ระบบอาวุโส กับ สังคมไทย และชีวิตการทำงานในปัจจุบัน

posted: 2 months ago
ระบบอาวุโส กับ สังคมไทย และชีวิตการทำงานในปัจจุบัน

comments

เมืองไทย นอกจากจะเป็นเมืองพุทธแล้ว เรื่องการให้ความเคารพ อ่อนน้อมถ่อมตน ความนอบน้อมต่อผู้อาวุโส ก็เป็นที่เลื่องชื่อเช่นกัน และนี่ก็เป็นความน่ารักอีกอย่างหนึ่งของคนไทย ที่ชาวต่างชาติมักเอ่ยถึง

ซึ่งเจ้า ระบบอาวุโส นี้นับว่าเป็นระบบที่ฝังลึก อยู่ในรากเหง้าคนไทยมาช้านาน และแน่นอนว่า ส่งผลกระทบหลายๆ อย่างต่อ ระบบการทำงาน ของเด็กรุ่นใหม่ สังคมสมัยใหม่ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่ต้องใช้ คนรุ่นใหม่เข้ามาควบคุมดูแล

ระบบอาวุโส
ขอบคุณรูปภาพจาก www.isnhotnews.com

ระบบอาวุโส กับ ประเทศไทย

หากจะพูดถึงระบบอาวุโสในประเทศไทย ต้องบอกเลยว่าเจ้าระบบนี้อยู่คู่กับสังคมไทย และประเทศไทยมาช้านาน แน่นอนว่า ระบบอาวุโส นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ต่างจากระบบอื่นๆ 

สำหรับในประเทศไทย ระบบอาวุโสถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เราเป็นเด็ก เริ่มตั้งแต่การเข้าสังคม เรียก ลุง ป้า น้า อา พี่ หรืออื่นๆ เป็นสรรพนามเรียก คนที่โตกว่า แม้คนเหล่านั้นจะไม่ได้เป็นเครือญาติกัน ระบบโซตัส และการทำงานในระบบราชการ เป็นต้น ซึ่งสังคมเหล่านี้เอง ทำให้ระบบอาวุโสยังอยู่ได้ และกลายเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง และยากจะเปลี่ยนแปลง

เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญ การเรียนรู้ก้าวเข้ามา คนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถมากขึ้น วัยอาวุโสบางคนเริ่มตามไม่ทัน ส่งผลให้ความคิด หรือมุมมองหลายอย่างถูกมองว่า ล้าหลัง จึงทำให้เกิดข้อกังขาว่า ระบบอาวุโส กำลังเป็นการขัดความเจริญ โบราณ เก่าเก็บ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนสมัยใหม่เริ่มไม่สนใจ หรือไม่ และด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้ระบบอาวุโส ค่อยๆ ถูกลดบทบาทลง 

ระบบอาวุโส
ขอบคุณรูปภาพจาก th.jobsdb.com

ผลเสียในการทำงานจากระบบอาวุโส

แม้ว่าในปัจจุบัน ระบบอาวุโส อาจจะถูกลดบทบาทลงไปบ้างในองค์กรบางแห่ง แต่อย่างไรเสีย ระบบอาวุโสก็จะยังอยู่กับสังคมไทยต่อไปอีกนาน ต่อให้เกิดการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน อย่างไร ยอมรับเถอะว่ายังไงซะคุณก็หนีระบบอาวุโสไปไม่พ้น เอาเป็นว่า เราลองมาดูกันก่อนว่า การทำงานที่ยังคงยึดมั่นในระบบอาวุโสไปเรื่อยๆ นั้นจะส่งผลอะไรได้บ้าง

  • ผลงานพนักงานจะค่อยๆ แย่ลง

สำหรับในบริษัทที่เน้นระบบอาวุโสเป็นใหญ่ ไม่เคยพิจารณาผลงานพนักงานเลย สนใจแต่เรื่องอายุงาน และความอาวุโสมากเป็นหลัก เมื่อมีพนักงานใหม่มาทำผลงานดี แต่กลับไม่ได้รับรางวัล ต่อไปผลงานที่ออกมาของพนักงานก็จะแย่ลงเรื่อยๆ 

  • ความคิดสร้างสรรค์ในงานจะน้อยลง

ด้วยระบบการทำงานของ ระบบอาวุโส ส่วนใหญ่มักจะมีระบบแบบเดิม เหมือนเดิม ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการทำงานก็จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ได้เช่นกัน เนื่องจากพอคนเราต้องทำงานเดิมๆ วนไปซ้ำๆ ก็เลยส่งผลให้คนทำงานไม่ค่อยมีใครอยากจะคิดอะไรใหม่ๆ ทำงานกันยังไงก็ทำอยู่อย่างนั้น

  • การเปลี่ยนแปลงถูกต่อต้าน

ระบบอาวุโสทำให้การทำงานยากขึ้น เพราะเมื่อจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ระบบอาวุโสจะรู้สึกถึงผลกระทบ และจะต่อต้านความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้ไกลเท่าที่ควร 

  • อยู่มานาน ต้องเก่งกว่า

พอทำงานมานานๆ หลายคนอาจเกิดความทะนงตัว คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องพัฒนาอะไรเพิ่มอีก หลายครั้งจึงเลือกที่จะปฏิเสธสิ่งใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ ซึ่งเรื่องนี้อาจส่งผลให้บริษัทหรือองค์กรไม่มีการพัฒนา กลายเป็นองค์กรที่มีแต่บุคลากร แบบน้ำเต็มแก้ว ไม่สามารถทำให้บริษัทมีผลกำไรเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง

  • คนรุ่นใหม่ที่เก่งจะถูกกลืนหาย

ด้วยระบบอาวุโสนี้ เด็กใหม่ที่เข้ามา อาจจะลำบากในการทำงาน หรือเสนองานใดๆ ที่เป็นความคิดรูปแบบใหม่ เพราะอาจถูกมองว่ามีความคิดที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ไม่เป็นไปตามแบบอย่างที่เคยเป็นมา และอาจจบลงด้วยการถูกต่อต้าน ซึ่งจะส่งผลให้ความคิดดีๆ รูปแบบใหม่ๆ ถูกปล่อยจาง และกลืนหายไปในที่สุด 

ข้อมูลจาก prakal.wordpress.com

ระบบอาวุโส
ขอบคุณรูปภาพจาก www.japanspecialista.h

ข้อดี ของการทำงานแบบ ระบบอาวุโส

ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียเท่านั้น การทำงานในระบบอาวุโสก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ

  • ประสบการณ์การทำงานสูง

แน่นอนว่าผู้อาวุโสในบริษัท จะเป็นผู้ที่ทำงานมานาน มีประสบการณ์การทำงาน สามารถในการวิเคราะห์ และรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ย่อมดีกว่าเด็กใหม่ที่ไร้ประสบการณ์

  • การตัดสินใจที่รวดเร็ว แม่นยำ

เมื่อมองสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเฉียบขาดแล้ว การที่จะตกลง ตัดสินใจดำเนินการ ก็อาจจะรวดเร็ว ทันใจ สร้างผลกำไรให้บริษัทได้ไม่ยาก

  • การทำงานมีระบบ ระเบียบ

การทำงานในองค์กรที่มีระบบอาวุโส ขั้นตอนการทำงานจะต้องมีระบบระเบียบ เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งข้อดีก็คือ ช่วยลดข้อผิดพลาด และมีการตรวจสอบรายละเอียดในทุกขั้นตอน 

  • มีคอนเนคชั่นเยอะ

เมื่ออยู่ในวงการ การทำงานมานาน การคอนเนคชั่นของผู้อาวุโสในบริษัทย่อมมีมาก ส่งผลให้งานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนภายนอก หรือในสายงานเดียวกัน อาจทำงานได้ง่ายกว่าการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ 



ระบบอาวุโส
ขอบคุณรูปภาพจาก www.smethailandclub.com

หัวหน้า ที่ลูกน้องอยากทำงานด้วย

การทำงาน นับว่าเป็นการใช้ชีวิตที่ยุ่งยาก เหนื่อย อีกทั้งมีความเครียดมากมายที่คุณต้องเผชิญ โดยเฉพาะหากเจอหัวหน้าที่ไม่โดนใจ และยิ่งหากในสังคมการทำงานของคุณเป็นแบบ ระบบอาวุโส อาจจะส่งผลให้การทำงานของคุณ ดูจะยากขึ้นไปอีก เราลองมาดูกันว่า เจเนอเรชั่นต่างๆ นี้ อยากทำงานกับหัวหน้ที่มีลักษณะแบบไหนกันบ้าง

1. Baby Boomers

มาเริ่มกันที่กลุ่มแรก Baby Boomers กลุ่มของคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 – 2507 สำหรับในGenนี้ มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา มีความอดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก สู้งาน พยายามคิดและทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นเจ้าคนนายคน ถูกครอบครัวสั่งสอนมาให้เป็นคนประหยัด อดออม จึงมีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง

หัวหน้างานที่ Baby Boomers ต้องการ คือ

  • มีความยุติธรรม 76.47%
  • กล้าคิด กล้าตัดสินใจ 64.71%
  • มีเหตุผล 61.76%
  • รักษาคำพูด 61.76%
  • รับฟังความเห็นลูกน้อง 58.82%

2. Gen X

คน Gen X คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 – 2522 ลักษณะของคนGenนี้ คือ ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว  มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง มีความคิดสร้างสรรค์

หัวหน้างานที่ Gen X ต้องการ คือ

  • มีความยุติธรรม 72.47%
  • สื่อสารชัดเจน 69.41%
  • มีเหตุผล 66.62%
  • กล้าคิด กล้าตัดสินใจ 64.23%
  • ให้เกียรติ 63.83%
ระบบอาวุโส
ขอบคุณรูปภาพจาก www.mktevent.com

3. Gen Y

ต่อมาที่Gen Y คนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 – 2535  มีลักษณะนิสัยชอบการแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบถูกบังคับให้อยู่กรอบ ไม่ชอบอยู่ในเงื่อนไข ชอบเสพข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ ที่หลากหลาย มีอิสระในความคิด กล้าซัก กล้าถามในทุกเรื่องที่ตัวเองสนใจ ไม่หวั่นกับคำวิจารณ์ มีความเป็นสากลมาก มองว่าการนิยมชมชอบวัฒนธรรม หรือศิลปินต่างชาติเป็นเรื่องธรรมดา

หัวหน้างานที่ Gen Y ต้องการ คือ

  • มีความยุติธรรม 74.44%
  • สื่อสารชัดเจน 72.45%
  • มีเหตุผล 71.37%
  • ไม่เอาเปรียบลูกน้อง 70.04%
  • ให้เกียรติ 69.21%

4. Gen Z

สำหรับในเจเนอเรชั่นสุดท้ายที่เราจะพูดถึง คือ Gen Z คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน เด็กรุ่นล่าสุด เพิ่งจบใหม่ หรือเพิ่งได้เริ่มเข้าสู่สังคมการทำงานที่แท้จริง เติบโตมาพร้อมกับความเจริญ เทคโนโลยี สมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต และโซเชียลต่างๆ ส่งผลให้คนวัยนี้ มีความเป็นตัวเองสูง และชอบที่จะได้รับการยอมรับจากสังคม

หัวหน้างานที่ Gen Z ต้องการ คือ

  • รับฟังความเห็นลูกน้อง 77.65%
  • ไม่เอาเปรียบลูกน้อง 77.65%
  • ให้เกียรติ 71.76%
  • สื่อสารชัดเจน 71.76%
  • มีเหตุผล 70.59%

ข้อมูลจาก brandinside.asia

เห็นหัวหน้าในความต้องการของแต่ละเจเนอเรชั่นกันไปแล้ว คุณล่ะ? เคยถามตัวเองบ้างไหม ว่าอยากได้หัวหน้างานแบบไหนกัน?

อย่างที่รู้กันและได้เกริ่นไปแล้วว่า ระบบอาวุโส มันฝังรากลึกในสังคมไทย จนยากที่จะแงะ จะงัดออกมาได้ ดังนั้นทางออกที่ดีของการเข้าสู่สังคมการทำงานในระบบอาวุโสคือ การปรับตัว ให้การทำงานทั้งในแบบสมัยใหม่และระบบอาวุโส สามารถอยู่ควบคู่ไปด้วยกันได้อย่างสมดุล

คนรุ่นใหม่ ต้องปรับตัว กับสังคมรอบข้าง พยายามทำความเข้าใจในระบบ เมื่ออยากปรับปรุงพัฒนา งานใดๆ ก็ควรนำเสนออย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช้อารมณ์ ความชอบ หรือความสบายใจส่วนบุคคลเป็นที่ตั้ง

และในส่วนของคนรุ่นเก่า ก็ควรต้องรู้จักเปิดใจ รับฟังความคิดเห็นใหม่ๆ บ้าง เพื่อที่งานของคุณจะได้เติบโต และมีความทันยุคทันสมัย และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นหลังต่อไป


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon