ชวนเที่ยวสิงคโปร์ งบ 8,000 ตังค์ยังเหลือ!

posted: 3 months ago
ชวนเที่ยวสิงคโปร์ งบ 8,000 ตังค์ยังเหลือ!

comments

“การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้
การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ”

เพลง : การเดินทาง
ศิลปิน: ชาติ สุชาติ

จริงอยู่ที่ว่าการเดินทางคือการเรียนรู้ แต่บางครั้งการเรียนรู้นี้ก็นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสาหัส ยิ่งถ้าการเดินทางของคุณคือประเทศสิงคโปร์ ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก บอกเลยว่างานนี้งบบานแน่

แต่เนื่องจากเราเป็น #คนงก2018 ทริปนี้เลยเซฟสุดๆ ทำมิชชั่นแบกเป้เที่ยวสิงคโปร์ด้วยงบ 8,000 บาทกันไปเลย! ขอบอกไว้ก่อนว่าราคานี้รวมค่าตั๋วไปกลับ รวมที่พักและกินอยู่ตลอด 5 วัน 6 คืน ที่สำคัญยังเก็บแลนด์มาร์คสำคัญอย่างครบถ้วน ฟังดูเหมือนจะยาก แต่ขอบอกเลยว่าง่ายนิดเดียว


แพลนค่าใช้จ่ายก่อน Let’s go to สิงคโปร์

อย่างที่ได้บอกไปข้างต้นว่าเราคือคนงก 2018 การจัดทริปด่วนครั้งนี้ เราจึงต้องวางแผนทุกอย่างมาเป็นอย่างดี โดยมีข้อจำกัดจากผู้ร่วมทริปอีกท่านหนึ่งว่าต้องมีเวลาให้นางไปรับบัตรคอนเสิร์ต GOT7 ที่ Scotts Square ก่อนวันที่ 3 สิงหาคม 2561 และด้วยความสมานสามัคคีของเราทั้ง 2 คน การเตรียมการทั้งหมดก็ประสบผลสำเร็จด้วยดี

สิงคโปร์
ขอบคุณภาพจาก transportjournalnews.com

1. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ เราเลือกเดินทางกับสายการบินนกสกู๊ต โดยเลือกที่จะซื้อตั๋วขาไป-ขากลับแยกกัน เนื่องจากตั๋วรวมไปกลับมีราคาที่แพงกว่า ซึ่งค่าเสียหายที่เราต้องจ่ายทั้งหมดไม่ว่าจะขาไปหรือกลับ รวมแล้วอยู่ที่ 4,052 บาท 

งานนี้ใครที่อยากประหยัดค่าเดินทางเราขอแนะนำให้ลองดูหลายๆ สายการบินค่ะ ลองเปรียบเทียบราคาตั๋ว ค่าน้ำหนักกระเป๋า  ถ้าโชคดีคุณอาจเจอสายการบินที่กำลังจัดโปรโมชั่นลดแรงๆ ก็เป็นได้

สิงคโปร์
ขอบคุณภาพจาก agoda.com

2. ที่พัก

เมื่อตั๋วเครื่องบินพร้อมแล้ว เราจะพลาดที่พักไปได้ยังไง ช่วงที่เรามาเที่ยวสิงคโปร์นั้นตรงกับช่วงที่มีคอนเสิร์ตใหญ่ถึง 2 งาน ทำให้เหลือที่พักไม่มาก เนื่องจากที่พักย่านไชน่าทาวน์ และออชาร์ดเต็มหมด ท้ายที่สุดก็ได้เป็นที่พักย่านคัลลังอย่าง Drop INN Singapore HOSTEL 4 วัน 3 คืน ราคา 1,323 บาท ตกคืนละ 366.75 บาท

ใครที่อยากจะได้ราคาที่พักถูกๆ เราขอแนะนำให้ลองดู Agoda, Booking และ Hotels แล้วนำราคาที่พักจากแต่ละที่มาเปรียบเทียบกัน ที่ไหนถูกสุด เว็บไหนถูกสุดก็เลือกที่นั่น การจองที่พักล่วงหน้าช่วยให้เราแพลนการเที่ยวได้ง่ายและสะดวกขึ้นจริงๆ

สิงคโปร์

3. ประกันเดินทาง

แม้ว่าเราจะเดินทางมาประเทศใกล้เคียงอย่างสิงคโปร์ แต่ก็ไม่ควรที่จะประมาทไปค่ะ ขึ้นชื่อว่าการเดินทางย่อมเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เสมอ งานนี้เราและผู้ร่วมทริปก็เลยซื้อประกันเดินทางกันค่ะ อุ่นใจไว้ก่อนดีที่สุด โดยค่าประกันนั้นก็โดนไปเบาๆ ค่ะ แค่ 244 บาทเท่านั้น แต่ครอบคลุมมากโข

สิงคโปร์

4. แลกเงินดอลลาร์สิงคโปร์

คิดจะไปกินอยู่บ้านเขาทั้งทีเงินมันต้องมี ร้านไหนเรทดีสุดจัดไปค่ะ โดยร้านที่เราเลือกเอาไว้สำหรับแลกเงินในครั้งนี้ก็คือร้าน SuperRich ค่ะ โดยวันที่ไปแลกเงินนั้นค่าเงินขึ้นสูงสุดเลย จาก 24.35 ขึ้นเป็น 24.45 เงิน 3,000 บาทของเราจึงแลกได้เพียง 163 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น

สิงคโปร์
ขอบคุณภาพจาก toshinoonline.com

5. ปลั๊กไฟ

ไม่อยากให้ชีวิต Unplug เรื่องปลั๊กไฟก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ห้ามละเลย เนื่องจากรูปลั๊กไฟของสิงคโปร์จะเป็นปลั๊ก 3 ขา รูเหลี่ยมแบบประเทศอังกฤษ การมีตัว Adaptor แปลงรูปลั๊ก จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เตรียมไปจากไทยดีกว่าเพราะราคาถูกกว่าที่นั่นเยอะเลย


บันทึกค่าใช้จ่ายที่ สิงคโปร์ ดินแดนแห่งเมอร์ไลออน

Travelling date (1 สิงหาคม 2561)

  • ค่ารถไฟไปดอนเมือง = 15 บาท

งานนี้ใครที่อยากประหยัดค่าเดินทางขอให้คุณลองนั่งรถไฟไปดอนเมืองดูค่ะ นั่งเพลินๆ 45 นาทีก็ถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว สะดวก ประหยัด หมดปัญหาเรื่องรถติดไปได้เลย

สิงคโปร์

Day 1 in Singapore (2 สิงหาคม 2561)

  • บัตร Tourist Pass Plus (ราคาสำหรับ 3 วัน) @Changi Airport = 38 SGD

เป็นบัตรเดินทางแบบเหมาจ่ายทีเดียวใช้ได้ Unlimited รอบ มีให้เลือก แบบ 1 วัน, 2 วัน และ 3 วัน ใช้ได้ทั้งกับรถไฟและรถบัสแต่ใช้กับระบบขนส่งบางอย่างไม่ได้ เช่น รถรางข้ามไปเกาะเซนโตซ่า ที่สำคัญบัตรนี้ยังรวมค่าเข้า Alive Museum Singapore ที่เป็นแบบพิพิธภัณท์ภาพ 3 มิติ ใครที่จะไปพิพิธภัณฑ์นี้บอกเลยว่าฟรี! ไม่ต้องเสีย 25 เหรียญ SGD

  • น้ำเปล่า (ราคาโปรโมชั่น สำหรับซื้อ 2 ขวด) @Changi Airport = 1.60 SGD
  • ซิมโทรศัพท์มือถือ (ราคาสำหรับ 100 GB 7 วัน) Singtel @China Point = 15 SGD
  • อาหารกลางวัน (ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา) @Hong Lim Complex = 4.50 SGD
  • อาหารเย็น (พารตะ) +น้ำเปล่า @China Town = 6.00 SGD + 1.50 SGD

 

สิงคโปร์

Day 2 in Singapore (3 สิงหาคม 2561)

  • อาหารเช้า (บะหมี่น้ำหมูแดงเกี๊ยวกุ้ง) @Kallang Road = 3.00 SGD
  • อาหารเย็น (พารตะ) @China Town = 6.00 SGD

 

สิงคโปร์

Day 3 in Singapore (4 สิงหาคม 2561)

  • อาหารเช้า (บะหมี่แห้งหมูแดงเกี๊ยวกุ้ง) @Kallang Road = 3.00 SGD
  • น้ำเปล่า @Mustafa Little India = 0.80 SGD
  • อาหารเย็น (มาม่าจากไทย)

 

สิงคโปร์

Day 4 in Singapore (5 สิงหาคม 2561)

  • อาหารเช้า (บะหมี่แห้งหมูแดงเกี๊ยวกุ้ง) @Kallang Road = 3.00 SGD
  • ค่าเติมบัตรเดินทาง = 10.00 SGD
  • อาหารกลางวัน (มาม่า+ไส้กรอก) @Merlion Park = 3.00 SGD + 1.80 SGD
  • อาหารเย็น (Mc Fish Set) @Changi Airport = 5.00 SGD

เท่ากับว่าใน 4 วันนี้เราใช้จ่ายอยู่ที่สิงคโปร์เพียง 102.2 SGD เท่านั้น ตีเป็นเงินไทยตามเรทราคาที่แลกมา 1 SGD = 24.45 บาทแล้วก็อยู่ที่ 2,498.79 บาท เมื่อนำมารวมกับค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักแล้วก็เท่ากับว่า ทริปนี้เราใช้เงินเพียง 7,873.79 บาทเท่านั้น

ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายของเราจะไม่มาก แต่เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวบอกเลยว่าไม่น้อยนิดเหมือนค่ากินอยู่แน่นอน เพราะจัดเต็มกันทั้งทริปไม่ว่าจะเป็น China Town Food Street, Sentosa,  Marina Bay Sands, Gardens by the Bay, Merlion Park, Wonder Full-Light & Water, วัดพระเขี้ยวแก้วและพิพิธภัณฑ์, ตรอก Haji Lane, ถนนออร์ชาร์ด, Fort Canning Park, Little India, วัดศรีมาริอัมมัน และวัดเยี่ยไห่ชิง ซึ่งสถานที่ส่วนมากก็เปิดให้เข้าชมฟรี งานนี้เลยได้ถ่ายรูปชิลล์ๆ กลับมาอวดคนที่บ้านเพียบเลยจ้า

ใครที่งบน้อยแล้วอยากประหยัดเราขอแนะนำให้พยายามจดรายจ่ายทุกครั้งค่ะ จะได้รู้ว่าตนเองใช้เงินเท่าไหร่ ที่สำคัญต้องอดทนให้มากค่ะ เหนื่อยยังไงก็ห้ามนั่งแท็กซี่โดยเด็ดขาด เพราะค่าแท็กซี่ที่นี่แพงมาก ยิ่งดึกราคายิ่งแพง เผลอๆ โดนชาร์จราคาเป็นเท่าตัวจากราคาเดิมเลยนะ

รู้แบบนี้แล้วใครที่เงินน้อยแต่อยากไปเที่ยวที่สิงคโปร์ เราบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไป เราทำได้ คุณทำได้ถ้ารู้จักการวางแผนการท่องเที่ยว


avatar
by I'm Duck
เป็ดที่เก่งไม่สุดสักทาง ปัจจุบันอยากเขียนบทความดีๆ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเยอะ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon