เหมันต์นี้ ดูแลผิวหน้า อย่างไร ให้ชุ่มฉ่ำ พร้อมสู้ลมหนาว

posted: 2 months ago
เหมันต์นี้ ดูแลผิวหน้า อย่างไร ให้ชุ่มฉ่ำ พร้อมสู้ลมหนาว

comments

ผิวของคนเรา มีหน้าที่เป็นตัวกักเก็บน้ำในร่างกาย และปกป้องอวัยวะต่างๆ จากสภาพแวดล้อมภายนอก สำหรับในฤดูหนาว อากาศที่เย็นลงแบบนี้ ถ้าเราไม่ดูแลผิวหน้าให้ดี อุณหภูมิที่ลดลงเพียง 1 องศา ก็สามารถส่งผลให้ผิวหน้าและผิวกายของคนเรา ผลิตน้ำมันน้อยลง ถึง 10% เลยทีเดียว

สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ย่อมส่งผลให้สภาพผิวของเราเปลี่ยนแปลงตามด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น หน้าหนาวแบบนี้ สาวๆ และหนุ่มๆ ทั้งหลาย ก็ควรปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลผิวหน้ารวมถึงเลือกใช้สกินแคร์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับอากาศที่เย็นลงด้วยนะคะ

rabbit finance จึงได้รวบรวมสกินแคร์น่าใช้และ วิธีการดูแลผิวหน้า ในช่วงฤดูหนาว ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ มาฝากกันค่ะ


ดูแลผิวหน้า 11

หน้าหนาวแบบนี้ ผิวหน้าของเราจะเป็นอย่างไร

ในฤดูหนาว นอกจากสภาพอากาศและอุณหภูมิที่เย็นลงแล้ว ความชื้นในอากาศยังหายไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งเมื่อไรที่อากาศภายนอก แห้งกว่าผิวของเรา มันจะส่งผลให้น้ำในผิวระเหยออกไปตามรูขุมขนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อความชุ่มชื้นในผิวหายไป มันจะทำให้ผิวของเราแห้งและตึงกว่าปกติ เนื่องจากขาดน้ำที่ไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวนั่นเอง ซึ่งปัญหาผิวหน้าที่พบได้บ่อยในหน้าหนาว ได้แก่

  • ผิวขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น แห้งตึง และเป็นขุย
  • ผิวบอบบาง แพ้ง่ายและระคายเคืองกว่าปกติ
  • ผด ผื่น รอยแดง และรอยตีนกาเกิดขึ้นได้ง่าย

ดังนั้น การดูแลผิวหน้า ในช่วงที่อากาศเย็นและแห้งแบบนี้ จึงต้องเน้นไปที่การเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นหลัก ใส่การปกป้องผิวจากอากาศเย็นเข้าไปอีกชั้น รวมถึงต้องเติมขั้นตอนการรักษาปัญหาผิวที่เกิดได้ง่ายในช่วงนี้ไปด้วยค่ะ


7 ขั้นตอน ดูแลผิวหน้า ให้สวยฉ่ำ ในช่วงฤดูหนาว ดูแลผิวหน้า 2

1.เลือกใช้โฟมล้างหน้าแบบครีม แทนแบบเจล

โฟมล้างหน้าแบบเจล มีข้อดี ตรงที่มันสามารถขจัดความมันและแบคทีเรียบนใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม และยังทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างสะอาดล้ำลึกด้วย จึงเป็นที่นิยมของคนไทยที่มักจะมีผิวมันตลอดเวลา

แต่ในหน้าหนาวที่ผิวของเราแห้งและขาดความชุ่มชื้นนั้น เราควรจะเปลี่ยนมาใช้ โฟมล้างหน้า หรือ Cleanser แบบครีม เพราะ มันจะสามารถรักษาความชุ่มชื้นในผิวได้ดีกว่า แต่ก็ยังคงประสิทธิภาพในการขจัดความมัน และแบคทีเรียส่วนเกินในผิวได้เช่นเดิมค่ะ


ดูแลผิวหน้า 3

2.Moisturizer คือ อาวุธคู่กาย

ถ้าพูดถึงสกินแคร์ที่จำเป็นมากถึงมากที่สุดในการรับมือกับอากาศหนาว ก็คงหนีไม่พ้น Moisturizer ค่ะ เพราะชื่อมันก็บอกสรรพคุณได้ครบถ้วนอยู่แล้ว ว่าถูกผลิตขึ้นมาเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าของเราโดยเฉพาะ ถือเป็นอาวุธคู่กายที่ขาดไม่ได้ในหน้าหนาวแบบนี้

สำหรับใครที่ผิวแห้งคงจะใช้กันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับคนผิวมันหรือผิวผสมที่มักจะหลีกเลี่ยง Moisturizer เพราะ กลัวว่าจะทำให้หน้ามันมากขึ้น อาจจะเลือกใช้แค่ช่วงกลางคืนก็ได้ค่ะ โดย Moisturizer ควรเลือกอันที่มีส่วนผสมของว่านห่างจระเข้ หรือ กรด Hyaluronic ก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดีมากขึ้นด้วยนะคะ


ดูแลผิวหน้า 4

3.ผลัดเซลล์ผิวบ้าง แต่ก็อย่ามากเกินไป

เมื่อหน้าของเราแห้ง มันอาจจะทำให้เป็นขุยได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้น เราจึงต้องทำการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปบ้าง เพื่อให้ใบหน้าของเราสะอาดขึ้น ขจัดสิ่งสกปรกออกไป ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และมีชีวิตชีวาขึ้นมาค่ะ

วิธีการผลัดเซลล์ผิวที่ดีที่สุด คือ การใช้ สครับขัดผิว นั่นเองค่ะ โดยเราควรจะเลือกสครับที่มีเม็ดเล็กและอ่อนโยนต่อผิวหน้าจะดีที่สุด และก็ควรจะขัดแบบพอดีๆ แค่ 2 ครั้ง/สัปดาห์ก็พอค่ะ เพราะ ถ้าขัดแรงหรือบ่อยเกินไป มันอาจจะทำให้หน้าเราระคายเคืองมากขึ้นกว่าเดิม และเกิดเป็นริ้วรอยได้ง่ายขึ้นอีกด้วยนะ


ดูแลผิวหน้า 5

4.เพิ่ม Facial Oils เข้าไปในขั้นตอนการดูแลผิว

สำหรับคนที่มีผิวแห้งเป็นปกติอยู่แล้ว หน้าหนาวแบบนี้ การใช้ Moisturizer อย่างเดียวอาจจะไม่พอค่ะ ดังนั้น เราจึงอยากแนะนำให้คุณลองเพิ่ม Facial Oils ดูแลผิวเข้าไปในขั้นตอนการลงสกินแคร์ของคุณด้วย เพราะ Oil จะมีสรรพคุณในการช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้อยู่ในผิวตลอดเวลา ทำให้ผิวหน้าของเรานุ่มนิ่มและไม่ตึงไม่แห้งด้วยค่ะ

ไม่ใช่แค่คนผิวแห้งเท่านั้น แต่คนที่มีผิวผสมหรือผิวมันเอง ก็สามารถใช้ Oil ได้เหมือนกันค่ะ แถมยังใช้ดีด้วย เพราะ มันจะไปช่วยหลอกร่ายกายของเราว่า เรามีน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวพอแล้ว ทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาน้อยลง แต่ก็อย่าใช้เยอะจนเกินไปนะคะ หรือถ้ากลัวมันมากจริงๆ ก็เลือกใช้แค่ในจุดที่รู้สึกว่าผิวแห้งก็ได้ค่ะ


ดูแลผิวหน้า 6

5.อย่าลืมมาส์กหน้าเป็นประจำ

ยิ่งอายุมากขึ้น ผิวพรรณของเราก็ยิ่งหย่อนคล้อยไปตามวัยค่ะ พวกตีนกา หรือริ้วรอยต่างๆ ก็จะถามหาง่ายขึ้น ซึ่ง การมาส์กหน้า เป็นประจำ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เติมน้ำเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสและอ่อนวัยมากขึ้นในช่วงที่อากาศเย็นๆ แบบนี้

ส่วนสูตรที่ควรจะเลือกใช้ในช่วงนี้ ควรจะเลือกแบบที่มีส่วนผสมของ น้ำผึ้ง กล้วย แตงกวา ว่านหางจระเข้ น้ำมันมะกอก และโยเกิร์ต เป็นหลักค่ะ เพราะ สิ่งเหล่านี้ มีสรรพคุณที่เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดริ้วรอย และช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเหมาะกับช่วงอากาศเย็นที่สุดเลยค่ะ


ดูแลผิวหน้า 7

6.ถึงจะหนาว แต่ก็ห้ามลืมครีมกันแดดเด็ดขาด

แม้จะเป็นหน้าหนาว แต่ แสงแดด ก็ไม่ได้หยุดทำงานหรอกนะคะ อย่างที่บอกว่าในช่วงที่อากาศเย็นลง ผิวของเราจะมีความอ่อนไหว ซึ่งทำให้มันระคายเคืองได้ง่ายและอาจจะรุนแรงกว่าปกติด้วยดังนั้น เพื่อเป็นการปกป้องผิวของเรา การทาครีมกันแดด หรือเลือกใช้สกินแคร์ที่มี SPF ป้องกัน UVA อยู่ในตัว เวลาออกไปใช้ชีวิตข้างนอก จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับการดูแลผิวในช่วงฤดูหนาวค่ะ

โดยสกินแคร์หรือครีมกันแดดที่เลือกใช้ ควรจะมี SPF อย่างน้อย 30 หรือสูงกว่านั้นได้ยิ่งดี นอกจากนี้เราก็ควรจะหลีกเลี่ยงการโดนแดด โดยเฉพาะในช่วงกลางวันด้วย เพราะ มันจะทำร้ายผิวของเราได้ง่ายกว่าปกตินั่นเองค่ะ


ดูแลผิวหน้า 8

7.ไม่ใช่แค่ผิวหน้าอย่างเดียว แต่ส่วนอื่นๆ ก็สำคัญเช่นกัน

เราจะใส่ใจแค่ ผิวหน้า อย่างเดียวไม่ได้นะคะ เพราะ ถ้าอยากจะดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเนี่ย เราจะต้องดูแลผิวกายของเราไปควบคู่กันไปด้วย ซึ่งวิธีการดูแลก็คล้ายๆ กับผิวหน้านั่นแหละค่ะ คือหมั่นทาโลชั่นและครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวและเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

นอกจากนั้น เราควรจะใส่เสื้อแขนยาวเพื่อปกป้องผิวจากอากาศเย็น และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นด้วย เพราะ มันจะทำให้ผิวแห้งง่ายมากขึ้นค่ะ และอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรจะดูแลเป็นพิเศษ คือ ริมฝีปาก ค่ะ โดยการทาลิปมันเป็นประจำ เพื่อไม่ให้ปากแห้งเป็นขุยนั่นเอง

ยิ่งอากาศหนาว เรายิ่งต้อง ดูแลตัวเอง เป็นพิเศษ ทั้งสุขภาพร่างกาย และสุขภาพผิวพรรณค่ะ คุณสามารถเลือกบางอย่างหรือทั้งหมดจากลิสต์ที่เราบอก ไปปรับใช้ให้เข้ากับวิธีการดูแลผิวดั่งเดิมและสภาพผิวของคุณได้ค่ะ แต่สิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด สำหรับการดูแลผิวหน้าในหน้าหนาวนี้ คือ ชุ่มชื้น ชุ่มชื้น และชุ่มชื้น
อย่าลืมนะคะ ชุ่มชื้นค่ะ!


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon