าหมายที่วางไว้

 

การประชุม

 

คนเยอรมันมักจะจดจ่ออยู่กับการที่ทำและ เน้นการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาต้องการอะไร การพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ที่ทำงานให้ผ่อนคลายลงนั้นจะไม่ปรากฏอยู่ในการประชุมของชาวเยอรมัน

เมื่อไรก็ตามที่เริ่มจะเป็นการพูดคุยลงรายละเอียดการทำงานระหว่างพนักงานสองสามคน หัวหน้าจะตัดบทให้ออกไปคุยกันด้านนอก เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมานั่งเสียเวลาการทำงานโดยเปล่าประโยชน์

และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของคนเยอรมันเลยก็คือ พนักงานชาวเยอรมันจะพูดคุยกับหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการปรับให้นุ่มนวล โดยสิ่งนั้นจะไม่ส่งผลต่อการประเมินผลการทำงานของพวกเขา

 


คนเยอรมัน มีชีวิตส่วนตัวนอกเวลางาน

 

ปาร์ตี้

คติ work hard, play hard คงจะใช้ได้กับคนเยอรมันมากที่สุด เพราะในเวลาทำงาน พวกเขาจะตั้งใจทำงานและจดจ่อกับงานเพื่อให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพนักงานในบริษัทส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยไปไหนมาไหนด้วยกันหลังเลิกงาน เพราะชาวเยอรมันค่อนข้างจะแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน

โดยหลังจากที่เลิกงานนั้นพวกเขาก็จะใช้เวลาไปทำการทำกิจกรรมต่างๆหลังเลิกงานทั้ง ออกกำลังกาย ไปร้องเพลงร้านคาราโอเกะ เต้นรำ หรือไปปาร์ตี้ มากกว่าการกลับบ้านนั่งดูทีวีแบบคนไทย

จะเห็นได้ชัดว่า คนเยอรมันชอบการเข้าสังคม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการโต้เถียงต่างๆในเรื่อง การเมือง ธุรกิจ โดยไม่มีการใส่อารมณ์ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของตนเอง

ซึ่งเขาจะมองว่า มันเป็นเรื่องปกติในการพูดคุยกันก็ต้องมีคนเห็นต่างอยู่แล้ว เวลาที่เค้าโจมตีเรา เค้าโจมตี “ความคิดเห็น” ของเรา ไม่ใช่ “ตัวตน” ของเรา

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากการเถียงแบบเคร่งเครียดจบลง เค้าก็กอดคอกันไปเล่นบอลโต๊ะหรือดื่มเบียร์ต่อได้


ความสำคัญกับความเป็นพ่อแม่

 

ครอบครัว

 

นโยบายการลาคลอด ของประเทศนี้ค่อนข้างใจกว้างเป็นอย่างมาก เพราะทั้งพ่อและแม่สามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้สูงสุดสามปี

เมื่อไรก็ตามที่จะต้องลาตลอดทางบริษัทจะจ่ายเงินเดือนครึ่งหนึ่งให้เป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลจะเป็นฝ่ายจ่ายเงินจำนวนหนึ่งแทนจนกว่าจะกลับไปทำงานอีกครั้ง

นอกจากนี้ เด็กๆชาวเยอรมันทุกคนจะได้รับเงินค่าขนมจากรัฐบาลจนถึงอายุ 20-25 ปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละครอบครัว) เด็กบางคนที่เรียนมหาวิทยาลัยแล้วแต่ก็ยังได้รับค่าขนมจากทางรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา เพราะคุณพ่อชาวเยอรมันของเขาเสียชีวิตไปนานแล้ว ถึงแม้ว่าปัจจุบันเขาจะอาศัยอยู่ในต่างประเทศเขาก็ยังได้รับเงินส่วนนั้นอยู่

 


ทีมเวิร์คคือเรื่องสำคัญ

 

บอลเยอรมัน

“ชาวเยอรมันจะไม่มีใครโดดเด่น หรือเป็นดาว เพราะทุกคนจะต้องรู้หน้าที่และบทบาทของตนเอง โดยให้ความสำคัญกับความเป็นทีมเวิร์คเป็นหลัก”

ไม่ว่าจะเป็น การเรียนหรือการทำงาน คนเยอรมันจะไม่ค่อยทำงานเดี่ยวสักเท่าไร เพราะเขาเชื่อว่าการทำงานเป็นกลุ่มจะทำให้ได้มุมมองที่หลากหลายกว่า ถึงแม้จะขาดใครคนใดคนหนึ่งไปงานก็จะต้องเดินไปต่อ 

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างกับการทำงานในออฟฟิศก็คือ สมาชิกทุกคนในทีมจะต้องทำแผนการทำงานร่วมกัน และดำเนินตามแผนและบันทึกผลการดำเนินงานไว้ในฐานข้อมูลของบริษัท

ถ้าหากว่าใครคนใดคนหนึ่งป่วยกระทันหัน คนอื่นๆก็จะสามารถเข้ามารับช่วงต่อได้อย่างไม่มีปัญหา อย่าคิดว่าเมื่อบริษัทขาดเราไปคนเดียวงานจะดำเนินต่อไปไม่ได้ เพราะอย่างในกรณี CEO ของบริษัทหนึ่งเสียชีวิต เค้ายังหาคนมาแทนได้ไม่ยาก

ดังนั้น อย่าให้งานมีความสำคัญมากไปกว่าสุขภาพกาย สุขภาพจิต และครอบครัว เพราะหากเป็นอย่างนั้น ท้ายที่สุด เงินที่หามาได้จากงาน ก็ต้องเอาไปให้หมอ เพื่อซ่อมสุขภาพอยู่ดี

เพราะ “งาน” เป็นแค่  subset หรือส่วนหนึ่งของชีวิตเราเท่านั้น และจัดลำดับความสำคัญไว้ทีหลัง “สุขภาพกาย/จิต” และ “ครอบครัว” เสมอ

ไม่ว่าเราจะทำงานหนักแค่ไหนสุขภาพก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เมื่อไรก็ตามที่เราทำงานมาแต่กลับใช้เงินจนหมดสุดท้ายแล้วเราก็ไม่เหลืออะไร

สิ่งสำคัญก็คือการรู้จักเก็บออม ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และให้ความสำคัญกับสุขภาพในทุกย่างก้าวของเรา เพราะถึงแม้เราจะมีเงินรวยล้นฟ้า แต่ต้องมีปัญหาด้านสุขภาพคงจะแย่ไม่ใช่น้อย ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ติดต่อ rabbit finance

ขอบคณข้อมูลจาก science.knote


avatar
by xcstasy.mm
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon