กำลังจะโดนยึดทรัพย์ ทำยังไงดี?

posted: 1 year ago
15,672 views
กำลังจะโดนยึดทรัพย์ ทำยังไงดี?

comments

ในโลกของการเงินปัจจุบันมีช่องทางที่ช่วยให้เราสามารถทำธุรกิจหรือซื้อสิ่งของจำเป็นต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตของเรามากมายโดยที่เราแทบจะไม่จำเป็นจะต้องมีทุนทรัพย์เริ่มต้นมากมายนัก

เช่น ช่องทางบัตรเครดิต หรือสินเชื่อ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดถ้าหากเราติดค้างชำระหนี้โดยที่ไม่มีเงินไปจ่าย ก็คือมันอาจส่งผลให้เราถูกฟ้องขึ้นศาลจนนำไปสู่การยึดหรืออายัดทรัพย์ ในที่สุด ซึ่งเชื่อว่าคงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน


มีเหตุผลใดบ้างที่จะทำให้โดนฟ้องยึดหรืออายัดทรัพย์ ?

เหตุผลที่จะทำให้ท่านถูกฟ้องยึดหรืออายัดทรัพย์ได้นั้นมีหลากหลายประการ แต่ส่วนมากที่พบเจอจะเป็นในกรณีของการ ติดหนี้ค้างชำระบัตรเครดิต หรือ หนี้จากสินเชื่อต่างๆ ของธนาคาร จนถูกธนาคารหรือเจ้าหนี้ฟ้องศาลเรียกหนี้

โดยท่านจะโดนยึดหรืออายัดทรัพย์ต่อเมื่อเจ้าหนี้ของท่านชนะคดีฟ้องเรียกหนี้จากลูกหนี้ (ลูกหนี้ก็คือตัวท่าน) ไม่สามารถหรือไม่ยอมที่จะชำระหนี้ดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดในคำพิพากษาได้ ศาลจะมีการออกหมายบังคับคดีให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์ของท่าน ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีจะเป็นผู้เข้ามาทำหน้าที่การยึดและอายัดทรัพย์ดังกล่าว โดยทรัพย์สินที่ยึดไปจะถูกนำไปยื่นคำขอขายทอดตลาดต่อศาล เพื่อมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ต่อไป


 

แล้วทำอย่างไรได้บ้าง? เมื่อโดนยึดทรัพย์

 

หากท่านถูกฟ้องร้องโดยเจ้าหนี้ มีสิ่งที่ท่านสามารถจะทำได้หลายสิ่งดังนี้

  • ชำระหนี้: ในเมื่อปัญหาเกิดขึ้นมาจากการที่ท่านติดค้างชำระหนี้ แน่นอนว่าปัญหาก็สามารถที่จะคลี่คลายได้ด้วยการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ให้ครบเช่นเดียวกัน
  • ต่อสู้คดี: ไม่ว่าท่านจะมีเงินชำระหนี้หรือไม่ก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทำอย่างยิ่งคือไปศาลวันนัดหมาย เพื่อต่อสู้คดี ถึงแม้โอกาสที่ท่านชนะจะน้อยมาก แต่อย่างน้อยถ้าหากท่านมีเหตุผลเพียงพอ ศาลอาจมีการช่วยต่อรองให้กับท่านได้เช่นกัน (ในกรณีที่แพ้คดีเพราะไม่ได้ไปศาล ท่านสามารถยื่นคำร้องพิจารณาคดีใหม่ได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับคำบังคับคดี)
  • ขอประนอมหนี้: ตราบใดก็ตามที่ทรัพย์สินยังไม่มีการขายทอดตลาด คุณมีสิทธิที่จะขอประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเสมอ อาจเป็นในรูปแบบของการไกล่เกลี่ย
  • ยื่นฟ้องเจ้าหนี้ในคดีอื่น: หากท่านสามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าเราสามารถลบหนี้กับเจ้าหนี้ได้ หรือหนี้ดังกล่าวไม่ได้มาอย่างเป็นธรรม ท่านก็สามารถที่จะยื่นฟ้องเจ้าหนี้เป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกัน และศาลก็สามารถที่จะสั่งให้ระงับการบังคับคดีเอาไว้ชั่วคราว ซึ่งเราก็ต้องไปสู้กับเจ้าหนี้ในอีกคดีต่อไป
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดนั้นถูกต้องหรือไม่: ในกรณีที่ท่านแพ้คดีและเรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นตอนในการยึดหรืออายัดทรัพย์แล้ว ท่านก็ไม่ควรอยู่เฉยและรอให้เขายึดอะไรไปก็ได้เช่นกัน แต่ต้องคอยตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดไปนั้นถูกต้องหรือไม่ ประเมินราคาต่ำไปหรือไม่ หากมีก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่บังคับคดีพร้อมหลักฐานราคาทรัพย์สินเพื่อให้มีการประเมินราคาใหม่ให้ถูกต้อง

 แล้วเจ้าหนี้สามารถยึดอะไรได้และไม่ได้บ้าง?

 

อาจเคยมีความคิดที่ว่าเจ้าหนี้ชนะคดีแล้วสามารถยึดได้ทุกอย่าง ทว่านั่นไม่ใช่ความจริงเลย เพราะ ตามกฏหมายแล้ว เจ้าหนี้ไม่ได้สามารถที่จะยึดอะไรก็ได้ตามใจชอบ ดังนั้นเราควรจะต้องทราบว่าเจ้าหนี้สามารถที่จะยึดหรือไม่สามารถที่จะยึดทรัพย์สินอะไรของเราได้บ้าง

เจ้าหนี้สามารถยึด

  • ทรัพย์สินมีค่าทั้งหลาย เช่น เครื่องประดับ เพรช พลอย นาฬิกาสุดหรู และของสะสมที่มีมูลค่า ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีพของเรา
  • บ้าน ที่ดิน แม้จะยังติดจำนองอยู่ก็สามารถที่จะยึดได้
  • รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นเครื่องมือจำเป็นในการประกอบวิชาชีพ
  • เงินในบัญชีฝากหรือเงินปันผล
  • เงินเดือนจากการทำงานสำหรับลูกหนี้ที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ทว่าอายัดได้ไม่เกิน 30% และต้องเหลือให้ลูกหนี้มีใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท

เจ้าหนี้ไม่สามารถยึด

  • เครื่องนุ่มห่ม หลับนอน เครื่องใช้สอยส่วนตัว เช่น เสื้อผ้า โต๊ะ เก้าอี้ แต่ต้องรวมกันไม่เกิน 50,000 บาท (หากเกินสามารถถูกยึดได้)
  • เครื่องมือจำเป็นในการประกอบวิชาชีพ แต่ต้องรวมกันไม่เกินกว่า 100,000 บาท (หากเกินสามารถถูกยึดได้)
  • รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของไฟแนนซ์
  • เงินเดือน สำหรับลูกหนี้ที่ทำงานเป็นข้าราชการ จะไม่สามารถทำการยึดหรืออายัดได้ หรือหากเป็นเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ แล้วเงินเดือนไม่ถึง 10,000 บาทก็ยึดหรืออายัดไม่ได้เช่นกัน

อยู่อย่างพอเพียง

 

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ด้านไหน หรือท่าไหน การโดนยึดหรืออายัดทรัพย์สินก็เป็นเรื่องที่มีแต่จะสร้างความทุกข์ให้กับเราอย่างแน่นอน ดังนั้นเราก็ควรที่จะรู้จักใช้อย่างพอตัว ใช้อย่างเหลือเก็บ และใช้ชีวิตตามหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ดั่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราได้ตรัสไว้ และชีวิตของท่านจะมีความสุข มีเหลือกินเหลือใช้อย่างแน่นอนครับ

มีคำถามเรื่องสินเชื่อหรือบัตรเครดิตหรือ? ติดต่อ rabbit finance ได้เลย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก checkraka และ decha


avatar
by Rthorns

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon