เริ่มต้นอย่างไรดี เมื่ออยากไปพบจิตแพทย์

posted: 3 months ago
เริ่มต้นอย่างไรดี เมื่ออยากไปพบจิตแพทย์

comments

ปัญหาสุขภาพจิต ถึงแม้จะไม่ได้แสดงออกทางร่างกาย แต่มันก็มีผลทางด้านจิตใจ ความคิดและการกระทำของเรานะคะ ซึ่งถ้าเราปล่อยไว้ ไม่รักษา มันอาจส่งผลร้ายต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้เหมือนโรคร้ายอื่นๆนั่นแหละค่ะ

หลายคน มีความต้องการที่จะไปปรึกษาและรักษากับจิตแพทย์  แต่ก็มีความลังเลและความกังวลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆอยู่มากมาย วันนี้ rabbit finance จึงอยากจะมาช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทุกคนคนและทำให้คุณได้รู้ว่า การไปหาจิตแพทย์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ


พบจิตแพทย์1

เมื่อไหร่ที่เราควรไปพบจิตแพทย์?

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า คนที่ไปหาจิตแพทย์ ไม่ใช่คนโรคจิต

การไปพบจิตแพทย์ ก็เหมือนการไปหาหมอรักษาโรคทั่วไป คือ เมื่อคุณรู้สึกว่าการดำเนินชีวิตประจำวันเริ่มมีปัญหา ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก ความคิดบางอย่างในหัวหรือ ความรู้สึกด้านลบในจิตใจ คุณก็สามารถจะไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำได้ค่ะ

แล้วเมื่อไหร่ที่เราควรไปหาจิตแพทย์?

ง่ายๆเลย คือ เมื่อเรารู้สึกแย่จนมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นเวลาติดต่อกันนานๆค่ะ เช่น นอนไม่หลับ กินข้าวไม่ลง ไม่อยากออกไปเรียน ไม่อยากทำงาน มีความวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น

ซึ่งอาการเหล่านี้ มักจะมีผลต่อการตัดสินใจหรือพฤติกรรมของเรา ทำให้เราอาจจะทำตัวแปลกไปจากปกติ เช่น เงียบขรึม หงุดหงิดง่าย หลีกหนีการเข้าสังคม พูดคนเดียว หรือหันไปเพิ่งสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ เป็นต้น

พฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ได้มีผลกระทบแค่กับตัวเราคนเดียว แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา นานวันเข้ามันจะเริ่มมีผลกระทบต่อคนรอบข้างเราด้วยเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อคุณเริ่มสังเกตว่าตัวเองแปลกไปและไม่สามารถหาสาเหตุหรือแก้ปัญหาได้ มันอาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณต้องขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์แล้วก็ได้ค่ะ


พบจิตแพทย์2

อยากพบจิตแพทย์ ต้องไปที่ไหน?

สำหรับประเทศไทยนั้น ยังขาดแคลนจิตแพทย์อยู่มาก ทำให้ไม่ใช่ทุกโรงพยาบาลที่จะมีจิตแพทย์ไว้รองรับการรักษา แต่จิตแพทย์ก็ไม่ใช่ว่าหายากเย็นขนาดนั้นนะคะ

ส่วนใหญ่แล้ว จิตแพทย์ปกติจะรับตรวจรักษา ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เท่านั้นค่ะ (เว้นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ที่เป็นเฉพาะทาง) โดยคุณสามารถไปพบจิตแพทย์ได้ตามสถานที่ดังนี้

1. โรงพยาบาลรัฐบาล

สำหรับโรงพยาบาลรัฐนั้น ในเวลาราชการ จะไม่มีค่าตรวจของแพทย์ แต่อาจจะมี ค่าบริการประมาณ 50-100 บาท ถ้าเป็นคลินิกนอกเวลา จะมีค่าตรวจเหมือนโรงพยาบาลเอกชน ส่วนค่ายา ถ้าสิทธิ์ที่ใช้ไม่ครอบคลุมก็ต้องจ่ายเงินเองค่ะ

ข้อดีของการไปโรงพยาบาลรัฐ คือ

คุณสามารถใช้สิทธิ์การรักษาได้หลายอย่าง เช่น ประกันสังคม นั่นเอง และสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลรัฐที่มีจิตแพทย์ คอยให้บริการจากลิ้งค์ด้านล่างได้เลยค่ะ

(รายชื่อโรงพยาบาลรัฐที่มีจิตแพทย์ทั่วไป ในกรุงเทพและปริมณฑล)

(รายชื่อโรงพยาบาลรัฐที่มีจิตแพทย์ทั่วไป ในต่างจังหวัด)

2.โรงพยาบาลเอกชน

การไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าโรงพยาบาลรัฐนิดหน่อย แต่ก็อาจจะมีข้อดีที่ ไม่ต้องรอคิวนานค่ะ

(รายชื่อโรงพยาบาลเอกชนที่มีจิตแพทย์ทั่วไป ในกรุงเทพและปริมณฑล)

3.คลินิกจิตเวช

คลินิกจิตเวชแบบเฉพาะอาจจะไม่ได้มีจำนวนมากนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของจิตแพทย์ที่มาเปิดคลินิกเป็นของตัวเอง ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราจะสามารถไปพบจิตแพทย์ได้แบบสะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องไปต่อสู้กับคนเยอะๆที่โรงพยาบาลค่ะ

(รายชื่อคลินิกมีจิตแพทย์ทั่วไป ในกรุงเทพและปริมณฑล)

(รายชื่อคลินิกที่มีจิตแพทย์ทั่วไป ในต่างจังหวัด)

แต่ละสถานพยาบาลจะมีขั้นตอนในการเข้ารับการรักษาที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้น คุณควรจะตรวจสอบให้เรียบร้อย และ อย่าลืมโทรนัดหมอล่วงหน้าด้วยนะคะ

ซึ่งนอกจากช่องทางเหล่านี้ ปัจจุบันยังมีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 และ แอปพลิเคชั่นจิตแพทย์ออนไลน์ ไว้เป็นทางเลือกช่วยให้คำปรึกษาด้วยนะคะ

อีกคำแนะนำนึง คือ ควรเลือกสถานที่ที่เดินทางสะดวกและใกล้ที่สุด เพราะ การหาจิตแพทย์นั้นต้องไปเป็นประจำ เพราะฉะนั้น เลือกที่ที่คุณสะดวกที่สุดจะดีกว่าค่ะ


พบจิตแพทย์3

ขั้นตอนการเตรียมตัว ก่อนไปพบจิตแพทย์

หลายๆคนอาจจะมองว่า การไปพบจิตแพทย์หมายความว่า เราต้องไม่ปกติแน่ๆเลย และเกิดความกลัวว่า ถ้าคนอื่นรู้ว่าเราไปหาจิตแพทย์จะเป็นอย่างไร คนอื่นจะมองว่าเราไม่ดีมั้ย ถ้าไปเจอคนรู้จักจะทำอย่างไร

แต่อาการทางจิต มันก็เหมือนโรคอื่นๆค่ะ ที่ถ้าเราไม่รีบรักษา มันอาจจะ ลุกลามหนัก กว่าเดิมก็เป็นได้

ในต่างประเทศ การไปหาจิตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเป็นเรื่องที่ปกติมากๆเลยนะคะ เพราะฉะนั้น เราไม่อยากให้คุณรู้สึกกลัวหรืออายที่จะต้องไปแต่อย่างใดค่ะ เพราะ มันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย

ซึ่งสำหรับใครที่ตัดสินใจได้แล้ว ว่าอยากจะไปพบจิตแพทย์ เราก็มีวิธีเตรียมตัวสำหรับการเข้าไปพบจิตแพทย์ครั้งแรกมาฝากกันค่ะ


พบจิตแพทย์4

5 วิธีเตรียมตัวเตรียมใจไปพบจิตแพทย์

1. เตรียมใจให้พร้อม

อย่างที่บอกค่ะ ว่าหลายๆคนมักจะกลัวไปก่อนว่าการไปหาจิตแพทย์ต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆเลย แต่ในปัจจุบัน สังคมเองก็ยอมรับการไปพบจิตแพทย์กันมากขึ้น และภาพลักษณ์ของคนที่ไปพบจิตแพทย์ก็ไม่ได้แย่แบบเมื่อก่อน

นอกจากนั้น ทุกสถานพยาบาลจะต้อง มีนโยบายรักษาความลับของผู้ไปขอรับการปรึกษาเสมอ และจะไม่เปิดเผยข้อมูลของคุณหากคุณไม่ยินยอมแน่นอนค่ะ ดังนั้น เราอยากให้คุณเปลี่ยนความคิดซะใหม่ และมั่นใจให้มากขึ้นค่ะ ว่าการไปหาจิตแพทย์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ

2. เตรียมการแต่งกายให้ดี

การแต่งกายเวลาไปพบจิตแพทย์ ก็ไม่ได้มีข้อบังคับอะไรหรอกค่ะ แต่เราก็อยากจะให้คุณ แต่งตัวแบบปกติ แต่ก็คงความสุภาพไว้นิดนึง และก็แต่งตัวให้เข้ากับสภาพอากาศค่ะ โดยอาจจะต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปเผื่อ อากาศเย็น หรือเตรียมพัดเล็กๆไปเพื่ออากาศร้อนสักเล็กน้อยค่ะ

3. เตรียมของสำคัญ

ของสำคัญในที่นี้ คือ พวกเอกสารต่างๆค่ะ เช่น บัตรประชาชน บัตรประกันสังคม ใบส่งตัวจากโรงพยาบาล หรือถ้าใครที่เคยไปหาจิตแพทย์ที่อื่นมาแล้ว ก็เตรียมประวัติการรักษามาเผื่อด้วยก็ดีค่ะ

นอกจากนั้น ก็ควรจะ เตรียมยาที่คุณรับประทานเป็นประจำ มาเผื่อด้วย แพทย์จะได้มีข้อมูลในการวางแผนรักษาที่ดีขึ้นค่ะ

4. เตรียมคนรู้ใจไปด้วย

คนรู้ใจในที่นี้ คือ ครอบครัว เพื่อน หรือคนใกล้ชิดที่สนิทกับคุณนั่นแหลค่ะ เพราะ นอกจากพวกเขาจะช่วยเพิ่มความสบายใจให้คุณในการไปพบจิตแพทย์แล้ว เขาเองอาจจะสามารถให้ข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาเพิ่มเติมได้ด้วยค่ะ

5. เตรียมพาหนะ

การไปพบจิตแพทย์ สำหรับบางคนอาจจะต้องเป็นการเดินทางไกลสักนิดนึง เราจึงอยากแนะนำให้คุณ สำรวจเส้นทางและเตรียมการเดินทางล่วงหน้าไว้ด้วย เพราะ บางโรงพยาบาลจะเปิดรับบัตรคิวแค่ตอนเช้าเท่านั้น ถ้าไปผิดเวลาก็อาจจะไม่ได้เข้าพบแพทย์ได้ค่ะ

rabbit finance หวังว่าบทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัยบางอย่าง และเพิ่มความมั่นใจให้คุณกล้าไปพบจิตแพทย์มากขึ้นนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านทุกคนนะคะ สู้ๆ


avatar
by Pigzzazz

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon