“ประกันชีวิต” เรื่องเดิมๆ ที่คนไม่รู้

posted: 1 year ago
“ประกันชีวิต” เรื่องเดิมๆ ที่คนไม่รู้

comments

มาถึงตอนนี้ก็ปลายปี 2017 แล้ว ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่ายังมีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิตอยู่ วันนี้ rabbit finance จึงจะมาไขปัญหาเรื่อง ประกันชีวิต ให้กระจ่างกันไปเลยว่าประกันชีวิตคืออะไร ? มีวิธีเลือกซื้อแบบไหนให้คุ้ม ไม่โดนหลอก จะขุดคุ้ยชนิดที่ว่าอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะเข้าใจเรื่องประกันชีวิตมากขึ้นเลยทีเดียว


ประกันชีวิตคืออะไร ? ต่างกันกับประกันสุขภาพหรือเปล่า ?

คาดว่าจนถึงตอนนี้อาจจะมีหลายๆ ท่าน เข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิตกันอยู่ ว่าประกันชีวิตนั้นให้ความคุ้มครองเหมือนๆ กับการทำประกันสุขภาพ ขอบอกเลยค่ะว่าสิ่งที่คุณเข้าใจนั้น มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

อันที่จริงแล้วประกันชีวิต คือ วิธีการที่บุคคลกลุ่มหนึ่งร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องจากการตาย การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และการสูญเสียรายได้ในยามชรา โดยที่เมื่อบุคคลใดต้องประสบกับภัยเหล่านั้น ก็ได้รับเงินเฉลี่ยช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตนเองและครอบครัว โดยบริษัทประกันชีวิตจะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการนำเงินก้อนดังกล่าวไปจ่าย ให้แก่ผู้ได้รับภัย

ประกันชีวิต

ซึ่งประกันภัยที่ถูกจัดให้อยู่ในหมวดประกันชีวิตนั้นจะประกอบไปด้วย ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์, ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ, ประกันชีวิตแบบบำนาญ, ประกันชีวิตแบบคุ้มครองจำกัดเวลา เป็นต้น เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าประกันชีวิตนั้นมันต่างจากประกันสุขภาพขนาดไหน


ข้อดี – ข้อเสีย การทำประกันชีวิต รู้ไว้ก่อนซื้อ

ข้อดีของการทำประกันชีวิต

 

ได้ตามที่จ่ายจริง ส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ทั้งนี้เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เท่านั้น

  • เงินที่ชำระจะได้รับครบทั้งจำนวน

หรือทยอยรับจนถึงวันกำหนดอายุกรมธรรม์ หากเป็นประกันสุขภาพ ค่าใช้จ่ายที่ประกันจ่ายไปตามเงื่อนไขก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

  • เป็นการสร้างหลักประกัน

เพราะเราทุกคนต่างรู้ดีว่าชีวิตคือความไม่แน่นอน การทำประกันชีวิตเอาไว้จะช่วยชดเชยความเสียหายแก่คนข้างหลังได้

  • เป็นการวางแผนทางการเงินให้มีวินัย

การทำประกันชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาระยะยาว ซึ่งในรูปแบบของประกันชีวิตส่วนใหญ่จะมีส่วนของการออมทรัพย์อยู่ด้วย เช่น การประกันไว้ให้มีทุนเลี้ยงชีพในวัยชรา สร้างมรดกเอาไว้ให้ครอบครัว

หากมีการ ยกเลิกกรมธรรม์ระหว่างสัญญา เงินที่ผู้เอาประกันชีวิตได้รับคืนจะไม่เท่ากับเงินจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายให้กับบริษัท เพราะเบี้ยประกันส่วนหนึ่งถือเป็นการซื้อเพื่อความคุ้มครอง

  • เป็นการลงทุนที่ไม่สูญหาย

เพราะการลงทุนในประกันชีวิตถือเป็นการลงทุนเพื่อให้ชีวิตได้รับความคุ้มครอง

  • มีประโยชน์ในการส่งเสริมธุรกิจ

ในการทำธุรกิจนั้นไม่ว่าจะทำธุรกิจประเภทใดก็ตาม ต้องมีความคุ้มครอง ทั้งประกันวินาศภัย และประกันชีวิต เป็นการสร้างความเชื่อมั่น และความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับตัวธุรกิจของคุณเอง

ข้อเสีย

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแหละค่ะว่า ควรทำเท่าที่เงินเหลือ จะได้ไม่ต้องมายกเลิกทีหลัง

  • ค่าเงินมันด้อยค่าลงทุกวัน

ยิ่งเมื่อ 10 ปีผ่านไป เบี้ยที่คุณชำระไป 100,000 บาท ปีที่ 10 คุณก็ได้รับคืนโดยรวมครบตามนั้น แต่ 100,000 บาท ของอีก 10 ปีข้างหน้ามันมีมูลค่าน้อยกว่าจริงๆ ค่ะ


เทคนิคการซื้อประกันชีวิต ซื้อยังไงให้เหมาะ ไม่โดนโบรกเกอร์ประกันภัยเถื่อนหลอก

โบรกเกอร์ประกันภัย

เมื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกันชีวิตมากขึ้นแล้ว ก็ไปสู่ขั้นตอนต่อไปดีกว่ากับคำถามที่ว่า “จะทำประกันชีวิตทั้งทีควรเลือกแบบไหนดี ?”

1. เลือกให้เหมาะกับความต้องการ

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า ประกันชีวิตแบบพื้นฐานมีอยู่ 4 ประเภท และแต่ละประเภทก็เหมาะกับเป้าหมายที่ต่างกัน ดังนี้

  • แบบตลอดชีพ :

    เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะยาว ไม่เน้นผลตอบแทน ให้ความมั่นคงในชีวิตของคนที่เราดูแล เช่น คนที่มีลูกเล็กหรือคนที่ต้องการวางแผนสร้างหลักประกันให้กับครอบครัว

  • แบบชั่วระยะเวลา :

    เหมาะกับคนที่เน้นความคุ้มครองชีวิตระยะสั้น-ปานกลาง ช่วง 10-20 ปี ไม่มีผลตอบแทน ได้ผลประโยชน์ก็ต่อเมื่อเสียชีวิตเท่านั้น เป็นการให้ความมั่นคงในชีวิตของคนข้างหลัง เช่น คนที่มีภาระหนี้บ้าน หรือต้องการคุ้มครองลูกในวัยเรียน

  • แบบสะสมทรัพย์ :

    เหมาะกับคนที่ต้องการการันตีเงินออม เพื่อการออมเงิน ไม่เน้นความคุ้มครองมากนัก มีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว

  • แบบบำนาญ :

    เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนเกษียณ สร้างรายได้ที่แน่นอนส่วนหนึ่ง และรับเงินบำนาญหลังเกษียณ

ซึ่งถ้าคุณไม่เข้าใจเงื่อนไขและรายละเอียดของแบบประกันชีวิตแต่ละแบบ ว่าเหมาะสมกับความต้องการหรือความจำเป็นแบบไหน ก็อาจทำให้ประกันชีวิตที่ทำไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือความจำเป็นได้

2.สำรวจงบประมาณจ่ายเบี้ยแต่ละปีให้พอเหมาะ

โดยทั่วไปแล้วคุณไม่ควรจ่ายค่าเบี้ยประกันเกินประมาณ 10% ของรายได้ทั้งปี เพราะถ้าสูงกว่านี้อาจจะรู้สึกเป็นภาระที่หนักเกินไป และจะทำให้ไม่อยากจ่ายเบี้ยปีต่อๆ ไปได้

ประกันชีวิต

3.เลือกแบบประกันที่ตรงใจ

แบบประกันบางแบบจ่ายเบี้ยสั้นแต่เบี้ยประกันสูง ส่วนบางแบบจ่ายยาวแต่เบี้ยต่อปีไม่แพง บางแบบคุ้มครองยาว หรือบางแบบไม่มีเงินจ่ายคืนเลยแต่ให้ความคุ้มครองสูง เป็นต้น คุณต้องเปรียบเทียบประกันภัยดูว่าแบบไหนที่ตรงใจกว่า

4.ก่อนเลือกซื้อควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือ

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะซื้อประกันชีวิตแล้ว ความน่าเชื่อถือของตัวแทนโบรกเกอร์ประกันภัยก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรตรวจสอบให้ดีว่าบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยนั้นเปิดให้บริการมานานหรือยัง มีประวัติการดำเนินการที่ดีมากน้อยแค่ไหน และควรตรวจสอบเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์ประกันภัยให้ดีด้วย วิธีง่ายๆ เลยก็คือ เข้าไปที่เว็บไซต์ของ คปภ. แล้วกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ คุณสามารถเช็คความน่าเชื่อถือได้จากเว็บไซต์ของ คปภ. อีกด้วย เพราะเว็บไซต์ของ คปภ. จะมีรายชื่อบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยในด้านต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยรถยนต์ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ทำให้คุณสามารถเช็คบริษัทที่อยู่ในบัญชีแบล็คลิสต์ได้


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon