ทำความเข้าใจกับประกันสังคม ไม่มีก็ได้? แต่มีก็ดี!

posted: 1 year ago
1,332 views
ทำความเข้าใจกับประกันสังคม ไม่มีก็ได้? แต่มีก็ดี!

comments

วัยรุ่นหนุ่มสาวทั้งหลายเอ๋ย พวกคุณรู้จักและเข้าใจถึงความหมายของกองทุนประกันสังคมกันจริงๆหรือยัง?

ถ้าคำตอบคือยัง หรือคิดว่าไม่ค่อยแน่ใจล่ะก็ อ่านบทความนี้ดูกันนะครับ เพราะเราสำหรับเด็ก 90 ทั้งหลาย ที่กำลังเข้าสู่วัยทำงานกันแล้ว อาจจะยังมึนงงและสงสัยกันถึงประโยชน์ที่แท้จริงของประกันรูปแบบนี้กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณประโยชน์แก่ตัวเราและแก่สังคมส่วนรวมก็ดีทั้งนั้น


ทำไมรัฐบาลต้องมาตัดเงินเดือนอันน้อยนิดของพวกเราด้วย? ข้าวยากหมากแพงจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาบังคับเอาเงินเราไปอีก!?

บอกก่อนเลยนะครับว่า ประกันสังคมเนี่ย ไม่ได้เป็นสิ่งที่รัฐบาลบังคับนะครับ แต่หากที่ทำงานของคุณตัดเงินเดือนออกไป 3% สำหรับค่าประกันสังคม เป็นแนวทางของเจ้าของธุรกิจผู้ประกอบการพึงต้องทำ อย่าได้โกรธแค้นเคืองใครเลย เมื่ออ่านแบบนี้แล้วอาจจะคิดกันว่า “งั้นฉันไปยกเลิกประกันสังคมดีกว่า เงินฉันฉันจะดูแลเอง” ก็สามารถทำได้ครับ แต่ก่อนอื่น ขอให้อ่านบทความจนจบ แล้วลองตัดสินใจอีกครั้งนะครับ


ขอบคุณภาพจาก http://hometimes.co.za

กองทุนประกันสังคมนั้นเป็นรูปแบบหนึ่งของประกันภัย ที่ใช้รูปแบบการคุ้มครองหลากหลาย และใช้ระบบ ‘ประกันตน’ ที่มีความหมายว่าผู้ทำประกันสังคมนั้นต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง ประกันตัวเอง แบบนั้นนี่เอง

โดยค่าใช้จ่ายในการทำประกันสังคมนั้นโดยปรกติจะอยู่ที่ 3% ของฐานเงินเดือนที่จะตัดทุกทุกเดือน โดยไม่นับไม่ตัดไม่รวมภาษีอื่นๆ หมายความว่ายิ่งเงินเดือนเยอะ ก็ยิ่งต้องเสียเยอะ ประมาณนั้น

รู้ค่าใช้จ่ายกันไปแล้ว ก็ลองมาดูกันดีกว่าว่าเงินที่เสียไปของเรา จะได้ความคุ้มครองเรื่องไหนกลับมาบ้าง


กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

เนื่องจากความคุ้มครองมันมีเยอะมาก จึงไม่สามารถแจงรายละเอียดเรื่องปริมาณเงินที่จะจ่ายให้ได้ ต้องบอกเลยว่าแต่ละเงื่อนไขก็จะมีค่าประกันภัยให้ไม่เท่ากัน โดยแต่ละโรคก็จะมีมูลค่าไม่เท่ากัน มีเบี้ยให้ตั้งแต่ 150 บาท ไปจนถึง 750,000 บาท

เงื่อนไขที่สามารถเบิกกับประกันสังคมได้มีดังนี้

  • เจ็บป่วยปกติ
  • เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ
  • ค่าอวัยวะเทียมและ อุปกรณ์ในการรักษาโรค
  • โรคเอดส์  (ผู้ประกันตนสามารถรับยาต้านไวรัสเอดส์ทั้งพื้นฐาน  สูตรทางเลือกและสูตรดื้อยา  รวมทั้งการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ  ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล  โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • ค่าตรวจวินิจฉัยโรค
  • ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
  • ค่าบำบัดทางการแพทย์และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • ค่ากินอยู่และรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล
  • ค่ายาและค่าเวชภันฑ์
  • ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย

เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกว่าเยอะหรือยังครับ?แต่จริงๆแล้วยังมีรายละเอียดในส่วนนี้มากกว่านี้อีกเยอะมาก และที่ทุกท่านอ่านกันเป็นเพียงแค่เงื่อนไขที่สามารถเบิกเงินได้ในส่วนของการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายประเด็นเลยนะครับ ไปอ่านต่อกันเลยดีกว่า

กรณีทุพพลภาพ

อาการทุพพลภาพหมายถึงความพิการหรือความบกพร่องทางด้านสมรรถภาพร่างกายหรือจิตใจนั่นเอง ซึ่งจะเป็นหนึ่งในความคุ้มครองของกองทุนประกันสังคม โดยจะชดใช้คร่าวๆดังนี้

  • ค่ารักษาพยาบาล
  • เงินทดแทนการขาดรายได้
  • ค่าทำศพ
  • รับคืนเงินกรณีชราภาพ

กรณีเสียชีวิต

ประกันสังคมก็จะมีเบี้ยชดเชยให้เช่นเดียวกัน คล้ายกับประกันชีวิต คือจะเรียกให้ผู้รับผลประโยชน์คนอื่นนอกจากเราเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปนั่นเอง โดยจะมีเบี้ยชดเชยสองรูปแบบที่ไล่ลำดับผู้รับผลประโยชน์ต่างกัน

  • ค่าทำศพ – มูลค่า 40,000 บาทโดยจัดให้กับผู้จัดการงานศพ
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต – มูลค่าตามระยะเวลาที่จ่ายเบี้ยประกัน ผู้รับผลประโยชน์เริ่มจากสามีภริยาไปถึงลูก


กรณีชราภาพ

มีเงื่อนไขมากกว่าการชดเชยแบบอื่นสักหน่อย โดยจะต้องทำการจ่ายเบี้ยประกันเป็นเวลา 180 เดือนขึ้นไป โดยไม่กำหนดว่าจะต้องจ่ายต่อเนื่องกันตลอดระยะเวลา เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และเลิกจ่ายประกันสังคม ก็สามารถรับเงินชดเชยได้เลยทันที โดยมีหลักการคำนวณเงินชดเชยดังนี้

ขอบคุณภาพจาก http://indepthnh.org

ร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนหยุดส่งเบี้ยประกันสังคม

หากมีการส่งเบี้ยประกันสังคมเกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตรตามข้อ 1 ขึ้นร้อยละ 1.5 ต่อ ระยะเวลาการจ่ายเบี้ยทุก 12 เดือน ที่เกิน 180 เดือนไป


กรณีคลอดบุตร

รับค่าวิชาชีพในการทำคลอดหรือค่าโรงพยาบาลครั้งละ 13,000 บาท โดยไม่กำหนดว่าคุณแม่หนึ่งคนจะมีบุตรกี่คน และจะมีค่าครองชีพในอัตราร้อยละ 50 เป็นเวลา 90 วันด้วย แต่จะได้เฉพาะถึงบุตรคนที่สองเท่านั้น สำหรับการคลอดบุตรคนที่สามจะได้เพียงค่าทำคลอดเท่านั้น จะไม่ได้รับค่าครองชีพ 90 วัน


ขอบคุณภาพจาก http://www.ahaparenting.com

กรณีสงเคราะห์บุตร

เงื่อนไขการรับเงินสงเคราะห์บุตรคือจ่ายเบี้ยประกันสังคม 12 เดือนภายในเวลา 3 ปี โดยรายละเอียดอื่นๆมีไม่มากเลยจริงๆ คือเด็กแรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน โดยจะเบิกได้ 400 บาทต่อบุตรหนึ่งคน โดยหากเด็กเสียชีวิต จะไม่สามารถเบิกเงินส่วนนี้ได้นะครับ


กรณีว่างงาน

เรียกได้ว่าเป็นเงื่อนไขชดเชยที่ใช้งานมากที่สุดรองมาจากกรณีเจ็บป่วยเลยก็ได้ ประกันสังคมจะออกเบี้ยเลี้ยงให้กับท่านในระหว่างที่ท่านว่างงานประจำอยู่ก็ต่อเมื่อท่านจ่ายประกันสังคมมากกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงาน โดยหลักการคิดเบี้ยชดเชยจะแบ่งออกเป็นสองกรณีคือ

  1. โดนไล่ออก/เชิญออก ร้อยละ 50 ของฐานเงินเดือนเป็นเวลาไม่เกิน 180 วันต่อปี โดยไม่มากกว่า 7,500 บาท
  2. ลาออกเอง/บริษัทยุติการประกอบการ ร้อยละ 30 ของฐานเงินเดือนเป็นเวลาไม่เกิน 180 วันต่อปี โดยไม่มากกว่า 7,500 บาท
ขอบคุณภาพจาก https://www.swindon.ac.uk

โดยผู้ประกันตนต้องยื่นรับสิทธิประโยชน์ภายในเวลา 30 วันหลังว่างงาน โดยหากช้ากว่านั้นก็จะไม่สามารถขอสิทธิย้อนหลังได้

และระหว่างการรับเบี้ยประกันสังคมนั้น ทาง สปส หรือสำนักงานประกันสังคมจะมีการจัดหางานให้กับท่านด้วย โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆที่เป็นข้อบังคับระหว่างว่างงานด้วย ถ้าสนใจก็เข้าเว็บไซต์ของทางสำนักงานประกันสังคมไปศึกษาดูนะครับ


อ่านกันจนจบ บางคนอาจจะยังรู้สึกว่าการจ่ายเงินประกันสังคมนั้นไม่ค่อยคุ้มค่ากับตนเองเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในส่วนของประกันสังคมมักถูกเรียกว่า “เงินสมทบ” ซึ่งความหมายของมันไม่ได้พูดถึงตัวคนจ่ายแต่เพียงผู้เดียว แต่เหมือนกับการสมทบให้กับประเทศชาติก็ว่าได้ หากใครที่รู้สึกว่าไม่คุ้มค่าแล้วไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร แต่ก็อยากให้ลองคิดในแง่ของประกันภัยเอาไว้ยามฉุกเฉิน รวมถึงเพื่อเพื่อนร่วมชาติคนอื่นๆด้วย


avatar
by Smallville

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon