ประกันสังคมกับการพบจิตแพทย์

posted: 2 years ago
6,426 views
ประกันสังคมกับการพบจิตแพทย์

comments

 

หลายคนมักจะรู้กันอยู่แล้ว สิทธิ์ที่ได้จากการทำประกันสังคม มีอะไรบ้าง แต่เราเชื่อว่ายังมีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้ นั่นคือเรื่องของ ประกันสังคมกับการพบจิตแพทย์ นั่นเองค่ะ หากคุณอยากรู้ว่าการทำประกันสังคมนั้น สามารถใช้ในการพบจิตแพทย์ได้อย่างไร เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

 

ประกันสังคม

ทำความรู้จักผู้ป่วยทางจิต

 

ผู้ป่วยทางจิต คือ กลุ่มคนที่สังคมมักจะละเลย ไม่ใส่ใจ หรือบางทีอาจจะแค่มองด้วยความสงสาร แต่ถ้าหากลองมองดูกันดีๆ  ผู้ป่วยทางจิต ในตอนแรกก็คือคนปกติเหมือนอย่างพวกเราทุกคน เพียงแค่อาจจะพบเจอกับปัญหาอะไรบางอย่างที่กระทบต่อสภาพจิตใจและไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกวิธี จึงทำให้เขากลายเป็นแบบนี้

 

ในปัจจุบันผู้ป่วยทางจิตมีมากกว่าที่เราคิดไว้มาก แต่มักจะไม่แสดงอาการหรือบอกกับใคร เนื่องจากกลัวที่จะโดนรังเกียจจากสังคม ซึ่ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเปิดเผยว่า

 

“ ทั่วโลกมีหลายร้อยล้านคนที่มีอาการป่วยทางจิตและมีผลกระทบต่อคนที่พวกเขารัก มี  1 ใน 4 ของประชากรที่มีความผิดปกติด้านจิตใจในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และโรคที่เป็นกันมากที่สุดในหมู่คนที่พิการทั่วโลกก็คือ โรคซึมเศร้า

 

กลุ่มโรคทางจิตที่ร้ายแรงที่สุดนั้นรวมถึงโรคจิตเภทและโรคไบโพลาร์ ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้ไม่สามารถทำอะไรตามปกติได้  แม้ว่ามีผู้คนจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคทางจิต แต่คนที่มีอาการนี้มักไม่เปิดเผยตัวเอง และโรคนี้มักถูกมองข้ามอีกทั้งเป็นที่รังเกียจด้วย”

 

ประกันสังคม

 

ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ควรที่จะได้รับการแก้ไข เนื่องจากในปัจจุบันผู้ป่วยเหล่านี้ได้ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยวิธีการฆ่าตัวตายเพื่อหลบหนีจากปัญหาต่างๆ และในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่กลายเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อยๆจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

 

สำหรับสังคมไทยในปัจจุบันผู้คนเริ่มตระหนักถึงการฆ่าตัวตายที่สาเหตุมาจากโรคทางจิตกันมากขึ้น ทั้งจากซีรี่ย์ที่สะท้อนสังคม หรือแม้แต่จากเหตุการณ์จริงในปัจจุบัน จนตอนนี้ทำให้เรากล้าที่จะไปพบจิตแพทย์กันมากขึ้น

 

แต่การพบจิตแพทย์หลายๆคนมักจะกังวลว่า ค่ารักษาต้องแพงมาก เพราะการรักษาประเภทนี้ต้องใช้ระยะนาน และต้องไปพบแพทย์บ่อยๆเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราเลยจะมาบอกทุกคนกันว่า การไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคทางจิต สามารถใช้ประกันสังคมได้เหมือนกัน

 


ประกันสังคม

ประกันสังคมกับการคุ้มครองผู้ป่วยทางจิต

 

ในสมัยก่อนการรักษาผู้ป่วยทางจิตจะรักษาด้วยวิธีบ้านๆอย่างการรักษาด้วยยาต้ม ยาระบาย หรือยาที่เข้าระย่อมที่จะมีผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการง่วง ซึม แต่ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการหนักมากก็จะระงับด้วยการเป่า ยานัตถุ์ เพื่อให้ผู้ป่วยมีอาการมึนและหยุดอาละวาดในที่สุด

 

แต่ในปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยอาการทางจิตมีการพัฒนาขึ้น โดยผู้ป่วยสามารถหายได้ด้วยการกินยา แต่ก็มีปัญหาตามมาคือ ผู้ป่วยหลายคนต้องเจอกับค่ารักษาและค่ายาที่แพงมาก เช่น ยาคลอซารีส ริสเพอดาล ไซเปร็กซา ที่มีราคาสูงถึงเม็ดละ 60-120 บาท จึงทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไหว จึงต้องหยุดยาทำให้การรักษาหยุดชะงักและไม่ต่อเนื่อง

 

ผู้ป่วยหลายคนจึงหันมาพึ่งพาประกันสังคมที่จะได้จ่ายเงินสมทบไปทุกเดือนเพื่อช่วยให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้น แต่ประกันสังคมสำหรับผู้ป่วยทางจิตก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ โดยการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการรักษาพยาบาล

 

คือ การคุ้มครองสิทธิการรักษาของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ในตอนแรกไม่ครอบคลุมโรคจิตเภท กรณีผู้ป่วยนอก ยกเว้นกรณีโรคจิตเฉียบพลันรักษาแบบผู้ป่วยในคุ้มครองไม่เกิน 15 วัน ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มทั้งที่จ่ายประกันสมทบเต็มจำนวน

 

ประกันสังคม

 

ถ้าหากผู้ประกันตนที่มีรายได้น้อยคงไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา และไม่สามารถใช้สิทธิในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการกำเริบ และไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติในสังคมต่อไปได้

 

แต่ต่อมาก็ได้มีหน่วยงานและองค์กรณ์ต่างๆลุกขึ้นมาเรียกร้องในสิทธิของประชาชนที่จะได้รับการดูแลโรคทางจิตเวชจึงได้มีการทำหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อให้สำนักประกันสังคมคุ้มครองความเจ็บป่วยทางด้านจิตเวช จนในที่สุดก็ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.สุขภาพจิต เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 มาตรา 15 เกี่ยวกับสิทธิของผู้ป่วย ระบุว่าผู้ป่วยย่อมมีสิทธิดังต่อไปนี้คือ

 

พ.ร.บ.สุขภาพจิต มาตรา 15 เกี่ยวกับ สิทธิของผู้ป่วย

 

  1. ได้รับการบำบัดรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  2. ได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วย และการบำบัดรักษาไว้เป็นความลับเว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้เปิดเผยได้
  3. ได้รับการคุ้มครองจากการวิจัยที่ว่าด้วย การวิจัยใดๆ ที่กระทำต่อผู้ป่วยจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ป่วย และต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการที่ดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมการวิจัยในคนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. ผู้ป่วยได้รับการคุ้มครองในระบบประกันสุขภาพและประกันสังคม และระบบอื่นๆ ของรัฐอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ซึ่งทางกรมสุขภาพจิตเองก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชนที่จะได้รับการดูแลโรคทางจิตเวช โดยเฉพาะสิทธิในการได้รับการคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคมจากที่ผู้ป่วยได้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน

 

นอกจากจะมี พ.ร.บ. สุขภาพจิตแล้ว ภาครัฐได้ให้ทางสำนักงานประกันสังคมอนุมัติงบประมาณในวงเงิน  115 ล้านบาทเพื่อการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ ให้ผู้ประกันตนได้รับการคุ้มครองสิทธิด้านการรักษารักษาพยาบาลแบบไม่จำกัดเงื่อนไข

 

โดยได้เริ่มดำเนินการไปเมื่อปี 2554  ซึ่งทำให้ผู้ป่วยโรคจิตทุกคนที่จะได้เข้าสู่ระบบการคุ้มครองสิทธิที่ถูกต้องเหมาะสมสามารถรักษาได้ทันเวลาและหายขาด เพื่อกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้ใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนเดิม

 

และการออก พ.ร.บ สุขภาพจิต ทำให้ผู้ป่วยหลายๆได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจนส่งผลให้บางรายสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและบางทีการออก พ.ร.บ. นี้ทำให้สังคมของเราเข้าใจและเปิดกว้างกับผู้ป่วยทางจิตกันมากขึ้นอีกด้วย

 

ที่พูดมาทั้งหมด คือประโยชน์ส่วนหนึ่งที่เราจะได้รับจากการทำประกันสังคมนั่นเองค่ะ คุณสามารถมั่นใจได้เลยว่า เงินสมทบที่คุณจ่ายไปทุกเดือนนั้น ไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน หรือสำหรับใครที่รู้สึกว่าประกันสังคมอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ก็ลองมองหา ประกันสุขภาพสักฉบับไว้รองรับความเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคตก็ไม่ผิดค่ะ


avatar
by doubleP
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon