รู้ทัน ป้องกัน ภัยร้ายจาก “โจรสกิมมิ่ง”

posted: 1 year ago
1,268 views
รู้ทัน ป้องกัน ภัยร้ายจาก “โจรสกิมมิ่ง”

comments

กลับมาอีกครั้งกับการโจรกรรมที่เคยระบาดหนักไปทั่ว กับ โจรสกิมมิ่ง โจรผู้ลักลอบ คัดลอกบัตร atm จากตู้กด และติดตั้งแป้นครอบกดตัวเลขเพื่อบันทึกรหัสผ่าน หรือที่หนักไปกว่านั้นคือการติดกล้องรูเข็มเพื่อจดจำรหัสผ่านจากเจ้าของบัตร แหม่!!  เสียดายความรู้ที่พวกโจรเหล่านี้มีจริงๆ เพราะถ้าไม่นำความรู้ที่มีไปทำให้คนอื่นเดือนร้อน ประเทศเราคงมีบุคลากรที่มีความสามารถอีกเยอะเลยทีเดียว

แต่แล้วไง ใครแคร์? เพราะวันนี้เราจะเอาความรู้เก่านำกลับมา Reuseเตือนความจำให้ทุกๆคน รู้ทันโจรสกิมมิ่งว่าสกิลเด็กๆที่เคยทำ มันใช้ไม่ได้ผลแล้วจ้า


รู้ทันโจรข้อสังเกตดูตู้เอทีเอ็มโดนโจรสกิมมิ่ง

 

  • ที่ตั้งตู้เอทีเอ็ม

เป็นสิ่งแรกที่ควรสังเกต เพราะหากตู้เอทีเอ็มอยู่ในที่เปลี่ยว นั่นหมายถึงเหล่าโจรสกิมมิ่งจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์คัดลอกข้อมูลบัตรได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น ตู้ตั้งเอทีเอ็มที่ดีควรอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง ผู้คนพลุกพล่านและจะดีเป็นอย่างยิ่งหากที่ตรงนั้นมีการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. หรือเป็นบริเวณที่มีกล้องวงจรปิด เช่น ตู้กดหน้าธนาคาร หน้าร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้า

  • ช่องเสียบบัตรเอทีเอ็ม

ช่องเสียบบัตรเป็นสิ่งที่ต้องสังเกตให้ดี เพราะจะเป็นส่วนที่โจรสกิมมิ่งมักใช้ติดตั้งเครื่องคัดลอกข้อมูลบัตร ช่องเสียบบัตรที่ดีต้องแนบชิดตัวเครื่องไม่มีช่องโหว่ มีความแข็งแรง ไม่มีรอยงัดแงะช่องเสียบบัตร และที่สำคัญ ลักษณะสีต้องไม่แปลกไปจากตู้กด

ดังนั้น หากช่องเสียบบัตรมีลักษณะที่แปลกไปจากตู้อื่น หรือยื่นออกมามากกว่าปกติ ทางที่ดีควรเปลี่ยนตู้กดเพื่อความปลอดภัยต่อทรัพย์สินของเราเองดีกว่า

skaiming
ขอขอบคุณภาพจาก https://pantip.com/topic/32610677
  • ไฟกระพริบช่องเสียบบัตรเอทีเอ็ม

ตัวไฟกระพริบในช่องเสียบบัตรถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ บริเวณช่องเสียบบัตร

ดังนั้น หากเห็นไฟไม่ครบหรือไม่ชัดเจน ให้คิดไว้ก่อนว่าอาจมีเครื่องมืออุปกรณ์ของโจรสกิมมิ่งติดตั้งไว้เพื่อดักจับข้อมูลบัตร และหลีกเลี่ยงไปใช้เอทีเอ็มตู้อื่น

  • แป้นกดรหัส

เหล่าโจรสกิมมิ่งมีการทำแป้นกดบัตรปลอมไว้เพื่อดักจับการกดรหัสของเจ้าของบัตร ดังนั้น ผู้ใช้จะต้องสังเกตแป้นกดรหัสว่า มีลักษณะราบเรียบไปกับตู้เอทีเอ็ม ไม่นูนหรือหนามากเกินไป เมื่อกดลงไปแล้วแป้นสั่นเหมือนจะหลุดหรืออ่อนยวบลงไปหรือเปล่า เพราะแป้นกดรหัสโดยทั่วไปจะมีความแข็งแรงมาก หากพบลักษณะดังที่กล่าวมาควรยกเลิกการใช้บริการและเปลี่ยนตู้เอที่เอ็มใหม่จะปลอดภัยกว่า

  • อุปกรณ์แปลกปลอมบริเวณตู้เอทีเอ็ม

เพราะนอกจากข้อมูลในบัตรแล้วสิ่งที่เหล่าโจรสกิมมิ่งต้องการ คือ ตัวเลขรหัสบัตรเอทีเอ็ม 4 ตัวที่บางคนพยามทั้งจด ทั้งจำ เพื่อให้จำรหัสนี้ให้ได้แทบตาย แต่!! เหล่าโจร500พวกนี้กลับสามารถจำมันได้ในระยะเวลาสั้นๆ ด้วยการติดตั้งกล้องรูเข็มในบริเวณตู้กดที่แอบไว้

ดังนั้น ผู้ใช้บัตรควรสังเกตให้ดีและรอบคอบเพราะธนาคารส่วนมากไม่มีใครไปติดสิ่งแปลกปลอมบริเวณตู้กดแน่ๆ

  • การดึงบัตรเอทีเอ็มเข้า-ออก

ลักษณะการดึงบัตรเข้าออกก็เป็นอีกสิ่งที่ผู้ใช้บัตรต้องสังเกต เพราะในการเลื่อนออกมาของบัตรต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถดึงออกมาได้ง่าย ซึ่งควรมีระยะห่างประมาณ 2 ซ.ม หากน้อยกว่าหรือไม่สามารถดึงบัตรออกมาได้อย่างสะดวก อาจเพราะมีอุปกรณ์แปลกปลอมถูกติดตั้งไว้ด้านใน ดังนั้นควรแจ้งธนาคารให้ตรวจสอบเพื่อป้องกันทรัพย์สินของท่านเอง

ป้องกันสกิมมิ่ง

วิธีป้องกันโจรสกิมมิ่งด้วยตัวเอง

วิธีป้องกันเหล่าโจรสกิมมิ่ง ง่ายๆที่เริ่มได้จากตัวผู้ใช้บัตรเอง นั่นก็คือ รหัสเอทีเอ็ม เพราะหลายคนยังงงกับตัวเองเลยว่า แค่รหัสที่เราตั้งขึ้นเองเพียง 4 ตัว ทำไม เรายังจำไม่ค่อยได้

  • ควรเป็นรหัสที่ยากต่อการคาดเดา แต่ผู้ใช้บัตรเองต้องจำได้
  • อย่างที่เคยได้ยินกับประโยคที่ว่า จำไม่หมดให้จดดีกว่าจำ แต่!! การจดรหัสเอทีเอ็มที่ดี ไม่ควรจดไว้หลังบัตร หรือในที่ที่ผู้อื่นสามารถรู้ได้ง่ายนะคะ
  • ไม่ควรใช้รหัสที่ทางธนาคารตั้งขึ้นมาให้ และควรที่จะทำลายเอกสารที่แจ้งรหัสทิ้งเสีย อีกทั้งยังควรเปลี่ยนรหัสเอทีเอ็มทุกๆ 3 เดือนหรือบ่อยกว่านั้น

นอกจากรหัสบัตรเอทีเอ็มแล้วยังมีการป้องกันที่ทุกคนน่าจะทราบกันดี คือ

  •  การบังหน้าจอขณะกดรหัสเอทีเอ็ม
  •  การเก็บสลิปที่กดเงินไว้
  •  การตั้งจำนวนเงินที่เบิกถอนได้ในแต่ละวัน
  •  การแจ้งเตือนธุรกรรมการเงินผ่าน SMS
  •  การใช้บัตรที่มีความปลอดภัยในระดับสูง

ภัยจากเหล่าสกิมมิ่งไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบ แม้กระทั้งการขายของ-ซื้อของ ออนไลน์ ก็ยังไม่สามารถหนีพ้น และแน่นอนคาดว่ายังมีเหล่านักช้อปออนไลน์ที่ยังไม่รู้

ในบทความนี้เราจึงมีทริคง่ายๆสำหรับสาวๆหนุ่มๆที่หลงรักการช้อปออนไลน์เพื่อป้องกันเหล่าโจรสกิมมิ่ง นั่นก็คือ เลขCVV และ รหัสOTP นั่นเอง เพราะการซื้อของออนไลน์ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่ก็บัตรเดบิต

ทำให้ การใส่เลข CVV และ รหัสOTP จึงเป็นการป้องกันโจรสกิมมิ่งที่มักขโมยข้อมูลโดยการแอบดูรหัสผ่าน เวลาที่เราทำการกดเงินจากตู้ หรือ ใช้งานผ่านระบบออนไลน์ ได้เป็นอย่างดี แต่ก็นั่นแหละ เพราะสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของผู้ถือบัตร คือ ไม่ควรให้ใครเห็นข้อมูลหลังบัตรตัวเอง

สกิมมิ่ง
ขอขอบคุณภาพจาก http://sharkshows.tv/

ทำอย่างไรเมื่อถูกขโมยข้อมูลบัตร

  • เปลี่ยนตู้เอทีเอ็มเพื่อทำการเปลี่ยนรหัสบัตร
  • หากถูกกดเงินออกไปแล้วให้แจ้งอายัดบัตร พร้อมทั้งติดต่อธนาคารให้ติดตามนำเงินมาคืน
  • แจ้งความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ธนาคารตรวจสอบ เพื่อหยุดการโจรกรรมจากเหล่าโจรสกิมมิ่ง
  • ธนาคารจะเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งจะโทษว่าเป็นความประมาทของผู้ถือบัตรไม่ได้

อย่างที่บอกไป วิธีการของเหล่าโจรทั้งหลายไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีอีกหลากหลายกลโกง ที่เราๆเองบางครั้งก็ตามไม่ทัน ซึ่งก็ได้แต่ระวัง และพยายามป้องกันตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อหวังว่าสักวัน การกลโกลที่เกิดขึ้นจะหายไปจากสังคม

แม้ว่า การใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต จะช่วยให้เราได้รับความสะดวกมากขึ้น แต่หากคุณใช้ไม่ระวัง สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็สร้างความเดือดร้อนให้คุณได้เช่นกันค่ะ

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon